ตัวเลือกไหนที่จะช่วยเราเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ดี หากมีเหตุฉุกเฉินก็นำมาหมุนได้ก่อน แต่ก็ยังให้ผลตอบแทนแบบที่น่าพอใจ และคุ้มค่าในการลงทุน!!

เพื่อจะได้คำตอบ ขอให้เราลองมารู้จักกันมากขึ้นเกี่ยวกับ ‘ การลงทุนระยะสั้น’ ว่าตัวเลือกนี้คืออะไร ดีต่อเราแค่ไหน และควรเลือกการลงทุนรูปแบบนี้อย่างไรให้ไปต่อได้อย่างตอบโจทย์ชีวิตเราที่สุด เพื่อสร้างทั้งแหล่งพักเงินที่ดี และทำให้การจับจ่ายใช้สอยก็ทำได้อย่างคล่องตัวแม้จะต้องเจอวิกตฤที่โถมเข้าใส่

..มาเข้าใจไปพร้อมๆกันเลยจ้า..

การลงทุนระยะสั้นคืออะไร

สำหรับนักลงทุนที่อยากจะเลือกเครื่องมือใรการลงทุนสักหน่อย แต่เราก็รับความเสี่ยงได้ต่ำ แต่ก็อย่างได้การลงทุนที่มีสภาพคล่องสูงเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว การเลือกลงทุนระยะสั้น ก็คือ ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะเงินลงทุนที่เราต้องจ่าย จะส่งเสริมเป้าหมายทางการเงินในแบบที่สั้น เช่น ระยะเวาการลงทุนในสินทรัพย์แบบ 3 เดือน , 6 เดือน  ไปจนถึง 1 - 3 ปี จึงทำให้เราก็สามารถเลือกกำหนดระยะเวลาที่เกี่ยวข้องกับจุดมุ่งหมายของการลงทุน และตอบสนองกันได้ตามเป้าที่วางไว้

โดยการลงทุนระยะสั้นแบบความเสี่ยงต่ำนี้ ก็มีตัวเลือกอีกไม่น้อย เหมาะกับผู้ที่สนใจต้องการทำให้เป้าหมายในการออมสำเร็จได้อย่างลุล่วง เช่น เงินฝากประจำ , กองทุนรวมที่กำหนดอายุโครงการ หรือ Term Fund  , กองทุนรวมตราสารหนี้ หรือ Fixed Income Fund ที่ซื้อง่ายขายคล่อง ไปจนถึงตัวเลือกอย่าง สลากออมสิน หรือ สลาก ธกส. ที่ให้เราลงทุนระยะสั้นไม่เกิน 3 ปี เป็นต้น

การลงทุนระยะสั้นดีอย่างไร

คำถามยอดฮิตที่หลายคนอยากทราบก็คือ การลงทุนระยะสั้น กับ ระยะยาวแบบไหนดีกว่ากัน!! คำตอบก็คือ เป้าหมายในการลงทุนของแต่ละคน ที่บอกแบบนี้ ก็เพราะความจำเป็นของแต่ละคนในการออมและการใช้จ่ายย่อมไม่เหมือนกัน และสร้างความเปลี่ยนแปลงไปได้อีกทุกขณะ

การลงทุนระยะสั้น จึงดีกว่าที่ช่วยเราสามารถลดความเสี่ยงในด้านของสภาพคล่องได้ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่สามารถนำไปเปลี่ยนเป็นเงินได้เร็วกว่าการลงทุนแบบระยะยาว แต่กระนั้น ก็ยังมีตัวแปรอย่างการผันผวนในด้านของราคา ที่แบบระยะยาวมีน้อยกว่า ทำให้นักลงทุนอย่างเราจะต้องรู้จักการกระจายความเสี่ยง โดยการวางแผนและแบ่งสัดส่วนในการลงทุนแบบระยะสั้นนี้ในสินทรัพย์ต่างๆให้ดี และสอดคล้องกับความจำเป็นของเราที่สุด

และเมื่อมีเป้าหมายในการลงทุนแล้ว ก็จะต้องมีจำนวนสัดส่วนเงินลงทุนของเราที่เหมาะสมด้วย เพราะเมื่อแจกแจงเป้าหมายแล้ว ก็ต้องมีแผนการออมและค่าใช้จ่ายประกอบกันไป จึงจะทำให้ไม่ก่อผลกระทบต่อการลงทุนระยะสั้นของเรานี้ และถึงแม้เจอกรณีที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นดังคาดไว้ ก็ยังไปต่อและฟื้นตัวได้อย่างไม่เจ็บหนัก ซึ่งต่างจากการลงทุนแบบระยะยาว ที่หากผลตอบแทนถูกเทไม่เป็นดังคาดไว้ ก็จะเจ็บหนักแทบทรุดกันเลยทีเดียว

