คุณคงเป็นคนหนึ่งที่พึ่งแต่งงานไปและกำลังจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานใช่ไหมคะ? และอาจทำให้ พวกคุณทั้งสองคนที่เป็นสามีภรรยากัน มีปัญหาบางอย่างที่เริ่มขึ้นหลังจากแต่งงาน นั่นก็คือ เรื่องการเงินนั่นเองค่ะ ทำไมถึงเป็นเรื่องของการเงิน? ก็เป็นเพราะว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่เป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากเลยทีเดียวค่ะที่จะทำให้ชีวิตคู่และครอบครัวมีความสุขได้ แต่การที่นำเงินมาเป็นที่หนึ่งก็ไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวมีความสุขที่สุด แต่เพื่อที่จะมีความสุขและไร้ความกังวลในเรื่องเงินนี้ ก็จะต้องมีการตกลงทำความเข้าใจและพูดคุยกันอย่างเปิดอกนั่นเองค่ะ เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่เราเองอาจคิดว่าเราสามารถแก้ปัญหาเองได้แต่ อย่าลืมนะคะว่าเราก็มีคู่ครองในชีวิตคนหนึ่งที่เราจะต้องคุยด้วยถ้าไม่อย่างนั้นเราก็จะมีปัญหาตามมาในที่สุดค่ะ

อย่างที่เราได้ทราบไปนะคะ การคุยกันอย่างเปิดใจ ในเรื่องการเงินก็ต้องพูดถึงสภาพการเงินของทั้งสองฝ่ายว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อที่เราจะนำสภาพการเงินของทั้งสองฝ่ายนั้นมาวิเคราะห์สภาพคล่องทางการเงินได้อย่างชัดเจนและสามารถวางแผนให้สอดคล้องกับรายรับและรายจ่ายที่มีในครอบครัวของเรา โดยที่เราตกลงกันประมาณว่าใครจะรับผิดชอบส่วนไหน แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องยากและเป็นเรื่องที่อาจทำให้มีปัญหากันได้ในเรื่องความไม่เท่าเทียมกัน แต่ถ้าชีวิตคู่ที่พวกเขามีความเข้าใจและตัดสินใจกันได้เราก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ ซึ่งจะไม่รีบในการตัดสินใจ จะคุยกันอย่างละเอียดก่อนและเข้าใจความรู้สึกของกันและกันอย่างดีว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร ในเรื่องของการเงินก็จะทำให้ ไม่มีปัญหาในเรื่องความเท่าเทียมนั่นเองค่ะ แต่สาเหตุในเรื่องของการเงินทำไมถึงมีปัญหากับชีวิตคู่ได้ ดังนั้น ให้เรามาดูเหตุผลว่าทำไมเรื่องเงินถึงมีปัญหากับชีวิตคู่ดังต่อไปนี้ค่ะ

ทำไมเรื่องเงินถึงมีปัญหากับชีวิตคู่ได้?

ทำไมเรื่องเงินถึงมีปัญหากับชีวิตคู่ได้? คุณเองก็น่าจะเป็นคนหนึ่งที่อยากรู้สาเหตุว่าทำไม ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้มีปัญหากันบ่อย ในหลายๆสถาบันครอบครัว สาเหตุหนึ่งที่เราได้รู้กันไปก็คือจากการที่พวกคุณทั้งสองคนไม่ได้คุยกันและเข้าใจความรู้สึกของกันและกันอย่างดีพอทำให้เรื่องเงินนั้นเป็นเรื่องใหญ่และมีปัญหามากกับชีวิตคู่ จึงทำให้ชีวิตคู่ไม่มีความสุขและไม่ราบรื่นอย่างที่เราหวังเอาไว้ แต่เราก็ควรคิดมากกว่านี้ว่าทำไมถึงมีปัญหามากขนาดนี้ เป็นเพียงแค่เราไม่คุยกันดีๆไหม? เชื่อว่าเราคงอยากรู้คำตอบกันทุกคน เพราะบางทีเราก็คิดไม่ถึงว่าเป็นสาเหตุหรือเป็นเหตุผลแบบนั้นจริงๆหรือ ที่ทำให้เรามีปัญหากันในชีวิตคู่ ดังนั้น ให้เรามาดูเหตุผลหลัก ชีวิตคู่มีปัญหากันในเรื่องเงินดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ต่างคนต่างรู้สึกโดนเอาเปรียบ

