ใครที่รอบินอยู่ คงได้เฮกันแล้ว! เพราะตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลายสายการบินในประเทศของเราก็ได้กลับมาเริ่มให้บริการกันใหม่อีกครั้ง  แต่เอาเข้าจริง เราเองก็พึ่งผ่านพ้นเรื่องการแพร่ระบาดของโควิดมาไม่นาน พอจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ก็คงต้องใส่ใจและคิดกันให้มากขึ้นหน่อยเรื่องความปลอดภัย เมื่อต้องอยู่ในสถานที่ๆมีคนพลุกพล่าน ยิ่งถ้าเราเองอาจจะต้องเดินทางโดยสารเครื่องบินในเร็วๆนี้ ก็คงอยากจะทราบมาตรการเพื่อการรับมือ สำหรับสายบินในยุคโควิด อีกทั้งวิธีการดีๆ เพื่อเตรียมตัวก่อนบินลัดฟ้า และเทคนิคในการเช็คอินที่นักเดินทางอย่างเราไม่ควรพลาด ใครที่กำลังสนใจเรื่องนี้อยู่ ลองตามมาอัปเดตไปพร้อมกันสิค่ะ

เราควรเตรียมตัวก่อนเดินทางโดยใช้เครื่องบินอย่างไรดี

แรกทีเดียว คือการตรวจสอบในเรื่องของเส้นทางการบินที่จะเริ่มเปิดบริการ แม้จะยังไม่ครบทุกเส้นทาง เพราะแต่ละจังหวัดก็มีการประกาศคำสั่งที่แตกต่างกันและตารางการบินอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้อีกตลอดเวลา รวมถึงเรื่องการกักตัว 14 วัน ตามข้อมูลของแต่ละจังหวัด จะได้ไม่มีปัญหาเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง

ตามมาด้วยการเผื่อเวลาให้มากกว่าปกติสักหน่อยเมื่อต้องไปที่สนามบิน เพราะจะมีขั้นตอนการตรวจที่ละเอียดตามจุดคัดกรองต่างๆค่ะ  และเมื่ออยู่ในสนามบินก็ควรจะสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา และคำนึงถึงมาตรการ Social Distancing โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ในการยืนเข้าแถว-นั่งพัก  ไปจนถึงการจัดที่นั่งบนเครื่องบินที่จะมีการเว้นระยะห่างด้วย

ในการโหลดสัมภาระก็จะเปิดให้มีการเช็คล่วงหน้าตามปกติ และการพกเจลล้างมือ เราจะนำขึ้นเครื่องได้แต่ไม่เกิน 350 มล. หรือรวมกับของเหลวอื่นๆ ที่ไม่เกิน 1,000 มล.หากเอาไปเกินนั้น ก็ถูกเทถูกยึดไปต่อหน้าเหมือนเดิมนะคะ เดี๋ยวจะปวดใจไปเปล่าๆ

และเรายังต้องกรอกลงแบบฟอร์มข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติมในช่วงนี้ด้วย ที่จะมีการแจกให้ผู้โดยสารก่อนที่จะเข้าไปในประตูขึ้นเครื่องแต่ละเที่ยว. ระหว่างอยู่บนเครื่องบินก็จะมีงดบริการอาหารและเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน ถึงมันจะแตกต่างไปจากเดิม และเคร่งครัดกว่าเก่าอยู่บ้าง แต่ก็คือมาตรการเพื่อการป้องกันโรคที่เราควรให้ความร่วมมือ เพื่อจะผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน และถือว่าเป็น New normal ในช่วงนี้ ที่เราควรเตรียมตัวเตรียมใจ ก่อนจะโดยสารทางเครื่องบินกันนะคะ

วิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการเช็คอินแบบไม่เสี่ยงต่อคิวยาวๆ

