หนี้ คำๆนี้ที่หลายคนไม่ชอบ ไม่อยากเป็น แต่หลายคนก็ต้องได้ยินกันบ่อยๆ ส่ายหน้าหนี อาจเกิดจากหนี้ที่ไม่ได้ก่อขึ้นเอง บางคนอาจมีหนี้โดยไม่รู้ตัวด้วยความใจดีไปค้ำประกันคนอื่นเข้าแล้วเจ้าตัวหนีไม่ยอมจ่ายคนค้ำประกันก็ต้องรับผิดชอบ บางคนอาจพลาดที่ไปสร้างหนี้ก้อนโต เพราะเกิดปัญหาตกงาน บริษัทปิดตัว ขาดทุน เศรษฐกิจฝืดเคือง ลงทุนผิดพลาด หรือจากสาเหตุปัญหาอะไรก็ตามแต่ ทุกคนคงไม่มีใครอยากเป็นหนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องพยายามหาทางออกเพื่อชำระ หรือปลดหนี้ให้เร็วที่สุด มิฉะนั้นอาจเกิดปัญหาหลายอย่างตามมา โดยเฉพาะดอกเบี้ย ดังนั้น เราต้องคิดอย่างรอบคอบ และต้องมีการวางแผนที่ดี ก่อนที่คิดจะสร้างหนี้ แต่เมื่อเราเป็นหนี้แล้วจะมีวิธีไหนบ้างที่จะปลดหนี้ปัญหาที่ทำให้เราปวดหัวที่สุด ลองมาดูวิธีเหล่านี้อาจช่วยคุณได้
Gustavo Frazao/shutterstock.com
การตั้งเป้าหมายปลดหนี้
เมื่อเราเป็นหนี้แล้ว ก็ต้องมีเป้าหมายที่จะปลดภาระหนี้ให้เร็วที่สุด
คงไม่มีใครอยากเป็นหนี้ไปตลอดชีวิตวันๆนั่งกลุ้มใจกับภาระหนี้ที่ตัวเองก่อ หรืออาจจะเป็นหนี้ที่คนอื่นก่อแทนเราก็แล้วแต่ ทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเองก็ต้องพยายามฉลาดที่จะหาทางแก้ไขให้เร็วที่สุด ปัญหาทุกอย่างมีไว้ให้แก้ เพียงแต่ อย่ายอมแพ้ แล้วทุกอย่างจะมีทางออกเสมอ อย่ากังวลกับปัญหานั้นๆหรือเครียดกับมันมากจนเกินไป เพราะปัญหามันจะทำให้คุณคิดไม่ออก ดังนั้นให้ลุกขึ้น แล้วบอกกับตัวเองว่า “ฉันต้องทำได้ ต้องปลดหนี้ได้” ให้ตั้งเป้าหมายปลดหนี้ก้อนนี้ ให้ได้ ก่อนวันที่... ประมาณการไว้เลยว่า ฉันจะปลดหนี้ก้อนนี้ให้หมดภายในวันที่... เมื่อกำหนดวัน แล้ว ก็ให้เรามุ่งมั่นที่จะทำตามเป้าหมายที่วางไว้ตามขั้นต่อไป ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่ขอให้เริ่มทำก่อน ทำกับเราพยายามเริ่มนับหนึ่งแล้ว ก้าวต่อไปก็จะตามมาเอง
รวมยอดหนี้ทั้งหมดที่มี
เราจะสามารถจัดการกับหนี้ทั้งหมดที่มีได้อย่างไร ลองเอาสมุดมาเล่มหนึ่งนะครับ
แล้วนั่งลงจดว่าตั้งแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบัน เราได้ก่อหนี้อะไรไว้แล้วบ้าง รวมถึงหนี้ในอนาคตที่คิดว่าน่าจะเกิดขึ้น เช่นหากคุณมีการไปค้ำประกันใครไว้ แล้วสถาบันการเงินโทร.มาทวง อันนี้ อาจจะเกิดหนี้โดยที่เราไม่คาดคิดได้ สิ่งนี้ก็ถือว่าเป็นหนี้ในอนาคต แต่ตอนนี้ เราให้คุณคิดถึงเฉพาะหนี้ที่เกิดขึ้นแล้ว ให้จดออกมาให้หมดหนึ่ง สอง สาม...เราต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเองนะครับ เพราะไม่ว่าจะมากหรือน้อยเราก็ต้องจ่าย มิฉะนั้น อาจเป็นปัญหาตามมารบกวนใจตอนหลังได้ ถ้าคุณอยากสะอาดในทุกสิ่งและไม่มีปัญหาตามมาในอนาคต
