สำหรับว่าที่เจ้าสาวเจ้าบ่าวหลายคนคงจะมีประสบการณ์น้อยเรื่องการจัดเตรียมงานแต่งงาน คนที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วก็จะรู้ว่ามีข้อผิดพลาดอะไรบ้างและควรปรับปรุงเรื่องไหน ในวันนี้เราจะมาคุยกันถึงการจัดเตรียมงานแต่งงานและเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งแต่ละคนก็จะคิดถึงงานแต่งงานต่างกันเช่น พวกเขาอาจเป็นคนที่มีฐานะหน่อยและอยากจัดงานแต่งงานให้หรูหรา หรือบางคนก็ไม่ได้มีฐานะแต่อยากจัดงานแต่งงานให้ใหญ่พอที่ครอบครัวจะมาร่วมงานได้ เป็นเรื่องยากๆที่เราจะเชิญทุกคนในครอบครัวให้มาเข้าร่วมงานแต่งของเราให้ครบทุกคน

แต่ในเมื่อมันจำเป็นและเป็นวันที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตเราก็อยากให้มันเป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนเหมือนกัน แต่ให้เราสนใจไว้ว่างานแต่งงานเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นเราจะต้องเอาใจใส่ว่าเงินที่เราทุ่มเทกับงานแต่งงานจะทำให้เราติดหนี้มีสินหลังจากแต่งงานไหม ทุกวันนี้คนที่จะงานแต่งงานใหญ่โตหรูหราเขาก็ติดหนี้สินหลังจากแต่งงานซึ่งทำให้เขามีปัญหามากมาย เพื่อนๆคงไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเองใช่ไหมล่ะ ดังนั้นบทความนี้เราจะมารู้ถึงวิธีการจัดเตรียมงานแต่งงานแบบเรียบง่ายและค่าใช้จ่ายแบบไม่แพงมากด้วย แล้วยังมีข้อคิดอีกด้วยในเรื่องของการจัดงานแต่งงานควรคิดถึงอะไรบ้าง เรามาเริ่มกันเลย...

การเตรียมงานสำหรับจัดงานแต่งงาน

ว่าที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวคงอยากจะเริ่มที่จะตัดสินใจด้วยกันในเรื่องแรกคือการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจุดเริ่มต้นคือการแต่งงานดังนั้นการหาข้อมูลในเรื่องการจัดงานแต่งงานในปัจจุบันก็เป็นเรื่องง่ายที่หาได้ทั่วไปแต่วิธีไหนล่ะที่จะช่วยให้เพื่อนๆจัดงานแต่งงานที่ครบถ้วนและไม่หรูหรามากมาย ซึ่งวันนี้จะนำประสบการณ์ของตัวเองมาเล่าให้ฟังเรื่องจากผ่านการแต่งงานมาแล้วแล้วรู้ว่ามันเหนื่อยมากขนาดไหน และมีอะไรบ้างที่ผิดพลาดซึ่งคนที่กำลังจะแต่งงานอาจจะนำข้อผิดพลาดเหล่านี้ไปแก้ไขให้มันดีขึ้นได้ นี่เป็นเพียงประสบการณ์ของตัวเองเท่านั้นถ้าเพื่อนๆคนไหนนำไปใช้ได้ก็จะดีมากเลย ให้เรามาเริ่มกันเลยมีอยู่ประมาณ 7 ขั้นตอนหลักๆที่เราควรคำนึงถึง

ตั้งงบประมาณค่าจ่าย

การที่เราคิดว่าเรามีค่าใช้จ่ายจำนวนเท่าไหร่เป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้เราไม่ใช้เงินเกินตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ การตั้งเป้าหมายงบประมาณนั้นจะทำให้เราคิดว่าค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ควรทุ่มเทไปกับอะไร ค่าใช้จ่ายหลักก็ต้องอยู่ที่สถานที่ที่เราจะจัดและต่อมาก็อาจจะเป็นชุดเจ้าสาวและเจ้าบ่าวหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของชำร่วยและบัตรเชิญ เราควรจัดลำดับให้ถูกต้องว่าอะไรเป็นสิ่งที่มีค่าใช้จ่ายมากกว่าแล้วเราควรที่จะหาสถานที่ที่เหมาะสมตามงบประมาณที่เราตั้งไว้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเพื่อนๆมีงบประมาณ 100,000 บาท ในการจัดงานแต่งงานเราอาจตั้งว่าสถานที่ไม่เกิน 50,000 บาท ก็ขึ้นอยู่กับว่าสถานที่นั้นรวมอาหารด้วยหรือเปล่าถ้ารวมอาหารและเครื่องดื่มเราอาจจะกลับประมาณไปประมาณ 70,000 บาท แล้วที่เหลือเราควรใช้เงินเหล่านั้นกับสิ่งที่จำเป็นที่เหลือแล้วถ้าเหลือเงินก็แสดงว่าคุณทำดีกว่าเป้าหมายเสียอีก

