เป็นความจริงที่ว่า การลงทุนในหุ้น เป็นการลงทุนที่จะให้ผลกำไรกับเราค่อนข้างสูงที่สุดในทุกการลงทุน! เพราะหุ้น คือการมีสิทธิ์ร่วมเป็นเจ้าของกิจการ หรือหุ้นส่วนธุรกิจ โดยทำการซื้อ - ขายผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งในแต่ละปี บริษัทที่มีกำไรดี ก็จะแบ่งเงินปันผลมาเข้ากระเป๋าเราในฐานะหุ้นส่วน และเราก็สามารถทำการขายหุ้นเพื่อเพิ่มกำไร ได้โดยการเปิดพอร์ตนี่ล่ะ แต่สำหรับมือใหม่อาจคิดว่า ยากที่จะทำให้เงินของเรางอกเงยขึ้นมาจากการเล่นหุ้น ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง ไม่เข้าใจวิธีการ รวมถึงไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินทุนมากแค่ไหนในการลงทุน หรือกลัวกลับ High Risk - High Return ดังนั้น สำหรับมือใหม่จึงสำคัญมากที่จะมีความรู้ในวิธีการเปิดพอร์ตหุ้นอย่างฉลาด สำหรับใครที่อยากลงทุนจริงๆ ถือว่ามาถูกทางแล้วล่ะ บทความนี้ จะมาช่วยให้เรารู้จักเลือกโบรกเกอร์ที่ดี , วิธีเตรียมเอกสารและการเปิดบัญชี , แอปพลิเคชันหรือโปรแกรมสำหรับการเริ่มใช้งาน และรายละเอียดเรื่องของการเตรียมเงินลงทุน และการเลือกหุ้นที่ดี เพื่อจะเริ่มต้นก่อน รวยก่อนได้ไม่ยาก มาดูกันเลย

เริ่มต้นกับโบรกเกอร์ที่ดี

คำถามแรกที่เจอและหลายคนดูเป็นกังวล ก็คงจะเป็นเรื่อง การเลือกโบรกเกอร์ อยากแนะนำในส่วนนี้ว่า มันก็ขึ้นอยู่กับความสบายใจของเราเป็นหลักนั่นแหละ! หากเราศึกษารายละเอียดข้อตกลงที่ไหน ถือว่ามีขั้นต่ำในการซื้อขาย มีค่าธรรมเนียมที่น่าสนใจและพอรับได้ ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี. โดยการเล่นหุ้นแบบพื้นการกัน เราจะต้องเข้าใจเรื่องตลาดกลาง ที่จะใช้ขายสิทธิ์การเป็นเจ้าของ หรือแบ่งหุ้นนั่นล่ะ สิ่งนี้เรียกวา ‘ตลาดหุ้น’ หรือที่หลายๆคนคุ้นปากเรียกว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ขั้นตอนการเลือกนายหน้าที่จะเป็นเหมือนตัวแทนของเรา หรือโบรกเกอร์เนี่ย จะอำนวยความสะดวกในการซื้อขายหุ้นแบบที่เหมาะสมให้เรา จึงต่างกันไปแน่ๆตามดุลยพินิจส่วนบุคคล เช่น เลือกจากธนาคารที่เราทำบัญชีผูกพันไว้ จะได้สะดวกในการทำธุรกรรมไปเลย อาทิ ธนาคารกรุงเทพมีบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงจำกัดมหาชน -ธนาคารกรุงศรีอยุธยามีบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีมหาชน , เพื่อนๆแนะนำโบรกเกอร์ที่เขาใช้ประจำ , อ่านบทวิเคราะห์แล้วเข้าตา , ค่าคอมมิชชั่นในการเทรดถูกที่สุด แต่ก็ไม่ต่างกันมากประมาณ 0.15%  และ ค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย เป็นต้น หรือแนะนำโบรกเกอร์ออนไลน์ก็ได้ มีค่าคอมมิชชั่นขั้นต่ำแค่ 0.075% หรือ 7.50 บาทต่อการเทรดก็มี