จากนั้นให้จัดเรียงลำดับความสำคัญก่อน-หลังได้ยิ่งดี เช่นว่า หนี้ส่วนใดที่ดอกเบี้ยโหดที่สุด เจ้าหนี้คุยยาก ไม่ประนีประนอมหนี้ให้เลย ก็ต้องจัดไว้เป็นลำดับแรกๆ (ส่วนใหญ่เป็นหนี้นอกระบบนั่นเอง) หาจดรายละเอียดให้หมด ว่า เจ้าหนี้คือใคร เป็นหนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ จำนวนเท่าไร ครบระยะเวลาที่ต้องจ่ายเมื่อไร คิดดอกเบี้ยเท่าไร มีสิ่งของไปค้ำประกันอะไรไว้ที่ไหนบ้าง และหากคุณมีหนี้บ้านหรือหนี้ที่เกิดจากการผ่อนรถ ต้องชำระหนี้ทั้งสองส่วนนี้ด้วยอย่าให้ขาดเพราะดอกเบี้ยเดินรายวัน โดยเฉพาะหนี้ผ่อนรถ หากผิดนัดชำระหลายงวดติดต่อกันเกิน 3 เดือน ก็ถือเป็นคดีอาญาจะถูกฟ้องร้องทันที หากคุณมีทรัพย์สินที่เป็นชื่อคนเดียวกับเจ้าของรถที่กำลังผ่อนอยู่ก็มีสิทธิ์ถูกอายัดทรัพย์สิน เกิดปัญหาตามมาอีกเยอะแยะ หากมีสัญญาก็ให้เก็บรวบรวมเรียงตามลำดับในสมุดที่เราจดบันทึกหนี้ก่อนหลังจะได้จำได้ เมื่อเราเอาออกมาดู คราวนี้เราก็จะสามารถคำนวณได้เคร่าๆ แล้วว่าเราจะมีเงินเหลือเก็บ เหลือใช้ หรือเป็นหนี้ท่วมหัวอยู่เท่าไร จะทำให้คุณเริ่มควบคุมรายได้-รายจ่าย ได้โดยไม่ฟุ่มเฟือยไปกับสิ่งไร้ค่า
ลดรายจ่าย
ในแต่ละเดือนให้จัดทำบันทึกรายได้-รายจ่าย ว่ามีอะไรบ้าง
มีรายได้จากทางใดไม่ว่าจะเป็นรายได้ประจำ หรือรายได้เสริมจากการขายของทางอินเตอร์เน็ต ให้บันทึกไว้ ส่วนค่าใช้จ่ายก็ให้จดบันทึกให้หมดเช่นกัน ตั้งไว้เลยว่ามีค่าใช้จ่ายประจำอะไรบ้างเช่น ค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต เป็นต้น ค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ค่าของใช้ส่วนตัวประจำเดือน(เช่น แชมพู สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาซักผ้า เครื่องสำอาง ฯลฯ) ให้ลองคำนวณ ระหว่างรายได้-รายจ่ายคงเหลือเท่าไรในแต่ละเดือน เราก็จะทราบว่ามีรายได้หรือรายจ่ายมากกว่ากัน หากรู้ว่ารายจ่ายมากกว่า ก็ต้องให้ลดค่าใช้จ่ายบางตัว หรือตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก หากคุณใช้บริการอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูง ราคาก็จะสูงด้วย แต่จริงๆ แล้วคุณไม่ได้ใช้ประโยชน์กับมันเต็มที่ ก็หาแพ็คเกจที่มีราคาถูกลง เพราะเดี๋ยวนี้หลายค่ายแข่งขันกันสูงมีโปรโมชั่นอินเตอร์เน็ตแถมโทรศัพท์ฟรี เลือกที่เหมาะกับเรา หรือหากคุณชอบทานอาหารนอกบ้านเป็นประจำ นัดสังสรรค์กับเพื่อนทุกอาทิตย์ ก็ชวนกันมาทำอาหารทานกันเองที่บ้าน สนุกกว่า ประหยัดกว่ากันเยอะ หรือ ในหนึ่งอาทิตย์ก็เตรียมอาหารหนึ่งครั้งสำหรับเป็นมื้อกลางวันไปทานที่ออฟฟิศ ได้ประโยชน์ ได้สุขภาพ กว่าอาหารนอกบ้านเยอะในสมัยนี้ หรือเลิกดื่มกาแฟยี่ห้อดังๆที่มีราคาแสนแพง หากเลิกดื่มไม่ได้ เดี๋ยวนี้ก็มีกาแฟสมุนไพรเพื่อสุขภาพหลายยี่ห้อ ที่อร่อยๆ ก็หาซื้อที่มีประโยชน์กับสุขภาพ ไปดื่มแทน ก็ประหยัดได้มากกว่าแถมได้สุขภาพกว่าด้วย หรือ เลิกซื้อเสื้อผ้า กระเป๋าที่มียี่ห้อแพงๆ แต่เน้นที่คุณภาพสินค้า ถูกกว่าดีกว่า