สถานที่จัดงาน วันที่จัดงาน

เรื่องของสถานที่การจัดงานแต่งงานปกติแล้วงานวันนี้จะเป็นงานที่เหนื่อยมากถ้าทุกสิ่งทุกอย่างเราเป็นคนจัดการเองคงจะไม่ได้แน่ๆประสบการณ์ของตัวเองก็คือเราจัดงานที่โรงแรมหรือรีสอร์ทเล็กๆเพราะทางโรงแรมส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะจัดเตรียมแพ็คเกจรวมถึงอาหารเครื่องดื่มต่างๆซึ่งมีเสิร์ฟแบบบุฟเฟ่อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันก็มีราคาไม่แพงถ้ารวมแพคเกจแล้วแต่มีข้อเสียอย่างหนึ่งก็คือถ้าเราจัดงานในโรงแรมหรือรีสอร์ทพวกเขาจะจำกัดคนเข้าอย่างเช่นถ้าคุณจ่ายเงิน 60,000 บาทจำกัดคนเข้า 80 คนถ้าจ่ายมากกว่านั้นจำกัดคนเข้า 100 หรือ 150 คน ดังนั้นเพื่อนๆอาจจะคิดดูว่าการที่เราจะเชิญทุกคนให้เข้าร่วมงานแต่งงานของเราก็คงเป็นไปไม่ได้เราคงอยากชวนคนที่สำคัญสำคัญเช่นคนในครอบครัวเพื่อนสนิทเท่านั้นเพื่อนเขาเป็นพยานและมีความสุขกับงานแต่งงานของเรา

บัตรเชิญแขกที่จะเชิญ ของชำร่วย

ในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญจริงๆเราควรจะแจกบัตรเชิญล่วงหน้าประมาณ 1 เดือนหรือ 2 เดือนแสดงว่าเราต้องเตรียมตัวก่อนล่วงหน้าก่อนที่จะถึงงานแต่งงานของเราเราคงจะต้องนั่งลงคุยกันว่าปัจจุบันของเราควรมีรูปร่างหน้าตาแบบไหนธีมของงานแต่งงานจะเป็นสีอะไร อันที่จริงทั้งแขกที่มาไม่จำเป็นต้องแต่งตัวสีตามที่เราต้องการเพียงแต่การ์ดเชิญจะเป็นสีไหนเท่านั้นเพราะเพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวของเราเสื้อผ้าของพวกเขาจะเป็นสีแบบที่เราเลือก แต่เรื่องนี้ก็แล้วแต่ว่างานแต่งงานของแต่ละคนไม่เหมือนกันเพราะบางคนก็ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ในเรื่องของแขกที่เราเชิญอย่างที่ได้บอกไปในข้อที่ 2 ที่เราเชิญคุณเป็นแขกสำคัญครอบครัวและเพื่อนสนิทซึ่งจะทำให้เราไม่เหนื่อยมากจนเกินไปมีอีกอย่างหนึ่งที่อยากเตือนคือไม่จำเป็นต้องกังวลหรือรู้สึกเสียใจที่ไม่ชวนทุกคนเข้าร่วมงานแต่งงานของคุณ เพราะมันเป็นไปไม่ได้พอถึงคิวเพื่อนๆของคุณแต่งงานพวกเขาก็จะเข้าใจเองว่าไม่สามารถชวนทุกคนมางานแต่งงานของเราได้ ร้านเรื่องของของชำร่วย การเลือกของชำร่วยก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายๆเพราะมันอยู่ที่เจ้าสาวกับเจ้าบ่าวชอบอะไรพวกเขาสองคนจะเป็นคนเลือกว่าจะให้อะไรกับแขกที่มาในงานเรื่องนี้ง่ายและไม่ยากซึ่งสามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยแต่ให้อยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้นะ