หลายคนสนใจกันมากขึ้นเรื่องการลดการสัมผัสระหว่างบุคคล ยิ่งเห็นแถวยาวๆตามจุดเข้าคิวอีก เวลาที่คิดว่าเผื่อล่วงหน้าแล้ว ก็อาจไม่พอกับเราได้ วันนี้มีทางเลือกดีๆในการเช็คอินที่เหมาะกับเรามาฝากค่ะ เลือกกันได้ตามสะดวกทั้งสายการบินในและต่างประเทศเลย

การเช็คอินทางเว็บไซต์

การเช็คอินแบบนี้ถือว่าง่ายและสะดวกมาก แถมทำได้ทุกทีขอแค่มีอินเตอร์เน็ต  เราสามารถทำได้ภายใน 24 ช.ม. - 2 ช.ม. ก่อนเครื่องออก. เมื่อเรายืนยันรายละเอียดการเช็คอินต่างๆเรียบร้อย ก็สามารถพิมพ์บอร์ดดิ้งพาสต์ หรือบัตรโดยสารสำหรับใช้ขึ้นเครื่องออกมาจากเครื่องพิมพ์เราได้เลย และพอมาถึงสนามบินแล้ว ก็ไปเช็คอินแค่กระเป๋าที่มีแถวแยกได้เลย ถือว่าเร็วกว่า ลดการเข้าคิวนาน มีเวลาเผื่อคิวที่ด่านตรวจ ตม. รึจะเดินดูสินค้าปลอดภาษีสักหน่อยก็ได้ด้วย

การเช็คอินผ่านมือถือ

การเช็คอินผ่านแอพพลิเคชั่นของสายการบินบนมือถือแบบนี้ เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และไม่ต้องใช้กระดาษใดๆ ด้วย เพียงเราคลิกแท็บ ‘เช็คอิน’ แล้วรอให้ได้รับข้อความส่งมา ที่ใช้แทนบัตรขึ้นเครื่องพอมาถึงประตูขาออก พนักงานของสายการบินก็จะสแกนข้อความในมือถือของเรา แต่ต้องสำรวจด้วยว่ามีแบตเตอรี่พอรึเปล่า และเที่ยวบินที่จะเดินทาง เปิดให้เช็คอินวิธีนี้ได้มั๊ย จะได้ไม่มาเซ็งทีหลังนะคะ

บริการตู้เช็คอิน

ตู้เช็คอินนี้มีให้บริการทั้งในสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ และมีขั้นตอนที่รวดเร็วกว่าเคาน์เตอร์เช็คอินปกติ เราจะทำได้โดย สแกนหน้าหนังสือเดินทาง หรือใส่ข้อมูลของพาสปอร์ต , ตั๋วเครื่องบินที่เราพิมพ์ออกมาจากที่บ้าน , ใส่เลขสมาชิกสะสมไมล์ หลังจากนั้นก็เลือกจุดหมายเดินทาง และยืนยันรายละเอียดของเที่ยวบิน ถ้าเรามีกระเป๋าเพิ่มก็นำไปวางที่จะดวางกระเป๋าของสายการบินได้เลย แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย

การเช็คอินในสถานที่อื่น

วิธีนี้จะขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบินจึงต้องตรวจเช็คบริการนี้ก่อน เช่น สายการบินนกแอร์จะมีบริการนี้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลติดกับสนามบินเชียงใหม่ ที่ร้าน Nok Air Check & Shop ในระหว่างเวลา 11.30 -20.00 น. พร้อมรถรับส่งบริการ และออกบอร์ดดิ้งพาสต์ให้ก่อนเครื่องออกประมาณ 1 ชม. ส่วนในกรุงเทพฯ จะมีสถานที่เปิดให้บริการเช็คอินได้ที่แอร์พอร์ตลิ้งมักกะสัน ได้ทั้งผู้ที่เดินทางในประเทศและระหว่างประเทศ(ยกเว้นสหรัฐฯ) โดยเราสามารถเช็คอินล่วงหน้าที่จุดนี้ได้ตั้งแต่ 3-12 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางค่ะ