มีให้เลือกมากมาย หรือจะเป็นสินค้ามือสองที่คุณภาพยังดีก็ใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือของใช้ อีกวิธีที่สำคัญ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้ารูดปรืด รูดปรืด ด้วยบัตรเครดิต หากคุณห้ามใจไม่อยู่ เมื่อเห็นป้ายราคาSALE รีบดิ่งไปเลย ก็หยุดคิดสักนิดนึงก่อน หรือกลับมาคิดที่บ้านสักหนึ่งคืนก่อนว่าสินค้าSALE ตัวนี้ เราจำเป็นต้องใช้มั้ย? ขาดอยู่หรือเปล่า มีอยู่แล้วหรือไม่ หรืออยากซื้อเพราะเห็นว่าราคาถูก หรือSALE ปีละครั้ง ให้พิจารณาดีดีว่าจำเป็นจริงๆหรือไม่ หากเราสามารถลดรายจ่ายหลายอย่างได้ก็เท่ากับเพิ่มรายได้ให้กับกระเป๋าเรานั่นเอง!
จ่ายหนี้ที่สำคัญก่อน
เมื่อเรารวมยอดหนี้ทั้งหมดได้แล้ว
จากนั้นเราก็มาจัดลำดับความสำคัญของหนี้ที่จำเป็นต้องชำระให้เร็วที่สุดก่อน ไม่รวมถึงหนี้บ้าน หนี้รถที่จำเป็นต้องผ่อนอยู่แล้วแนะนำให้ชำระทุกๆเดือนตามกำหนดเวลา และเราก็ตรวจสอบดูว่าหนี้ก้อนใดที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดต่อเดือน ให้ชำระหนี้ก้อนนั้นก่อน หากใครพลาดใช้บัตรเครดิตจนเกิดหนี้ท่วมหัว คงหนีไม่พ้นหนี้จากบัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง หากคุณมีหนี้จากบัตรหลายใบแนะนำให้ชำระให้มากกว่าขั้นต่ำที่สถาบันการเงินกำหนด หากดอกเบี้ยเท่ากันให้เลือกปิดใบที่มีวงเงินเหลือน้อยที่สุดก่อน ให้ปิดหนี้ทีละก้อน ด้วยเงินคงเหลือในแต่ละเดือน จากนั้นค่อยทยอยชำระหนี้ส่วนอื่นๆที่เสียอัตราดอกเบี้ยต่ำ สิ่งสำคัญคือ อย่ากระจายเงินให้หนี้หลายๆก้อน เพราะจะทำให้หนี้ที่เป็นอยู่ไม่ลดลง แต่จะเพิ่มความกังวลให้คุณยังคิดอยู่ว่า เมื่อไหร่หนี้จะหมดซะที หาคุณเป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยทุกใบ จะแนะนำให้รวบรวมยอดหนี้ทั้งหมดเป็นก้อนเดียวและทำเรื่องกู้ แนะนำในข้อต่อไป
การจ่ายเงินทั้งต้นทั้งดอก
การวางแผนจะจ่ายเงินก้อนทั้งต้นทั้งดอกรวมกันในก้อนเดียว
อาจเหมาะสำหรับบางคนเท่านั้น เช่นถ้าคุณรู้ว่าปลายปีหรือ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่คุณจะได้รับเงินพิเศษหรือโบนัสเป็นก้อน ก็สามารถนำมาจ่ายหนี้ที่เป็นอยู่ได้ทั้งต้นและดอกรวมกัน อีกวิธีคือการรีไฟแนนซ์ หรือการทำสัญญากู้เงินใหม่ เช่นถ้าคุณเป็นเป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบ ก็สามารถกู้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือสินเชื่ออเนกประสงค์ สามารถติดต่อที่สถาบันการเงินได้โดยตรง แต่สิ่งสำคัญ ยอดกู้ใหม่ ดอกเบี้ยต้องถูกกว่าหนี้เก่า และยอดเงินที่กู้จะต้องครอบคลุมกับเงินก้อนสำหรับหนี้เก่าหลายๆก้อนที่เป็นอยู่ด้วย และวิธีที่หลายคนถึงทางตันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเมื่อเป็นหนี้เยอะๆ โดยทวงทุกวัน หรือที่คิดว่ากู้ง่ายได้ไว สะดวกไม่ต้องรอ ไม่ยุ่งยาก คือการกู้นอกระบบจากบริษัทต่างๆ นั้น