ชุดเจ้าสาวเจ้าบ่าว

มาในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากตามปกติแล้วชุดของเจ้าสาวจะต้องเป็นชุดที่สวยที่สุดในงาน ชุดเจ้าสาวอาจจะมีราคาสูงมากกว่าเจ้าบ่าว แต่ปัจจุบันนี้ชุดเจ้าสาวคุณไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้คุณเพียงแต่เช่าชุดเจ้าสาวก็ไม่แพงเท่าไหร่แล้วเพราะงานแต่งแต่งแค่ครั้งเดียวคุณไม่จำเป็นต้องซื้อชุดแล้วมาเก็บไว้โดยที่ไม่ได้ใช้ แต่สำหรับคนที่ซีเรียสในเรื่องนี้ถ้าอยากจะซื้อชุดเจ้าสาวปัจจุบันก็ไม่แพงเหมือนกันเพราะบางคนก็อยากเก็บชุดเจ้าสาวไว้ดูตอนที่เขาอายุมากแล้ว คล้ายๆกับระลึกถึงวันเก่านั่นแหละ ราคาเช่าชุดเจ้าสาวไม่แพงจริงๆนะอยู่ในระหว่าง 3,000 ถึง 5,000 บาทเท่านั้นเอง ไม่แพงจริงๆแล้วเราสามารถไปลองได้ตามร้านต่างๆที่เป็นร้านเช่าชุดแต่งงาน ส่วนชุดเจ้าบ่าวก็สามารถสั่งตัดได้ตามร้านต่างๆราคาก็จะประมาณเท่ากับชุดเจ้าสาวแต่ชุดเจ้าบ่าวสามารถใช้ต่อไปเรื่อยๆได้ไม่ว่าคุณจะไปงานไหนหรือมีประชุมอะไรทำนองนี้ก็สามารถใช้ชุดนั้นต่อไปได้ แต่ชุดเจ้าสาวนะสิไม่สามารถใช้ต่อไปได้เลย แต่บางคนก็เก็บไว้ให้ลูกสาวในอนาคตด้วยนะ

เพื่อนเจ้าสาวเพื่อเจ้าบ่าว

ในสมัยนี้ทุกคนที่แต่งงานมักจะมีเพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวจริงๆสมัยก่อนก็ไม่ค่อยมีนักแต่ตอนนี้ทุกคนก็นิยมวัฒนธรรมตามฝรั่ง เพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวควรเป็นเพื่อนที่สนิทกับเจ้าสาวเจ้าบ่าว ซึ่งการมีเพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวก็ต้องคำนึงถึงว่าเพื่อนเจ้าสาวคนนั้นหรือเพื่อนเจ้าบ่าวคนนั้นพวกเขาสามารถซื้อชุดของตัวเองเพื่อมาใส่ในงานได้ไหมเพราะถ้าเป็นเพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวต้องมีชุดที่เหมือนกัน พอเรื่องนี้เสร็จมันจะทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์และสวยงาม เพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในงานแต่งงานซึ่งทำให้คนที่มางานรู้ว่ามีพยานเพื่อนสาวและเพื่อนชายที่เป็นพยานรู้เห็นว่าเราทั้งสองคนเป็นคู่รักจริงและจะใช้ชีวิตคู่กันตลอดไป ฟังดูดีและดูง่ายมากแต่ถึงวันนั้นทุกอย่างวุ่นวายมากจริงๆนะดังนั้นตอนที่เรามีเวลาเราควรที่จะจัดการทุกเรื่องให้เรียบร้อยให้มันอยู่ในลำดับของมัน

อาหารและเครื่องดื่ม

ส่วนลดอาหารและเครื่องดื่มในเรื่องของอาหารเราควรที่จะรู้ว่าทางโรงแรมหรือสถานที่ที่เราจะมีอาหารแบบไหนให้เราเลือกบ้างแล้วพอเรารู้ว่าโรงแรมมีอะไรเราก็จะเลือกได้ตามที่เราคิดว่าแขกในงานชอบ เพราะปกติโรงแรมจะมีแพ็คเกจง่ายๆให้เราเลือกอยู่แล้ว ในเรื่องของเครื่องดื่มจากประสบการณ์ของตัวเองอยากเตือนในเรื่องนี้ถ้าเราตัดสินใจให้มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในงานเราควรคิดเสมอว่าเราไม่สามารถควบคุมคนในงานให้ดื่มมากหรือดื่มน้อยได้พวกเขาดื่มมากอาจจะทำการเสียหายและเป็นที่ขายหน้าในงานได้ ดังนั้นเราควรคิดอย่างละเอียดว่าควรที่จะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในงานของเราไหมหรือถ้าให้มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานแล้วมีน้อยเกินไปแขกที่มาในงานก็อาจจะว่าเอาได้ซึ่งประสบการณ์ของตัวเองก็เลือกที่จะไม่มีแอลกอฮอล์ในงานเพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาอะไรขึ้นในงาน เพราะวันนั้นเป็นวันที่เหนื่อยที่สุดของเราแล้วแล้วถ้ายังต้องมาแก้ปัญหาอะไรแบบนี้อีกคงจะต้องเหนื่อยมากแน่ๆ