แล้วโบรกเกอร์ที่ดีก็จะทำให้การซื้อขายหุ้นของมือใหม่ง่ายขึ้น จะมาช่วยเราดูเรื่องการชำระค่าซื้อหุ้น , การจ่ายเงิน , การส่งมอบหุ้น ตลอดจนแจ้งสิทธิที่ผู้ลงทุนจะได้รับในทุกขั้นตอน เหมือนการรับผิดชอบตั้งแต่ต้นจนจบเกี่ยวกับหุ้น โดยเราต้องเลือกจากประวัติของโบรกเกอร์ ที่ติดต่อได้ง่าย มีรูปแบบการบริการที่รวดเร็ว และมีค่าธรรมเนียมที่เรารับได้ โดยโบรกเกอร์ใหญ่ๆ ก็จะมีการตรวจสอบง่าย ที่ดูได้ว่าไม่โกง มีสิทธิประโยชน์ให้กับเราพอสมควร อาจเช็คประวัติจากการชมบูธที่จัดขึ้นก็ได้

สำหรับนักลงทุนบางคนที่สนใจการซื้อหุ้นเป็นประจำทุกเดือน หรือ DCA ก็ต้องเช็คด้วยว่าโบรกเกอร์ที่เราเล็งมีบริการนี้ไหม , เคยทำผิดเงื่อนไขกับลูกค้าหรือเปล่า หรือเรื่องค่าธรรมเนี่ยมก็ด้วย มีขั้นต่ำให้เราเรตไหน เพราะต่างกัน 20-30 บาทแต่จำนวนที่เราซื้อขายหากมากขึ้น ก็จ่ายเพิ่มหนักด้วยเช่นกัน และเรื่องบทวิเคราะห์พร้อมคุณภาพของมาร์เก็ตติ้ง ก็จะช่วยเราตัดสินใจในลำดับสุดท้าย เพื่อเพิ่มข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณภาพกับเรา รู้เรื่องงบธุรกิจ ขยันใส่ใจ และบอกข่าวสิทธิประโยชน์ เราจะไม่เลือกได้ยังไงกัน!

เตรียมเอกสารที่ใช้และการเปิดบัญชี

เราสามารถทำให้ส่วนนี้แบบออนไลน์ได้ ไม่ซับซ้อนเลย แต่ใครชอบแบบทำที่ธนาคารโดยตรงก็เตรียมตัวได้ไม่ยากเช่นกัน โดยเอกสารที่จำเป็นก็จะมีพวก สำเนาบัตรประชาชน , สำเนาทะเบียนบ้าน , สำเนาสมุดบัญชีที่จะใช้ผูกกับพอร์ต อาจเลือกเปิดใหม่เลยก็ได้ และหลักฐานการเงินของเราย้อนหลัง 3 เดือน ไปหาบริษัทโบรกเกอร์ของเราเพื่อใช้เปิดบัญชี ขั้นตอนต่อมา ภายใน 1 สัปดาห์ โบกเกอร์ก็จะส่ง ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านมาให้กับเรา

ปกติ บัญชีหุ้นจะมีอยู่ 3 แบบ แต่ที่เราแนะนำและเป็นเบสิค ก็คือ บัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance) คือ บัญชีที่จะหักเงินเราอัตโนมัติ หรือเติมเงินนั่นแหละ มีเมื่อไหร่ก็ซื้อเมื่อนั้น เป็นการทำระบบออโต้ หรือ ATS ที่สามารถโอนจากบัญชีที่เราผูกไว้กับพอร์ตแบบอัตโนมัติไม่เสียค่าธรรมเนียม เหมาะกับมือใหม่หรือคนที่อาจเริ่มต้นด้วยงบที่น้อยก่อน หรือลองเล่น ถ้าจะเปรียบก็เหมือนบัญชีออมทรัพย์ในธนาคารนั่นแหละ ถึงเรายังไม่ได้ซื้อขายอะไรก็ยังมีดอกเบี้ยดีๆตอบแทน

