ขอเอาใจคนที่ชื่นชอบการแต่งรถให้ได้เฮกันหน่อย.. เชื่อว่าสำหรับหลายคนการได้ตกแต่งรถยนต์ของตนเองนั้นให้โดดเด่น สวยเท่ และสะดุดตากว่ามากกว่าเดิม ย่อมเป็นความสุขทางใจอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเปลี่ยนล้อแม็ก ติดสเกิร์ตหรู ใส่สปอยเลอร์สุดซิ่ง หรือแม้แต่เปลี่ยนสีรถแทบจะทั้งคัน

แต่หากคนรักรถจะเอะใจกันสักนิด เคยสงสัยมั๊ยค่ะ การแต่งรถให้โฉบเฉี่ยวนั้นส่งต่อการทำประกันรถยนต์ของคุณอย่างไร  เวลาไปตรวจสภาพรถกับทางบริษัทที่รับทำประกันภัยรถยนต์จะยังคงความคุ้มครองอยู่มั๊ยหรือต้องเสียเบี้ยเพิ่ม  และเราควรเลือกประกันภัยตัวไหนดี เพื่อเข้ามาดูแลรถยนต์สุดรักสุดหวงที่หลายคนรักไม่ต่างไปจากลูก วันนี้ MoneyDuck มีคำตอบค่ะ โดยจะขอแยกเป็น 2 กรณีแรกก่อนนะคะ

รถแต่งแบบไหนที่ประกันภัยไม่คุ้มครอง

คำถามที่ปวดใจว่า ทำไมบริษัทประกันไม่คุ้มครองรถแต่งล่ะ? คำตอบก็คือ เขาดูที่วัตถุประสงค์ในการตกแต่งของเราค่ะว่าทำเพื่ออะไร เพราะเงื่อนไขในการรับประกันภัยในหลายๆบริษัทจะกำหนดไว้ว่า ไม่ให้ความคุ้มครองในการใช้งานรถที่ผิดประเภท หรือรถที่ถูกเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์เพื่อใช้ในการแข่งขันความเร็วแบบนอกสนามที่ถือว่าผิดกฎหมาย หากแต่งรถออกแนวนี้บริษัทประกันภัยจะไม่ค่อยรับทำค่ะ

หากรถของคุณมีอาการดัดแปลงเครื่องยนต์ใหม่แทบทั้งหมด (สังเกตจากเกตรวจวัดต่างๆ ที่ติดตามคอนโซลรถ) ทำท่อบึ้มๆ เปลี่ยนขนาดท่อไอเสียที่มีเสียงดังเกิน 100 เดซิเบล, โหลดรถให้ต่ำกว่า 40 เซนติเมตร หรือสูงเกิน 175 เซนติเมตร เมื่อวัดจากกึ่งกลางหน้ารถไปจนถึงพื้นถนน, เปลี่ยนสีไฟให้แปลกไปจากเดิม เช่น ไฟเลี้ยวไม่ใช่สีเหลือง  ไฟเบรกไม่ใช่สีแดง หรือไฟท้ายไม่ใช่สีขาว , ทำการดัดแปลงแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ หรือมีสิ่งบดบังทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน และการเปลี่ยนสีรถทั้งคันหรือบางส่วนแบบที่ไม่แจ้งต่อกรมการขนส่งทางบก. ประกันไม่รับแน่นอน!!

ถ้าคุณชื่นชอบรถแต่งประเภทเน้นความเร็ว แรง แซงในทุกโค้ง คงต้องขอบอกว่าบริษัทประกันมักจะ Say No! นะคะ เพราะรถแต่งที่ทำเพื่อใช้แข่งขันความเร็ว ทางบริษัทประกันจะมองว่าจัดอยู่ในรถประเภทที่มีโอกาสสูงในการเกิดอุบัติเหตุมากกว่ารถยนต์แบบทั่วไป และอาจจะมีความเสียหายที่ประเมินเป็นมูลค่าสูงขึ้นด้วย

แต่งรถแบบไหนที่ประกันภัยยังคุ้มครองอยู่

หากคุณชื่นชอบการแต่งรถเพื่อความสวยงาม ติดตั้งอุปกรณ์แบบพื้นฐานทั่วไปเพื่อทำให้รถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น ก็สามารถทำได้เลยโดยที่บริษัททำประกันรถยนต์ยังคงความคุ้มครองค่ะ เช่น ใส่โช้คอัพดีๆ เบรคแน่นๆ ใส่สปอยเลอร์ ติดสเกิร์ท ติดสติ๊กเกอร์  เปลี่ยนล้อแม็กใหม่  เปลี่ยนเครื่องเสียงภายใน และการติดตั้งแก๊สรถยนต์ เป็นต้น

ยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นลูกค้าเดิมในบริษัทประกันภัยอยู่แล้ว ถ้าอยากติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งเสริมหล่อให้รถคู่กาย ก็ทำได้แบบไม่ต้องกังวล เขาต่อประกันให้แน่ๆ เพียงแต่ต้องลองสอบถามเจ้าหน้าที่นิดนึงว่า เรื่องความคุ้มครองยังครอบคลุมส่วนตกแต่งนี้รึป่าว เพื่อทางบริษัทจะได้ประเมินราคาอุปกรณ์ชุดนั้นเพิ่มเติม ใช้นำมาคิดคำนวณเบี้ยรายปี และอำนวยความสะดวกเมื่อต้องเคลมประกันค่ะ

แล้วถ้าแต่งรถมาเป็นแสน อยากได้ความคุ้มครองสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างคลอบคลุมล่ะ ต้องทำไง มีประกันตัวไหมมั๊ยที่เหมาะกับรถคูลๆของเรา ติดตามหัวข้อถัดไปกันเลย..