มาตรการใหม่สำหรับสายการบินในยุคโควิด

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. ไม่หยุดนิ่งในเรื่องนี้ เพื่อการกลับมาบินภายในประเทศอีกครั้ง ในวันที่ 1 พฤษภาที่ผ่านมา ของ 4 สายการบินอย่าง นกแอร์ แอร์เอเชีย ไทยไลอ้อนแอร์ และเวียตเจ็ท ในท่าอาศยาน 14 แห่ง คือ ท่าอาศยานลำปาง พิษณุโลก แม่สอด บุรีรัมย์ นครพนม สกลนคร ขอนแก่น ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อุดรธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สุราษฎร์ธานี และกระบี่ โดยมีมาตรการรับมือในยุคโควิด ดังนี้ :

  1. ให้มีการขายตั๋วแบบที่นั่นเว้นที่นั่ง

  2. ก่อนขึ้นเครื่องจะวัดอุณหภูมิผู้โดยสารที่จะต้องไม่เกิน 37.3 องศาเซลเซียส

  3. ตลอดการเช็คอิน การรับบอร์ดดิ้งพลาส การเดินเข้าเกต และการตรวจค้นสัมภาระใดๆ จะต้องห่างกันในระยะไม่น้อยกว่า 1 เมตร

  4. รถจากบัสเกตไปยังเครื่องบิน จะต้องลดจำนวนผู้โดยสารเพื่อไม่มีการเบียดเสียดกัน

  5. ผู้โดยสารบนเครื่องบินจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

  6. ในทุกสายการบินจะไม่มีบริการเสิร์ฟอาหารและน้ำดื่มบนที่นั่ง หากจำเป็นจริงๆ จะต้องย้ายไปทานที่ท้ายเครื่อง

  7. จัดให้มีแถวที่นั่งพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่อาการป่วยระหว่างการเดินทาง สำหรับเที่ยวบินที่มีระยะการบินเกิน 90 นาที

  8. ราคาตั๋วอาจจะมีราคาแพงขึ้นเนื่องจากจำนวนที่นั่งที่น้อยลง

  9. ต้องตรวจสอบเส้นทางการบินอยู่เสมอ เพราะหลายสนามบินปลายทางยังไม่มีการเปิดใช้ เช่น ที่สนามบินภูเก็ต เนื่องจากคำสั่งปิดเมือง

แผนตั้งรับและวิธีเตรียมตัวที่เราควรรู้ ก่อนจะเริ่มบินอีกครั้ง!!

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เราก็จะได้กลับมาบินกันอีกครั้งแล้วแน่ๆ ใครที่มีแผนการเดินทางในใจ ก็คงจะต้องตรวจสอบเส้นทางการบินกันให้ดีๆก่อน พร้อมการเตรียมตัวให้มากกว่า เพื่อปฎิบัติตัวในช่วงการบินนะคะ ทั้งจากคำสั่งของแต่ละจังหวัดที่แตกต่างกัน เรื่องจุดตรวจและการเช็คอิน เราก็คงจะต้องให้ความร่วมมือต่อมาตรการในการป้องกันโรคครั้งนี้ และกรอกข้อมูลสุขภาพอย่าง ต.8-คค ด้วย

จึงต้องยอมรับเลยล่ะว่า การที่เรามีการเว้นระยะห่างทางสังคม และ New Normal ใหม่ๆ ที่ทำเป็นสิ่งปกติ ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง การล้างมือบ่อยๆ และใช้เจลแอลกอฮอล์ ลดเสี่ยงก็ลดโรค แล้วการเปิดโลกกว้างและการเดินทางอีกครั้งของเรา ก็จะราบรื่นปลอดภัยกว่าแน่นอนค่ะ. ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านสถานกาณ์สุ่มเสี่ยงต่างๆไปได้ด้วยดีกันนะคะ!