อีก 2 แบบ คือ บัญชีเงินสด (Cash Account) จะเป็นบัญชีที่โบรกเกอร์จะอนุมัติวงเงินสำหรับการเทรดของเรา แต่ต้องมีการวางเงินประกันประมาณ 20 % เช่น ถ้าเราวางเงิน 100,000 บาท ก็จะเทรดได้ 500,000 บาท แต่ต้องจ่ายคืนภายใน 3 วันทำการ และถ้าขายได้ก็มีเงินเข้าบัญชีเราภายใน 3 วันเหมือนกัน. ต่อมา คือ บัญชีเครดิตบาลานซ์ (Credit Balance Account) อันนี้จะเป็นในรูปบัญชีที่นักลงทุนจะต้องมีเงินมาก โดยการกู้เงินจากโบรกเกอร์ ต้องวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน และจ่ายดอกเบี้ยด้วยพร้อมจำกัดการซื้อได้บางบริษัทจึงยากสักหน่อย หากมีหุ้นราคาตก โบรกเกอร์ก็จะบังคับเราในการขายด้วย

เลือกแอพพลิเคชันและโปรแกรมที่ใช้

ปกติแล้วในการซื้อขายหุ้นโดยหลักๆ จะเป็นแบบซื้อผ่านตลาดหลักทรัพย์เลย หรือ ซื้อผ่านออนไลน์โดยใช้แอปพลิเคชันหรือโปรแกรมที่จะช่วยเราวิเคราะห์หุ้น โดยแอปพลิเคชันยอดฮิตสำหรับมือใหม่ก็หนีไม่พ้น

  • Streaming
  • StockRadars

สำหรับการซื้อขายหุ้นผ่านระบบออนไลน์ ด้วยแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมก็สามารถทำได้เลย และเรายังดูกราฟของหุ้นได้ง่าย ทำให้เวลาจะซื้อจะขายจะเห็นภาพรวม ตัดสินในได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเห็นแนวโน้มของราคา โดยสามารถปรึกษาโบรกเกอร์ได้อีกทีด้วยว่ามีเครื่องมืออะไรที่จะแถมให้กับเราบ้าง เมื่อการเทรดหุ้นของเราสามารถทำได้ผ่านโลกดิจิตอลแบบนี้ ยังสะดวกและประหยัดมากกว่าไปเสียค่านายหน้าเป็นไหนๆเลยใช่มั้ยล่ะ!

เงินลงทุนและการเลือกหุ้น

คำตอบเรื่องของของเงินลงทุน ก็คือ หากเราจัดสรรไว้จำนวนเท่าไหร่ ก็ลงทุนได้จำนวนเท่านั้นแหล่ะ ถ้ารับความเสี่ยงได้มาก ก็ลงมาก รับความเสี่ยงได้น้อย ก็ลงน้อย แม้แต่แค่ 500 - 1,000 บาทก็เริ่มต้นได้แล้ว แม้จะมีกำหนดขั้นต่ำที่ 100 หุ้น แต่ถ้าเราซื้อเศษหุ้น หรือ Odd Lot พวกหุ้นหน่วยย่อย ที่มีในตลาดหลักทรัพย์ก็ทำได้. แต่สิ่งสำคัญคือ ควรมีเงินก้อนสำรองไว้ด้วยเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ผู้เริ่มหุ้นทุกคนจึงต้องมี เงินเย็น ที่ไม่ลำบากติดกระเป๋าเสมอ

สำหรับการเลือกดูว่าหุ้นตัวไหนน่ะที่ดีและเหมาะกับเรา? ก็คงอยู่ที่ความชอบส่วนบุคคลนั่นล่ะ ถ้าเป้าหมายในการลงทุนครั้งนี้ของเราเป็นแบบไหนก็เลือกแบบนั้น เช่น ถือไปยาวๆ หรือต้องการต่อยอดเป็นอย่างอื่น , เรารับความเสี่ยงแค่ไหนก็จัดสรรเงินลงทุนแค่นั้น แต่ถ้ารับความเสี่ยงได้มาก หุ้นก็ให้เราได้มากเช่นกัน