ประกันภัยที่เหมาะสมกับรถแต่งของคุณ

ประกันภัยที่เหมาะกับผู้ชื่นชอบแต่งรถ ก็คือ ประกันชั้น 1ค่ะ เพราะประกันชั้นอื่นๆ จะกำหนดเงื่อนไขการชนที่จะต้องมีคู่กรณี และให้บริการที่ไม่ครอบคลุมสักเท่าไหร่  ส่วนประกันชั้น 1 จะครอบคลุมทุกการชนทำแล้วก็รู้สึกอุ่นใจมากขึ้นว่าอุปกรณ์ที่เราตกแต่งไปจะได้รับการดูแลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และที่สำคัญ เมื่อเราตกแต่งเพิ่มเติม ก็จะต้องรีบแจ้งบริษัทประกันภัยในทันที เพราะถ้าไม่แจ้งแล้วหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาประกันก็จะคุ้มครองเฉพาะแค่ตัวรถลักษณะเดิมที่ออกมาจากโรงงานเท่านั้น

สำหรับรถใหม่ป้ายแดงความคุ้มครองประกันรถก็จะอยู่ที่ 20,000 บาทต่อครั้งของอุบัติเหตุ ตามแพ็กเกจความคุ้มครองที่เราเลือก ถึงการซ่อมครั้งนั้นจะซ่อมหลายชิ้นก็คิดเฉลี่ยความเสียหายจากจำนวน 20,000 บาท ดังนั้น ถ้าเราต้องการความคุ้มครองที่มากกว่า ไปแต่งรถมาเพิ่มก็จะต้องแจ้งบริษัทประกันตอนนั้นเลย จะแจ้งทันทีหรือรอแจ้งประกันตอนถึงรอบต่ออายุปีถัดไป ค่าเบี้ยประกันก็เพิ่มเท่าเดิม และไม่ได้แพงขึ้นแต่อย่างใด การแจ้งประกันทันทีก็จะคุ้มครองอุปกรณ์ตกแต่งรถของเราในแบบทันทีด้วยค่ะ

ขั้นตอนการแจ้งรายละเอียดต่อบริษัทประกันภัย

ถึงตัวประกันจะให้ความคุ้มครองอุปกรณ์ตกแต่งรถแบบไม่เต็ม 100% แต่คุ้มครองมากกว่าก็ดีกว่า แถมไม่เสียเบี้ยเพิ่มด้วย เพียงเราต้องแจ้งบริษัทประกันภัยให้รับทราบแบบเป็นลายลักษณ์อักษร แยกเป็นแต่ละรายการ และยื่นเอกสาร ดังนี้

เตรียมเก็บใบเสร็จทุกใบจากร้านอุปกรณ์ตกแต่งให้ครบถ้วน > เตรียมกรมธรรม์ฉบับเดิม แล้วโทรแจ้งต่อบริษัทประกันเพื่อขอความคุ้มครองเพิ่มสำหรับอุปกรณ์แต่งรถ > ถ่ายรูปและส่งให้บริษัทประกัน เพื่อรอการแจ้งเบี้ยเพิ่มที่คิดคำนวณจากระยะเวลาที่เหลือในกรมธรรม์ > จ่ายเบี้ยประกันแบบออนไลน์ในกรณีต้องจ่ายเพิ่ม > รอรับกรมธรรม์ฉบับแก้ไข หรือมีการสลักหลังในส่วนที่คุ้มครองอุปกรณ์ตกแต่งรถเพิ่ม

เพียงเท่านี้เราก็สามารถเคลมประกันภัยรถยนต์กับบริษัทได้เลยตามปกติ แถมยังได้รับความคุ้มครองที่มากกว่า 20,000 บาทด้วย แต่อาจจะต้องรออะไหล่ตามที่แจ้งไว้นานนิดนึงตามความหายากของรุ่นที่ระบุไว้ แล้วก็เข้าอู่รอซ่อมให้ไฉไลกว่าเดิมได้เลยสำหรับรถสุดที่รักของคุณ

เลือกประกันที่คุ้มครอง ‘รถแต่งสุดรักสุดหวง’ ของคุณให้ครอบคลุมได้แล้วในวันนี้!

เพราะรถคู่กายก็เหมือนมิตรคู่ใจ จนบางคนประคบประหงมดูแลแทบจะเหมือนลูกด้วยซ้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลนะคะ แต่ถ้าเจอรถเท่ๆ เป็นใครก็อยากเหลียวมองใช่มั๊ยล่ะ!  และในวันนี้เราก็ได้ทราบมากขึ้นแล้วว่า  รถแต่งแบบไหนที่ประกันรถยนต์ก็ให้ความคุ้มครอง และไหนที่ไม่ครอบคลุมบ้าง. ใครที่ชื่นชอบการแต่งรถก็จะได้สบายใจก็มากขึ้นด้วย ถ้าเราแต่งรถอยู่บนพื้นฐานที่พอดี และถูกกฏหมาย ก็ไม่ต้องกลัวด่าน กลัวเสียค่าปรับ สามารถทำให้รถมีสมรรถนะที่ดี และบ่งบอกความเป็นตัวคุณได้อย่างชัดเจน

ยังไงก็อย่ามัวแต่แต่งรถเพลิน จนละเลยเรื่องการเลือกประกันภัยที่เหมาะสมและช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับรถสุดรักสุดหวงของคุณด้วยนะคะ และสิ่งสำคัญที่อยากเน้น ก็คือ คำนึงถึงความปลอดภัยให้มากๆ ในทุกการขับขี่ เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทางค่ะ