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคู่มีปัญหา ในเรื่องเงินนั้นก็คืออีกฝ่ายรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบอยู่ อาจเป็นไปได้ที่ทั้งสองคนมีฐานะการเงินที่ไม่เหมือนกันอีกฝ่ายอาจจะมีเงินเดือนและรายได้ที่มากกว่า และอีกฝ่ายอาจจะมีเงินเดือนและรายได้ที่น้อยกว่า ซึ่งจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ได้ออกค่าใช้จ่าย มากกว่าอีกฝ่าย เช่น สามีได้ทำงานที่ดีและมีเงินเดือนที่มากกว่าภรรยาซึ่งสามีก็ไม่ได้มีค่าใช้จ่าย หรือไม่ได้เป็นคนจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายแต่กลับเป็นภรรยาที่มีเงินเดือนน้อยกว่า ซึ่งจะต้องใช้เงินของตัวเอง  ซึ่งจะต้องใช้เงินของตัวเองเพื่อจะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากกว่าสามี ใช่ค่ะ ตัวอย่างนี้ก็เป็นตัวอย่างของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ที่มีปัญหา เรื่องแบบนี้ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ว่าถูกเอาเปรียบ แต่อย่างที่บอกไปว่าถ้าหากทั้งสองคนนั้นได้ตกลงกันอย่างดีที่สุดแล้วว่าจะทำอย่างไรหรือถ้าทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่ายินดีที่จะ ใช้เงินของตัวเองเพื่อ ค่าใช้จ่ายในบ้าน ก็จะเป็นเรื่องดีมากและจะไม่ทำให้ชีวิตของคุณมีปัญหานั่นเองค่ะ

2. ไม่มีเป้าหมายในอนาคตร่วมกัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องหลักที่ควรจะคิดถึงใช่ไหมคะ ในการที่จะมีเป้าหมายในอนาคตเพราะก่อนแต่งงานนั้นเรา ไม่ใช่คิดแค่ว่าแต่งงานแล้วก็ใช้ชีวิตปกติ มีวันพบก็ต้องมีวันจากแค่นั้นไหม? การคิดแบบนี้ไม่ใช่เป็นวิธีที่ถูกต้องค่ะ ถ้าหากว่าเราคิดแค่ว่าถ้าเราไปกันไม่ได้สุดท้ายก็ต้องแยกจากกัน เพราะถ้าอย่างนั้นจะแต่งงานไปเพื่ออะไรถูกไหมคะ เพราะฉะนั้นการที่เราจะตัดสินใจเลือกคู่ชีวิตเราก็ต้องมีเป้าหมายก่อนหน้านั้นแล้วว่าในชีวิตคู่เราจะมีเป้าหมายอะไรร่วมกันที่จะทำในอนาคตซึ่งคงไม่ฉลาด ถ้าจะมาคุยกันหลังแต่งงานเพราะจะทำให้ทั้งสองคนมีปัญหาในเรื่องของความคิดและก็ต้องจบวิธีด้วยการแยกทางกัน แต่ถ้าหากว่า เราได้คุยกันก่อนแต่งงานแล้วว่ามีเป้าหมายอะไรบ้างหลังจากที่เราแต่งงานกันไปก็จะเป็นเรื่องดีมากที่ทั้งสองคนจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากกับเป้าหมายที่ได้คิดกันไว้ค่ะ

เปิดใจคุยกันในเรื่องการเงิน

อย่างที่เราได้รู้กันไปก่อนหน้านี้ว่าการเปิดใจคุยกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก การเปิดใจคุยกันนั้น หมายถึงว่าคุยกันอย่างเปิดอกและไม่มีอะไรปิดบังกัน ซึ่งในเรื่องการเงินนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรปิดบังอย่างยิ่ง เราอาจจะคิดว่าเราจะเอาเรื่องเงินมาเป็นปัญหาทำไมขนาดนั้นในชีวิตคู่ แต่อย่าลืมนะคะว่าการใช้ชีวิตในปัจจุบันไม่ว่าชีวิตคู่หรือชีวิตแบบไหน ก็จะมีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้กับปัญหานี้ และถ้าหากว่าตอนนี้เรากำลังสงสัยว่าแล้วการที่เราเปิดใจและเปิดอกคุยกันเรื่องเงินอย่างละเอียดนั้นคือเรื่องอะไรบ้าง? งั้นก็ให้เรามาดูดังต่อไปนี้ว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่เป็นเรื่องหลักๆที่ทั้งสองคนควรเปิดใจคุยกันอย่างเปิดอก

