โนอึล - โมลาเบ - โคนี.. และอีกหลายๆ ชื่อที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป คือ สภาพอากาศที่แปรปรวนจากพายุลูกแล้วลูกเล่าซึ่งพัดผ่านจนบ้านเราพลอยได้รับผลกระทบ. ในช่วงที่เป็นหน้ามรสุมหรือพายุเข้า ย่อมมีผลกระทบโดยตรงเมื่อต้องเดินทางโดยใช้เครื่องบิน เช่น ไฟลต์ดีเลย์หรือล่าช้ากว่าปกติ รวมถึงเหตุขัดข้องบางประการจนอาจต้องยกเลิกการเดินทาง

หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นและเราต้องรับมือเข้าจริงๆ การซื้อประกันการเดินทางไว้จะได้รับความคุ้มครองอะไรบ้าง  มีวิธีจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นยังไง วันนี้จะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ความคุ้มครองที่ประกันการเดินทางมอบให้

สำหรับใครที่ต้องการเตรียมซื้อประกันการเดินทางไว้ก่อนเริ่มทริป.. บอกเลยว่านี่เป็นวิธีที่ฉลาด เพราะไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในประเทศ หรือการเดินทางออกนอกประเทศ การทำประกันการเดินทางไว้นอกจากจะคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพย์สิน และคุ้มครองชีวิตของเราในตลอดทริปการเดินทาง ประกันในมือตัวนี้ยังจะครอบคลุมไปถึงความคุ้มครองในกรณีเที่ยวบินดีเลย์ หรือถูกยกเลิกได้อีกด้วย

ยิ่งใครต้องบินบ่อย ๆ การเลือกประกันเดินทางแบบรายปีไปเลยก็จะยิ่งคุ้มมากกว่าและสามารถช่วยให้เราคลายความกังวลได้ไปอีกมากขึ้น หรือหากยังไม่สะดวกก็สามารถเลือกซื้อแยกแบบรายเที่ยวก่อนขึ้นบินก็ยังทำได้  โดยรายละเอียดความชดเชยก็จะขึ้นอยู่กับแผนประกันการเดินทางที่เราได้เลือกไว้ค่ะ

โดยความคุ้มครองหลักที่จะเกิดขึ้นทันที สำหรับการเดินทางต่างประเทศ จะต้องมีกำหนดการเดินทางที่ล่าช้าไปจากปกติตามตารางการบินอย่างน้อย 8 ชั่วโมงติดต่อกัน  แต่ถ้าเป็นการเดินทางในประเทศ ก็คือความล่าช้าที่เกิดขึ้นสูงสุด 6 ชั่วโมง (หรือตามเวลาที่ระบุในกรมธรรม์)

โดยมีสาเหตุมาจาก..

  • สภาพอากาศเลวร้ายไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทาง จนเป็นเหตุให้ต้องเลื่อนเวลาการเดินทางออกไป

  • เกิดจากความบกพร่องหรือการทำงานที่ผิดพลาดของเครื่องยนต์ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง (เครื่องบิน)

  • เหตุประท้วง หรือ การนัดหยุดงานของกลุ่มลูกจ้างในสถานประกอบการขนส่งนั้น

หากเกิดเหตุกาณ์ลักษณะเช่นนี้ เราก็จะได้รับการชดเชยเมื่อได้แสดงหลักฐานที่สามารถระบุระยะเวลา และสาเหตุของความล่าช้านั้น เพื่อช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ถูกยกเลิก หรือเป็นค่าที่พักเมื่อต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ประกันเดินทางยังให้ความคุ้มครองด้วยในกรณีที่มีการยกเลิกการเดินทาง เนื่องจากอาการบาดเจ็บ เจ็บป่วย หรือเกิดเหตุเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง, คุ้มครองสัมภาระหรือทรัพย์สินส่วนตัวในกรณีที่ถูกโจรกรรมเกิดความเสียหาย หรือ สูญหาย และเคลมได้ในกรณีที่กระเป๋าเดินทางมาถึงล่าช้า โดยแลกมากับค่าเบี้ยประกันเพียงหลักร้อยเท่านั้น

วิธีแก้ปัญหาเมื่อไฟลต์ดีเลย์ หรือ ถูกยกเลิกเที่ยวบิน

ในขณะที่เรากำลังเข้าคิวอยู่หน้าเคาน์เตอร์สายการบิน  ทั้งในกรณีไฟลต์ดีเลย์ หรือ ถูกยกเลิกเที่ยวบิน ก็สามารถโทรเข้าไปยังศูนย์บริการลูกค้า หรือ Call Center ของสายการบินนั้นได้เลยในขณะเดียวกัน เพราะแถวที่รอน่าจะต้องใช้เวลาเข้าคิวนานเพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดการกับปัญหาของผู้โดยสารแต่ละคน ฉะนั้น ช่องทางไหนติดต่อได้ก่อนก็ให้รีบจัดการก่อนได้เลย

ลำดับต่อมา คือ การขอหนังสือรับรองความล่าช้า หรือการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบิน เพื่อให้มีการะบุเหตุผลที่ชัดเจน เพื่อความสะดวกในการขอเคลมประกันการเดินทางที่ได้ทำไว้ และสอบถามสายการบินเกี่ยวกับนโยบายการคืนเงินและค่าชดเชยต่าง

โดยถ้าหากเรารู้แล้วว่ามีแนวโน้มแน่ๆ ที่จะต้องค้างคืน ก็ควรรีบจองที่พักใกล้ๆ กับสนามบินได้เลย โดยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สายการบินจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบให้ ทั้งในเรื่องค่าที่พัก ค่าอาหารและค่าเดินทาง ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายที่ผู้โดยสายควรจะได้. แต่หากเรามีธุระด่วนที่สำคัญจริงๆ และต้องการตั๋วจากสายการบินอื่นที่ใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดิม ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่สามารถต่อรองได้จากระยะเวลาอ้างอิงตามสิทธิ คือ...