ควรเลือกลงทุนอย่างไรจึงจะตอบโจทย์

หลายคนที่เคยฝากเงินกับธนาคารในบัญชีออมทรัพย์ ถึงแม้ตัวเลือกนี้จะสบาย แต่ก็อาจมีปัญหาแฝงมาเบาๆ เช่น ถอนเงินออกมาใช้จนเกลี้ยง  หรือปล่อยทิ้งไว้เฉยๆแบบไม่ได้ทำให้งอกเงยและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า  เพราะดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่เรารู้กันว่าก็ช่างน้อยนิดเพียง 1.1 % ต่อปี แต่ตัวเลือกการลงทุนระยะสั้นแบบ การฝากประจำ ที่จัดเป็นการลงทุนที่เรากำหนดได้ และจะให้ผลตอบแทนตรงนี้ได้ดีกว่า เช่น เงินฝากประจำ 1 ปี จะได้ดอกเบี้ยสูงสุดที่ 1.75% ต่อปี  และเป็นการกำหนดว่าเราจะไม่สามารถถอนออกมาก่อนกำหนดได้ จึงหมดปัญหาเอาออกมาใช้จนเกลี้ยงด้วย

รึหาก พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ และตราสารหนี้ ที่นักลงทุนมักซื้อไว้เก็งกำไรในระยะยาว ก็ทำให้หลายคนสับสนว่าไม่รู้จะลงทุนตัวไหนดี และต้องใช้เงินในการซื้อขั้นต่ำอีกค่อนข้างเยอะ กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น จึงเป็นทางเลือกสำหรับมือใหม่ที่ดีกว่า เพราะจะมีผู้เชี่ยวชาญอย่างผู้จัดการกองทุนคอยดูแลให้เรา ซื้อกี่บาทก็ได้ และมีสภาพคล่องใกล้เคียงกับการฝากเงินในธนาคารด้วย ขายวันนี้ ได้เงินคืนในวันถัดไป โดยตัวเลือกของสินทรัพย์ที่เป็นกองทุนตราสารนี้ระยะสั้น ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ก็จะมี ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.2 - 1.8 % ต่อปี จึงให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าการฝากแบบออมทรัพย์ หรือฝากแบบประจำด้วย แต่ก็จะมีความผันผวนของราคาที่อาจทำให้แตกต่างจากนี้ไปบ้าง

และอย่างที่บอกไปแล้วว่า ความจำเป็นของแต่ละคนในการออมและการใช้จ่ายก็ไม่เหมือนกัน เช่น นักลงทุนที่มีเป้าหมายเก็บเงินแต่งงาน จ่ายค่าเทมอลูกในอีก 2-3 ปี ก็อาจเลือกการลงทุนระยะสั้นที่มีความเสี่ยงต่ำอื่นอย่าง กองทุนรวม ตราสารหนี้ระยะสั้น  การฝากประจำ  หรือสลากต่างๆที่มีกำหนดอายุครบ 3 ปี ตามผลตอบแทนที่เรารับได้

หรือบางคนที่อาจต้องการเก็บเงินซื้อรถในปลายปี   เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ก็อาจจะเลือกลงทุนในรูปแบบที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นมาหน่อย แต่ก็เพิ่มโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนมากขึ้นด้วยในระยะเวลาไม่นาน เช่น ตลาดหุ้น ซึ่งถึงแม้อาจจะยังไม่บรรลุเป้าหมายในเวลาที่กำหนด เราก็ยังเลือกระยะเวลาออกไป หรือปรับลดงบประมาณในการดาวน์รถ หรือทริปนั้นลงได้ด้วย

ลองเลือกการลงทุนระยะสั้น เพื่อแหล่งพักเงินที่ดีและงอกเงยของเรา!

ถ้าถามว่าสั้นกับยาวอะไรดีกว่ากัน วันนี้คงตอบได้เลยว่า มันคนละแบบ แต่.. การลงทุนแบบระยะสั้น จะให้เราได้ดีกว่าในเรื่องของความเสี่ยง และสภาพคล่อง จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้นักลงทุนมือใหม่หลายคนเลือกใช้การลงทุนแบบระยะสั้น มาเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับตนเอง รึหลากมีเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้เงิน เงินลงทุนในระยะสั้นแบบนี้ ก็สามารถนำมาใช้หมุนเวียนกันก่อนได้คล่องตัวกว่า เงินลงทุนในระยะยาวด้วย

จะตัวเลือก 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1-3 ปี เราก็พร้อมกำหนดระยะเวลาที่เหมาะกับตนเอง และไปต่อในสายการลงทุนระยะสั้นได้ เพื่อนำเงินมาขับเคลื่อนไปจนถึงเป้าหมายที่ได้วางไว้. ลองเปลี่ยนจากการทิ้งเงินก้อนไว้ในบัญชีธนาคารเฉยๆ มาหาแหล่งพักเงินที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าอย่างการลงทุนระยะสั้นแผนต่างๆ แล้วสร้างแผนการเงินในแบบที่รอบคอบของเราเองกันดูได้ เพื่อทำให้การเงินของเราก็ยังคงไปต่อ และได้ผลตอบแทนที่ดีแม้จะต้องเจอกับวิกฤตไหนก็ตาม