1.หน้าที่รับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่าย

เรื่องที่เราจะคุยกันอย่างเปิดใจก็คือแบ่งหน้าที่รับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจนกันเองค่ะ การที่เราจะแบ่งค่าใช้จ่ายนั้นเป็นเรื่องที่เราสามารถตกลงกันเองได้ว่า เราจะแบ่งค่าใช้จ่ายไปคนละครึ่งเลยไหมหรือเราจะช่วยกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นคนละแรงก็เป็นเรื่องที่เราตัดสินใจและคุยกับ อีกฝ่ายว่าชอบแบบไหน ถ้าเกิดว่าเราแบ่งค่าใช้จ่ายกันไปเลยก็ดีเหมือนกัน แต่ถ้าหากว่าใครชอบวิธีที่ไม่คิดมากไม่ซีเรียสเกินไปก็อาจจะใช้วิธีที่ช่วยกันแบ่งเบารับผิดชอบค่าใช้จ่ายนานๆโดยการที่เราไม่ได้เข้มงวดเกินไปในเรื่องเงิน แต่การที่ทั้งสองคนจะตกลงคุยกันและช่วยกันแบ่งเบากันได้ขนาดนี้ก็แสดงว่าทั้งสองคนนั้นได้เอาความรักมาเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด จึงทำให้ทั้งสองคนเข้าใจกันได้ขนาดนี้นั่นเองค่ะ

2.บัญชีเงินฝาก

อีกเรื่องหนึ่งก็คือการทำบัญชี ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเงินที่ทั้งสองฝ่าย จะเป็นเงินที่ทั้งสองฝ่ายใช้ค่าใช้จ่ายต่างๆและเป็นเงินเก็บด้วย เพราะถ้านำเงินทั้งสองฝ่ายก็จะทำให้เราได้รู้ ว่ามีเงินเท่าไหร่แล้วและเมื่อเราต้องการที่จะถอนเงินมาใช้ทั้งสองฝ่าย ก็จะต้องมาคุยกันแล้วตัดสินใจที่จะนำเงินนั้นออกมาหรือไม่ เป็นเรื่องดีมากที่เราทำบัญชีคู่ชีวิต ทำให้ไม่มีปัญหามากเกินไปเพราะถ้าเราต่างฝ่ายต่างมีคนละบัญชีก็จะทำให้เราไม่รู้ว่า ทั้งสองฝ่ายได้ใช้เงินกันอย่างไร เพราะบางทีการมีบัญชีเป็นของตัวเองนั้นสามารถทำอะไรก็ได้และเป็นส่วนตัว แต่การที่ทั้งสองคนได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันแล้วเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่ควรจะมีบัญชีร่วมกันเพื่อที่จะรู้ว่าทั้ง 2 คนได้ใช้เงินและตัดสินใจถอนเงินมากน้อยขนาดไหน โดยการที่เราสามารถระบุได้ว่าคนใดคนหนึ่งสามารถถอนได้หรือ เป็นบัญชีร่วมที่ต้องถอนร่วมกัน นี่เป็นเรื่องดีที่ทำให้ต่างคนต่างฝ่ายไม่เผลอถอนเงิน ออกไปใช้เพราะความต้องการของตัวเอง

วางแผนการเงินอย่างไร?

เมื่อเราได้รู้สาเหตุของปัญหาชีวิตคู่ในเรื่องการเงินและได้รู้วิธีการเปิดอกคุยกันในเรื่องการเงิน ต่อมาก็จะเป็นเรื่องการวางแผนการเงินอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ที่ควรที่จะมีแผนในการเงินของชีวิตคู่ การที่เราวางแผนไม่ใช่ว่าคนใดคนหนึ่งเป็นคนจัดการเองเท่านั้นแต่ทั้งสองฝ่ายจะต้องมาวางแผนร่วมกัน เพื่อที่จะได้รู้และทำตามแผนได้อย่างราบรื่นซึ่งนำไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จลุล่วง ขอให้คิดตัวเองเสมอว่าไม่ได้เป็นโสดอีกต่อไป แต่เรามีคู่ และลูกๆเราก็ต้องยิ่งหวัง ถ้าเรายังไม่มีลูกเราก็ต้องวางแผนจากที่เราได้รู้ไปว่าก่อนแต่งงานเรามีเป้าหมายอะไร หลังจากแต่งงานไปแล้ว ซึ่งเป้าหมายของหนูก็คือการมีลูกด้วยกันนั้นเองค่ะ บ้านก็จะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นไปอีก จึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องรอบคอบใช่ไหมคะ?