เป็นวิธีที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะดอกเบี้ยนอกระบบจะแพงมาก ส่วนใหญ่คิดร้อยละ 10- 20 ต่อเดือน คิดเป็นต่อปีประมาณ 120-240 ต่อปี ซึ่งมากกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตถึงร้อยละ 20ต่อปี ดังนั้น ก่อนจะหาเงินก้อนใหม่มาโปะก้อนเก่า ต้องคิดให้ละเอียดรอบด้าน เปรียบเทียบดอกเบี้ยหลายๆ ที่ก่อนตัดสินใจ ขอให้คุณมีทางออกสำหรับการบริหารหนี้หรือปลดหนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาใดๆขอเพียงให้คุณอดทน ตั้งใจและมั่นใจที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเรื่องนี้ ต้องมีวินัยที่สูงมากๆ กับตัวเอง ไม่ว่าวิธีใดวิธีหนึ่งที่แนะนำมา หากยังไม่สำเร็จก็ให้เริ่มตั้งเป้าหมายใหม่ ทบทวนกลับไปทีละจุดว่าผิดพลาดตรงจุดไหนในแต่ละขั้น ค่อยๆคิด แล้วจะเจอทางออกแน่นอน อาจใช้เวลาสักหน่อย ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการปลดภาระหนี้สิน
อาทิตย์
จริงนะถ้าใครเป็นหนี้แล้วไม่ตั้งใจจะชำระให้หมดก็จะค้างๆคาๆอยู่อย่างนั้นแหละ ผมเคยเป็นอย่างนั้นไม่มีแผนที่จะปลดหนี้แค่ผ่อนไปตามกำหนดเรื่อยๆเปื่อยๆ แต่พอมาตั้งใจจะปลดหนี้ให้ได้ก็ทำได้นะ นอกจากตั้งใจแล้วก็ต้องหาวิธีที่ดีด้วย เหมือนคำแนะนำในบทความนี้ผมว่าก็ดีนะ เริ่มจากการวางแผนก่อนเลยเอาหนี้ทั้งหมดที่มีมาคำนวณดู หนี้ไหนสำคัญ หนี้ไหนไม่สำคัญ ก็จัดการไปตามลำดับครับ
Payut
สำหรับตัวผมเองผมคิดว่าความตั้งใจที่จะใช้หนี้เป็นสิ่งสำคัญมากครับ เพราะเมื่อเรามีความตั้งใจในการใช้หนี้แล้วเราจะหาทุกวิถีทางเพื่อจะปลดหนี้ครับ โดยวิธีการดังกล่าวต้องเป็นวิธีการที่ดีและใช้ได้ผลด้วย และบทความนี้มาเพื่อตอบสนองต่อจดความตั้งใจของผมพอดี ทำให้ตอนนี้ผมไม่มีหนี้สินอีกต่อไปแล้ว ในที่สุดผมก็ได้ใช้ชีวิตแบบสภาพคล่องสักที
น้ำหนึ่ง
เมื่อมีหนี้สินจำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการหนี้สินเอาไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ เพื่อจะช่วยให้เราสามารถลดภาระหนี้สินลง แล้วทำให้หนี้สินหมดไปได้ เดี๋ยวถ้าเราไม่ทำแบบนั้นแน่นอนว่าหนี่ก็จะเพิ่มมากขึ้น บทความนี้ได้อธิบายเกี่ยวกับวิธีการบริหารและจัดการกับหนี้สิน ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยให้เรามีหนี้สินที่ลดลง
Paradee
