บัตรเครดิตไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใช้อย่างมีสติก็ให้ประโยชน์หลายอย่างเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นดีๆ สิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งบัตรเครดิตเท่านั้นที่ให้คุณได้ เพราะว่าโปรโมชั่นดีๆและสิทธิพิเศษต่างๆจากบัตรเครดิตต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ซื้อไม่ได้ แต่ถ้ามีเงินเยอะๆก็ไปสมัครบัตรเครดิตมาใช้ได้นะ ใครจำเป็นต้องใช้บัตรเครดิตบ้าง? คุณล่ะจำเป็นไหม? ก่อนจะสมัครบัตรเครดิตก็ต้องเช็คกันสักหน่อยว่าเราจำเป็นไหม? มีบัตรเครดิตแล้วเราจะใช้อย่างคุ้มค่ารึป่าว? ซึ่งบัตรเครดิตแต่ละใบก็ให้ประโยชน์ที่ต่างกันไป แล้วบัตรเครดิตสามารถใช้จ่ายแทนเงินสดได้หลายเรื่อง เช่น ซื้อของ เติมน้ำมัน ซื้อตั๋วเครื่องบิน ใช้บริการต่างๆ กินข้าว ดูหนัง ช้อปออนไลน์ก็ได้หมด  ถ้า Lifestyle การใช้ชีวิตของคุณทำสิ่งเหล่านี้อยู่เป็นประจำก็น่าจำเป็นต้องมีบัตรเครดิตสักใบแล้วล่ะ ต่อมาก็ต้องมาดูกันอีกว่าการใช้จ่ายแบบไหนที่ทำบ่อยที่สุด ชอบช้อปปิ้งรึป่าว? ชอบเดินทางรึป่าว? ขับรถบ่อยๆต้องเติมน้ำมันใช่ไหม? ทานอาหารนอกบ้านเป็นประจำไหม? การใช้ชีวิตของเรานี่แหละจะบอกได้ดีที่สุดว่าจำเป็นต้องมีบัตรเครดิตรึป่าว? แล้วต้องมีบัตรเครดิตแบบไหน?   เมื่อรู้แล้วว่าจำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิต แล้วก็ไม่ว่าคุณจะมีหรือไม่มีบัตรเครดิตอยู่ในตอนนี้สิ่งที่ต้องรู้ คือ ใช้อย่างไรให้คุ้มค่า? ใช้อย่างไรให้ไม่เป็นหนี้? บัตรเครดิตเป็นเหมือนดาบสองคมอยู่ที่ว่าผู้ใช้งานจะเลือกอยู่ฝั่งไหน? ฝั่งที่ปลอดภัยหรือฝั่งที่อันตราย คุณคงอยากเลือกอยู่ฝั่งที่ปลอดภัยแน่นอนถ้าอย่างนั้นจะใช้บัตรเครดิตยังไงให้ปลอดภัยล่ะ? ก็ต้องเริ่มต้นจากตัวเราก่อนเริ่มต้นจากการใช้จ่ายผ่านบัตรอย่างมีเหตุผล คิดก่อนซื้อ ซื้อแล้วต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ได้เมื่อบิลมา หลีกเลี่ยงการชำระขั้นต่ำที่เหมือนเป็นการปัดความรับผิดชอบจนกลายเป็นดินพอกหางหมู เพราะสุดท้ายจะแก้ไขได้ยาก ดังนั้นเมื่อมีบัตรเครดิตต้องใช้อย่างปลอดภัยต่อเงินในกระเป๋าตัวเองด้วยนะ แล้วก็ต้องใช้อย่างคุ้มค่าด้วยเหมือนกัน บทความนี้เราจะมาคุยกันถึงสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตที่มีแล้วต้องใช้อย่างคุ้มค่า แต่ก่อนอื่นต้องเลือกสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ด้วยนะ แล้วมีสิทธิประโยชน์อะไรบ้างล่ะ? มาดูกัน