อย่างแรก ไฟลต์ดีเลย์ 2 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 3 ชั่วโมง สายการบินต้องจัดหาอาหาร-เครื่องดื่มให้กับผู้โดยสาร และสามารถขอเงินค่าตั๋วคืนได้แบบเต็มจำนวน

ต่อมา ไฟลต์ดีเลย์ 3 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 5 ชั่วโมง สายการบินจัดหาอาหาร-เครื่องดื่มให้ ,  คืนเงินค่าตั๋วเต็มจำนวน และถ้าผู้โดยสารต้องการเปลี่ยนสายการบินไปเพื่อไปยังจุดหมายเดิม สายการบินก็จะต้องรับผิดชอบส่วนต่างและค่าธรรมเนียมสนามบินให้แก่ผู้โดยสาร

และอย่างที่ 3 เป็นกรณีไฟลต์ดีเลย์ 5 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 6 ชั่วโมง ผู้โดยสารก็ควรได้รับการปฏิบัติเหมือนดัง ข้อ 2. แต่สายการบินยังต้องชดเชยเป็นเงินสด เมื่อผู้โดยสารต้องการออกเดินทางต่อทันที ยกเว้นเป็นการดีเลย์ที่มาจากเหตุสุดวิสัย จริงๆ เช่น สภาพอากาศ เหตุคับขันระหว่างประเทศ หรือ โรคระบาด เป็นต้น

สุดท้าย กรณีโดนยกเลิกเที่ยวบิน เมื่อไฟลท์ดีเลย์เกิน 6 ชั่วโมงขึ้นไป ก็ควรได้รับการปฏิบัติเหมือนดัง ข้อ 3. และสายการบินจะต้องจัดหาที่พักให้แก่ผู้โดยสารโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนการเคลม และเอกสารที่จำเป็นต้องใช้

เราสามารแจ้งเคลมประกันเดินทางที่ทำไว้ได้ภายใน 30 วันหลังจากที่เกิดเหตุ พร้อมส่งเอกสารที่ต้องใช้ในการแจ้งเคลม  โดยการติดต่อไปยัง Call Center ของบริษัทประกันวินาศภัยที่ได้ซื้อประกันเดินทางไว้ เพื่อแจ้งเคลมในช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท

โดยมีเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการแจ้งเคลมประกัน คือ หนังสือรับรองจากสายการบิน, ตั๋วเครื่องบิน และ Boarding Pass       เมื่อทำการแจ้งเคลมและจัดส่งเอกสารเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เราจะได้คือ เงินชดเชยเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักที่อาจต้องจ่ายเพิ่ม เช่น ถ้าเรามีประกันการเดินทางที่มีความคุ้มครองแบบที่ 1 ซึ่งมีการระบุจำนวนเงินเอาประกันภัยไว้ที่ 5,000 บาท เราก็จะได้รับเงินชดเชยเต็มจำนวนที่จ่ายจริง ดังนั้น จึงต้องสำรวจรายละเอียดในกรมธรรม์ที่เรามีให้ดี หรือสอบถาม call center ให้แน่ใจว่า แผนประกันที่เราเลือกครอบคลุมได้ในกรณีใดบ้าง

ทำประกันการเดินทางไว้ก่อน..ก็หมดกังวลไม่ว่าจะพายุเข้า ไฟลต์ดีเลย์ หรือถูกยกเลิกเที่ยวบิน!

บอกได้เลยว่า..หนึ่งในแผนการที่จะต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนออกเดินทางโดยใช้เครื่องบิน ก็คือ ประกันภัยการเดินทางนี่ล่ะค่ะ  เพื่อความอุ่นใจที่หมดกังวลหากต้องรับมือก้บปัญหาพายุเข้า ไฟลต์ดีเลย์ หรือถูกยกเลิกเที่ยวบินแบบที่ไม่ได้คาดล่วงหน้า และทำการเดินทางของเราต้องหยุดชะงัก

ความช่วยเหลือเรื่องการชดเชยเงินให้กับเราเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน แม้เกิดเหตุภัยธรรมชาติ  เจอปัญหาของสายการบิน หรือแม้แต่กระเป๋า-สัมภาระสูญหาย ก็จะเป็นเหมือนจำนวนเงินคืน ซึ่งในบางกรณีก็อาจเหมือนกับการเที่ยวฟรีไปเลยด้วยซ้ำ เพราะประกันการเดินทางที่เริ่มต้นเพียงจำนวนหลักร้อย แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ก็ถือเป็นการชดเชยที่คุ้มมากๆ กับจำนวนเงินนี้ที่เราต้องเสียไป  ดังนั้น การป้องกันไว้ก่อนจึงจะช่วยลดปัญหายุ่งยากและความเสียหายที่อาจตามมาภายหลังได้เป็นอย่างดีนั่นล่ะคะ

หากเที่ยวบินมีปัญหา ไฟล์ทดีเลย์ หรือ ถูกยกเลิก จึงควรเช็ครายละเอียดและเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันเดินทางในมือของเราให้ดี ซึ่งถ้าตรงตามเงื่อนไขด้านเวลาและสาเหตุของการดีเลย์ ก็สามารถแจ้งเคลมกับทางบริษัทได้ทันที เหมือนที่ได้นำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ค่ะ

หวังว่าจะเป็นเรื่องราวที่มีประโยชน์กับใครหลายคนและตัดสินใจกันง่ายขึ้นนะคะ