โต๊ะพิเศษสำหรับครอบครัว

จากประสบการณ์ของตัวเองอีกครั้งการจัดงานแต่งงานจะมีโต๊ะอยู่หลายโต๊ะซึ่งเราต้องจองโต๊ะที่พิเศษสำหรับครอบครัวเราพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวพ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวให้ใกล้เวทีมากที่สุดเพื่อที่พวกเขาจะได้ชื่นชมงานแต่งงานของเราได้อย่างชัดเจนทำให้เขารู้สึกว่าเรานับถือเขามากขนาดไหนแสดงถึงความรักต่อเขาด้วย สำหรับโต๊ะพิเศษนี้เราก็อาจจะให้ทางโรงแรมติดป้ายไว้ว่านี่เป็นโต๊ะของครอบครัวเท่านั้นแขกที่มาก็จะได้รู้ว่าเขาควรนั่งที่ไหน โต๊ะพิเศษนี้ก็ควรที่จะมีอาหารที่นำมาเสิร์ฟให้แต่สำหรับแขกคนอื่นๆสามารถเดินไปตักเองได้ถ้าเลือกแบบบุฟเฟ่ต์เพราะปกติคนไทยก็ชอบแบบนี้นะเดินเองตักเอง แต่สำหรับคนที่เลือกที่จะเอาอาหารมาที่โต๊ะหรือจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วอันนี้ก็ดีเหมือนกัน

ข้อที่ควรคิดถึงของการจัดงานแต่งงาน

ข้อที่เราควรคิดถึงจริงๆมันก็อยู่ในปัญหาที่เราจะเจอในงานแต่งงานเช่น ถ้าเราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในเรื่องของแอลกอฮอล์ หรือแม้แต่งบค่าใช้จ่ายที่เราไม่คาดคิดถ้าเราเชิญแขกมากเกินไปอาจจะเกินงบประมาณคนที่โรงแรมตั้งไว้ ไม่เพียงแค่นั้นเราอาจจะเจอปัญหาต่างๆตามมาหลายอย่างแต่ขอให้อย่ากังวลเพราะไม่มีใครสามารถจัดงานแต่งงานโดยไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่เราสามารถป้องกันให้มันมีปัญหาน้อยที่สุดได้โดยการทำตามขั้นตอนที่เราได้บอกด้านบนจริงๆ 7 ขั้นตอนนี้ก็จะมีข้อเตือนใจด้วยว่ามีอะไรบ้างที่เราทำได้แล้วมีอะไรบ้างที่เราต้องเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ ซึ่งจะเสร็จขั้นตอนนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวอยากให้เพื่อนๆรู้ว่าแต่ละคนงานแต่งงานหรือการจัดงานก็จะไม่เหมือนกัน และอย่าลืมนะการจัดงานแต่งงานเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นปัญหาต่างๆก็จะมีมาให้แกอยู่เรื่อยๆหลังจากการแต่งงาน แล้วอีกอย่างนึงถ้ามีเพื่อนๆคนไหนหรือญาติคนไหนที่เป็นเพื่อนและญาติห่างๆเขาอาจจะถามคุณว่าทำไมคุณถึงไม่เชิญเขาคุณควรที่จะเตรียมตัวต่อพวกเขาอย่างอ่อนน้อมและนับถือโดยให้เหตุผลว่าทำไม เราก็ทำได้เพียงแค่บอกความจริงเท่านั้นส่วนเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่ออันนั้นก็เรื่องของเขาแล้วล่ะ

การจัดงานแต่งงานถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

จากที่ได้เขียนไปแล้วเพื่อนๆคงอ่านดูแล้วรู้สึกเหนื่อยใช่ไหมล่ะ ไม่มีงานแต่งงานคนไหนไม่เหนื่อยหรอกนะทุกคนก็ต้องเหนื่อยแบบนี้กันทั้งนั้นแต่เชื่อได้เลยว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอนถ้าเราป้องกันโดยการเตรียมตัวอย่างดีมีขั้นตอนในการจัดงานอย่างดีแล้วไม่มีอะไรทำให้เราเหนื่อยไปมากกว่านี้หรอกจริงไหม เพื่อนๆรู้ไหมว่าการแต่งงานเป็นอะไรที่รู้สึกเครียดมากแต่ก็มีความสุขมากในเวลาเดียวกันเพราะเราจะได้อยู่กับคนที่เรารักและใช้ชีวิตคู่โดยเริ่มต้นจากการแต่งงานการแต่งงานเป็นเพียงพยานหลักฐานให้ทุกคนที่มาร่วมงานได้เห็นว่าเราสองคนได้สัญญาแล้วว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ขอให้เพื่อนๆประสบความสำเร็จในการจัดงานแต่งงานและชีวิตคู่ทุกคนนะ