เครดิตเงินคืน

เครดิตเงินคืน หรือ Cash back เป็นสิทธิประโยชน์อย่างหนึ่งที่ใครหลายๆคนชื่นชอบ เพราะได้มาง่ายๆไม่เหนื่อยเลย จะว่าไปก็คุ้มมากๆเหมือนกันนะ แต่หลายคนเข้าใจผิดว่าเครดิตเงินคืน คือ เงินคืนที่ได้เป็นเงินสดไม่ใช่อย่างนั้นนะ เครดิตเงินคืน คือ เงินคืนที่ได้กลับมาในบัตรเครดิตต่างหาก ซึ่งเครดิตเงินคืนที่ได้ก็เปรียบเสมือนเราซื้อสินค้าหรือบริการบางอย่างแล้วได้ส่วนลดยังไงล่ะ แล้วเครดิตเงินคืนยังสามารถนำมาหักลบหนี้บัตรเครดิตในอนาคตได้ด้วยนะ ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเครดิตเงินคืนแต่ละครั้งว่าเอาไปใช้ในส่วนไหนได้บ้าง ถ้าใครอยากชอบสิทธิประโยชน์ที่ไม่ต้องตามล่าตามสะสมก็ขอแนะนำบัตรเครดิตที่เน้นสิทธิประโยชน์เรื่องเครดิตเงินคืนเลยนะ แต่หากจะได้เครดิตเงินคืนก็ต้องซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าที่ร่วมรายการด้วยนะ ไม่ใช่ว่าเราจะได้รับเครดิตเงินคืนจากทุกๆการใช้จ่ายนะจะบอกให้ ธนาคารก็มีเงื่อนไขให้ต้องศึกษาเรียนรู้เหมือนกัน แล้วแต่ละร้านก็ให้เครดิตเงินไม่เท่ากันด้วยดูให้ดีๆก่อนใช้จ่ายล่ะ

คะแนนสะสม

คะแนนสะสม คือ คะแนนสะสมที่เราต้องสะสมเรื่อยๆเก็บไว้เรื่อยๆจนกว่าจะครบแล้วถึงจะสามารถเอามาใช้ได้ แล้วจะเอามาใช้ทำอะไรได้บ้าง ก็อย่างเช่น แลกของรางวัล แลกส่วนลด แลกตั๋วหนัง แลกตั๋วเครื่องบิน แลกเงินสดได้ด้วยนะ ใครที่ชอบความสนุกก็ขอแนะนำบัตรเครดิตที่เน้นสิทธิประโยชน์เรื่องคะแนนสะสมเลย เพราะว่าได้สนุกแน่ๆ คะแนนสะสมกว่าจะได้มามันก็ไม่ง่ายนะ ต้องตามล่าตามเก็บพอสมควรแต่เมื่อได้ครบตามจำนวนที่เงื่อนไขกำหนดก็ออกจะภูมิใจไม่น้อยเลย เพราะสิ่งที่คะแนนสะสมสามารถนำไปแลกมาได้นั้นค่อนข้างพิเศษเป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ด้วยล่ะ ส่วนมากก็จะเป็นคุณสาวๆมากกว่าที่ชอบใช้บัตรเครดิตที่มีคะแนนสะสม แล้วก็จะเป็นนักช้อปซะส่วนใหญ่ด้วย เพราะการช้อปปิ้งนี่แหละที่จะเป็นแนวทางของการได้รับคะแนนสะสมมากที่สุด แม้ว่าการใช้จ่ายอื่นๆก็อาจจะได้รับคะแนนสะสมด้วยเหมือนกันแต่ก็ไม่สนุกเท่าการตามส่าคะแนนสะสมด้วยการช้อปปิ้ง ก็คล้ายกับการได้รับเครดิตเงินคืนเพื่อจะได้รับคะแนนสะสมก็ต้องซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่ร่วมรายการเช่นกัน ซึ่งแต่ละร้านค้าก็มีเงื่อนไขให้คะแนนสะสมไม่เท่ากัน แถมยังมีการระบุด้วยว่าซื้อครบตามจำนวนเท่านั้นเท่านี้ก็จะได้คะแนนสะสมเท่านั้นเท่านี้ ก็เป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายเหมือนกันนะ แต่คนที่ชอบสะสมก็สนุกไปด้วยเหมือนกัน แต่จะสนุกยังไงก็ต้องระวังการใช้จ่ายด้วยนะ