1. วางแผนว่าใครจะเป็นคนดูแลในเรื่องเงิน

อย่างที่เราได้ทราบกันไปว่าจะต้องมีบัญชีร่วมกันและแบ่งว่าใครจะดูแลเงินส่วนไหนและรับผิดชอบอย่างไรบ้าง เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรกที่ควรที่จะให้ความสำคัญก่อนเรื่องอื่นๆ โดยที่ทั้งสองฝ่ายมีบัญชีไว้เก็บเงินกองกลางจะตกลงว่าใครเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเรื่องเงินของครอบครัว ค่าใช้จ่ายในบ้าน ทั้งสองคนจะคุยกันว่าภรรยาหรือสามี จะดูแลค่าใช้จ่ายในส่วนไหนบ้าง น้าสามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายนานๆได้หรือไม่ แน่นอนว่าทั้งสองคนจะมีคนใดคนหนึ่งที่เป็นคนละเอียดเรื่องของการคำนวณตัวเลข ดังนั้น ก็จะดี ถ้าให้ฝ่ายหนึ่งที่เก่งเรื่องด้านคำนวณตัวเลขเป็นคน ดูแลรับผิดชอบมากกว่าหรือเป็นคนดูแลและเช็คอยู่เสมอเรื่องรายรับรายจ่ายในครอบครัวค่ะ

2.มีขอบเขตในเรื่องความเป็นส่วนตัว

ที่พูดถึงว่าในเรื่องความเป็นส่วนตัวนั้นบางครั้งเราอาจคิดว่าเรื่องส่วนตัวที่อีกฝ่ายคิดเป็นเรื่องที่ทำให้เราระแวงและไม่น่าไว้ใจ แต่จริงๆแล้วก็ไม่ใช่อย่างที่เราคิดเสมอไปเพราะอีกฝ่าย อยากที่จะมีความคิดบางอย่างเป็นส่วนตัวและไม่ได้บอกเราแต่ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไม่ดี เพียงแต่ว่าเขาควรบอกคุณเมื่อไหร่ ซึ่งจะบอกคุณก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม การที่เรามีขอบเขตและให้ความเป็นส่วนตัวบ้าง ก็จะทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องอื่นๆในชีวิตด้วย บางครั้งการที่มีพื้นที่ส่วนตัว เขาอาจจะคิดถึงก็ได้ว่าจะทำยังไงให้ครอบครัวมีการวางแผนการเงินที่ดี ซึ่งแม้แต่คุณเองก็ชอบความเป็นส่วนตัวแน่นอนในบางเรื่อง เพราะฉะนั้นแล้วเป็นเรื่องดีที่เราจะเข้าใจความรู้สึกของกันและกันเพราะขนาดเราเองเรายังต้องการความเป็นส่วนตัวบ้างเพราะฉะนั้นแน่นอนว่าอีกฝ่ายก็ต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง

คุณก็คงไม่ชอบใช่ไหมถ้ามีใครไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของคุณ ยกตัวอย่างเช่น การที่สามีอยากจะซื้ออะไรบางอย่างที่เป็นความชอบส่วนตัวและอยากได้จริงๆ คนที่เป็นภรรยาอาจคิดว่าเขานำเงินเหล่านั้นไปใช้เรื่องไร้สาระและไม่เป็นประโยชน์จะขัดขวาง เพื่อที่จะไม่ให้สามีซื้อของเหล่านั้น แต่ให้เราคิดกลับกันว่าถ้าเป็นเรา อยากได้เสื้อผ้าอยากซื้อเครื่องสำอางต่างๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องส่วนตัวและความชอบส่วนตัวของเราให้คิดว่าสามีคงคิดเหมือนกับภรรยาว่า เป็นเรื่องที่ไร้สาระและมีประโยชน์ซึ่งพยายามจะห้ามคุณด้วย เราคงรู้สึกไม่ชอบแน่ๆใช่ไหมคะ? เมื่อเราคิดกลับกันแบบนี้ก็จะทำให้เรารู้ว่า ควรที่จะให้ความเป็นส่วนตัวบ้างในแต่ละฝ่าย

"ชีวิตคู่จะไม่มีปัญหา หากเราวางแผน"

ถ้าหากสามีภรรยามีการวางแผนอย่างดีตั้งแต่เนิ่นๆแล้วก็ทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุขมากขึ้นค่ะ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเลยในชีวิตคู่อาจจะมีบ้างเล็กน้อยแต่ก็สามารถรับมือได้เพราะเมื่อเราวางแผนและมีการเปิดใจคุยกันเราก็สามารถแก้ปัญหานั้นได้ง่ายขึ้นทำให้ไม่ยากเลยที่ทั้งสองคน จะคืนดีกันและกลับมาทำให้เป้าหมายของครอบครัวที่ได้คิดไว้สำเร็จ บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ชีวิตคู่ครองกันเช่นนี้ แต่ในเมื่อเราตัดสินใจเรื่องแบบนี้เราก็จะต้องเจอและรับมันให้ได้เพราะการใช้ชีวิตคู่หรือครอบครัวไม่ใช่เป็นเรื่องเล็กๆที่เหมือนตอนที่เราเป็นโสด แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่เหมือนกับการสร้างบ้าน ให้มั่นคงและอยู่ในบ้านอย่างมีความสุขได้นั่นเองค่ะ