และเราควรค่อยเป็นค่อยไปในการซื้อหุ้น โดยการศึกษาและหาข้อมูลในหลายๆ อุตสาหกรรมที่เราชอบ โดยเลือกจากบริษัที่ดูดี มีพื้นฐานและผลประกอบการน่าพอใจ หรือดูสม่ำเสมอ อาจหาจากรายชื่อหุ้น 50 ตัวแรกที่มีมูลค่าเยอะที่สุดในตลาดหลักทรัพย์เพื่อประกอบการตัดสินใจ หรือในเว็บ เซทดอทโออาร์จี หรือหน้า Quote ใน StiockRadars และในช่วงต้นๆ สำหรับการจัดพอร์ต มือใหม่ก็น่าจะมีหุ้นไว้สัก 3-5 ตัว เพื่อง่ายต่อการติดตามข่าวสารและดูแลได้อย่างทั่วถึง และควรถือแบบระยะยาวไปก่อนก็จะดี พอมีเทคนิคที่มั่นใจแล้ว ค่อยลองเก็งกำไรแบบระยะสั้นก็ไม่เสียหาย

เมื่อหุ้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว เริ่มต้นก่อน รวยก่อน!

เราจะเห็นว่าในปัจจุบัน การลงทุนในหุ้นกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ถือเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ และให้ผลตอบแทนที่ดี อาจเห็นได้มากมายด้วยกับตัวอย่างคนที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนชนิดนี้ แต่ก็ยอมรับว่า การเลือกที่จะเปิดพอร์ตหุ้นสักแห่ง สำหรับมือใหม่ ยังต้องศึกษาและพิจารณาหลายปัจจัยด้วยกัน เหมือนที่เราเอ่ยมา เช่น การเริ่มต้นกับโบรกเกอร์ที่ดี มีความรับผิดชอบ รวดเร็วและตอบโจทย์เราที่สุด , การเตรียมเอกสารที่ใช่และเดินหน้าเปิดบัญชี เพื่อเราจะเริ่มซื้อขายหุ้นได้ในจำนวนเงินที่ต้องการ , มีแอปพลิเคชันชั่นหรือโปรแกรมที่เหมาะสม  เพื่อเป็นเครื่องมือในการซื้อ - ขายหุ้น ดูกราฟและบริหารพอร์ต  รวมถึงไม่ลืมพิจารณาเรื่อง บทวิเคราะห์ สิทธิพิเศษอื่นๆ และค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ เพื่อส่งผลต่อกำไร-ขาดหุ้นของพอร์ตเราด้วย และสิ่งที่ขาดไม่ได้และเป็นเรื่องหลักก็เป็นเรื่องของเงินลงทุนและการเลือกหุ้นที่ถูกใจมาเข้าพอร์ตของเรานั่นเอง

พออ่านมาถึงตรงนี้ คุณรู้สึกหรือยังว่าเรื่องของหุ้นไม่ได้ยากเกิน ที่มือใหม่อย่างเราๆจะเข้าใจและลองเริ่มต้นดู! เพราะโอกาสที่จะเห็นกำไร เป็นไปได้และดูน่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆเลยล่ะ แต่เมื่อมีการเตรียมตัวมาดี ลองมือให้เกมเสมือนจริงบ้างมาแล้ว ก็คงจะต้องเริ่มด้วยหุ้นที่หมายตา และรอรับความสำเร็จในพอร์ตหุ้นจริงๆกันไปเลย เริ่มต้นก่อน รวยก่อนได้ไม่ยาก แต่ก็อย่าลืมสำรวจด้วยล่ะว่า ทุกการลงทุนก็มีความเสี่ยง เราก็เช่นกัน ต้องหมั่นศึกษา หาควาามรู้ให้ดีในหุ้นที่เลือก ถ้าให้ชัวร์ดูผลดำเนินงานในอดีตประกอบไปด้วยเพราะจะส่งผลต่ออนาคตหุ้นของเรา และลองศึกษาเทคนิคดีๆอยู่เสมอ เพื่อเอามาปรับใช้ในวิธีของตนเหมือนที่เราคุยกัน แค่นี้ มือใหม่ทุกคนก็สามารถเปิดพอร์ตหุ้น อย่างฉลาดได้ไม่ยาก!