ผ่อน 0%

ผ่อน 0% กับบัตรเครดิตมีอยู่จริง บางคนเคยใช้สิทธิประโยชน์บ้างแล้ว ส่วนบางคนไม่เคยใช้มาก่อน แต่ก็ยังมีข้อสงสัยมากมายว่าสิทธิประโยชน์นี้ดีอย่างไร? ผู้ใช้บัตรได้ประโยชน์แล้วธนาคารล่ะได้อะไร? อย่าห่วงไปเลยนะ ธนาคารเค้าคิดมาดีแล้วก่อนจะมีสิทธิประโยชน์อะไรออกมา แม้จะดูเหมือนสิทธิประโยชน์ในการผ่อนสินค้า 0% จะเป็นผู้ซื้อเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ แต่เดี๋ยวก่อน คิดผิดคิดใหม่นะ เพราะผู้ที่ประโยชน์มากกว่า คือ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าที่ร่วมรายการ และ ธนาคารต่างหาก เพราะอะไร? เพราะสิทธิประโยชน์ในการผ่อน 0% นั้นมีเงื่อนไข ซึ่งมักจะมีเงื่อนไขดังนี้ คือ ผ่อน 0% นาน 3 – 6 เดือน แล้วคุณเห็นอะไรไหม? สิทธิประโยชน์ผ่อน 0% ไม่มีตลอดไป สิทธินี้ส่วนมากใช้กับสินค้าราคาแพงๆถ้าอย่างนั้นระยะเวลาในการผ่อนชำระต้องเกิน 3 – 6 เดือนแน่นอน นั่นหมายความว่า หลังจาก 3 – 6 เดือน ที่คุณยังคงผ่อนชำระอยู่เริ่มจะมีดอกเบี้ยขึ้นมาแล้วล่ะ และนี่คือสิ่งที่ธนาคารจะได้ประโยชน์  มาดูกันต่อว่าห้างสรรพสินค้ากับร้านค้าที่ร่วมรายการได้อะไร? เมื่อคุณใช้สิทธิผ่อน 0% ธนาคารจะจ่ายเงินค่าสินค้านั้นในราคาเต็มให้กับห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าที่ร่วมรายการไปก่อนพวกเค้าจึงไม่เดือดร้อนอะไรแถมพวกเค้ายังสามารถขายสินค้าได้มากขึ้นและง่ายขึ้น เพราะสิทธิประโยชน์ผ่อน 0% ทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อสินค้าราคาแพงๆได้ง่ายขึ้นนั่นเอง  สรุปว่า สิทธิประโยชน์ผ่อน 0% แน่นอนว่าคุณได้ประโยชน์สามารถซื้อสินค้าราคาแพงได้โดยไม่ต้องเสียเงินก้อน แล้วธนาคารกับร้านค้าก็ได้ประโยชน์เช่นกัน แต่ถึงอย่างไรจะซื้อสินค้าอะไรในราคาผ่อนควรคิดให้ดีก่อนแม้ช่วงแรกจะไม่มีดอกเบี้ยแต่การเป็นหนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีนะจะบอกให้

มีบัตรเครดิตต้องใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้มค่า

ก่อนจะสมัครบัตรเครดิตก็มีหลายเรื่องให้ต้องคิด พอมีบัตรเครดิตแล้วก็ต้องใช้สิทธิประโยชน์ที่มีให้คุ้มค่าด้วยนะ บัตรเครดิตจะช่วยให้การใช้จ่ายของคุณสะดวกมากขึ้นถ้าใช้ให้ตรงกับคุณสมบัติหลักของบัตรใบนั้น ซึ่งคุณสมบัติหลักๆของบัตรเครดิตก็มี 3 อย่างด้วยกันตามที่อธิบายไปแล้วในบทความนี้ คือ เครดิตเงินคืน คะแนนสะสม และผ่อน 0% แต่ถึงแม้จะใช้จ่ายอย่างสะดวกมากขึ้นสนุกมากขึ้นก็ยังต้องระวังการใช้จ่ายด้วยเหมือนกัน ไม่ต่างจากการใช้จ่ายด้วยเงินสดเลยในเรื่องของการคิดก่อนซื้อ เพราะสิทธิประโยชน์บางอย่างทำให้เราตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆได้ง่ายขึ้นเร็วขึ้น จึงเป็นเหมือนกับดักได้เหมือนกัน ก่อนซื้อก่อนใช้ให้คิดถึงความจำเป็นก่อนเสมอ แล้วรับรองว่าการมีบัตรเครดิตของคุณจะไม่สร้างปัญหาให้คุณได้เลย ไม่ว่าในตอนนี้หรือในอนาคตก็ตาม รู้จักใช้แล้วจะคุ้มค่ามากที่สุดค่ะ