เห็นด้วยค่ะที่ว่า "เมื่อเราเป็นหนี้แล้ว ก็ต้องมีเป้าหมายที่จะปลดภาระหนี้ให้เร็วที่สุด" ที่จริงเมื่อเราคิดจะไปยืมเงินใครหรือจะไปขอสินเชื่อกับธนาคารไหน ต้องคิดล่วงหน้าไว้ก่อนแล้วว่าตัวเองสามารถชำระหนี้คืนให้ตรงเวลาและตามจำนวนที่ตกลงได้มั้ย? ไม่อย่างนั้นการปลดหนี้จะใช้เวลานานมากและเราก็จะเครียดมากด้วยค่ะ
น้อง มลิษา
ทุกสิ้นปีเรา ได้เงิน โบนัส จากที่ทำงานคะ แล้วเราก็จะเอาเงินก้อนนี้ละคะไปโป๊ะหนี้ที่เราเป็นอยู่คะ อาจไม่มากมาย อะไร แต่ก็ยังดีกว่าที่เราจะจ่ายหลายปีคะ พอดีว่าที่เราขอกู้มาเป็นแบบ การกู้แบบลดต้นลดดอกนะคะ ถ้ามีเงินต้นไปโป๊ะ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็น้อยตามลงไปด้วย เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนอยากปลดหนี้ให้หมดไวๆคะ
Peepo
ผมชอบข้อแรกนะที่ให้รวบรวมหนี้ให้หมด เพราะจะได้รู้ไงว่ามีหนี้อะไรบ้าง ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทำวิธีนี้กันเพราะไม่อยากยอมรับความเป็นจริงว่ามีหนี้กันเท่าไหร่ แต่แบบนั้นมันไม่ถูกนะมันต้องยอมรับไปเลยเอามารวมว่าตกลงต้องจ่ายคืนเท่าไหร่ตะได้ดำเนอการแผนต่อไปได้ ไม่งั้นคุณจะไปต่อแบบไม่คุณภาพ จะมีช่องโหว่อยู่นะ เพราะรวมมาไม่หมด
พริกป่น
ไม่ต้องเป็นหนี้ดีที่สุดค่ะ....อยากได้อะไรก็เก็บเงินให้มันครบแล้วค่อยไปซื้อ ถึงเวลานั้นความอยากของเรามันก็ลดลงไปเยอะแล้วล่ะ อีกอย่างพอเราเห็นเงินที่เราเก็บเยอะๆมันก็อาจจะทำให้เราไม่อยากจะได้ของนั้นแล้วก็ได้ เราใช้วิธีแบบนี้ตลอดเลยค่ะ ก็เลยทำให้เราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้โดยที่ไม่มีหนี้ คติของเราคือ "มีเท่าไหร่ใช้เท่านั้น ไม่มีก็ไม่ต้องใช้...."
มดยอบ
จริงๆการทําบัญชีรายรับรายจ่ายหน่อยช่วยได้จริงๆนะ ถ้าเราไม่ทำบัญชีไว้เราก็ไม่รู้ว่าเดือนแต่ละเดือนเราใช้จ่ายอะไรไปบ้าง อย่างพวกค่าข้าวของเครื่องใช้จิปาถะ ซอส เครื่องปรุ งแฟ้บ สบู่ น้ำมัน ยาสีฟันอะไรพวกนี้ และคิดว่ามันเป็นของจำเป็น แต่เราสามารถประหยัดจากพวกนี้ได้บางเดือนอาจจะถึงพันบาทเลย แต่ถ้าไม่ทำบัญชีรายรับรายจ่ายนะมันจะมองไม่เห็นเป็นตัวเลขแล้วก็จะใช้โดยที่ไม่รู้ว่าเราใช้เยอะหรือใช้น้อยจริงๆ
นาว
ถ้ามีหนี้แล้ว ก็ต้องตั้งเป้าหมายเพื่อที่จะทำการปลดหนี้ครับ ด้วยการมองเห็นภาพรวมทั้งหมดเกี่ยวกับรายรับที่เรามี ลองเอาไปบวกลบกับรายจ่ายในตอนสิ้นเดือน ดูซิว่าเรามีเงินเหลือเก็บสบายๆเดือนละเท่าไหร่ หลังจากนั้นก็ไปคำนวนดูกับหนี้สินที่มีอยู่ครับว่าจะทยอยจ่ายได้เดือนละเท่าไหร่ ให้ทำการพูดคุยไก่เกลี่ยและขอชำระคืนโดยดูจากจำนวนเงินที่เรามีในแต่ละเดือนครับ
สัณหณัฐ
นี่สิ! หนี้ที่เรามีจะหมดไปได้แน่นอนถ้าเรารู้จักวางแผนเรื่องหนี้ของเรา บางครั้งนะถ้าไม่ได้เชคว่าเรามีหนี้และมียอดเท่าไร มันทำให้เราไม่รู้ตัวหลอกว่าเราต้องจ่ายเยอะแค่ไหน แต่ถ้าเราเชคว่าหนี้ทั้งหมดของเรามีเท่าไร เราอาจตกใจก็ได้ว่าทำไมมันเยอะจัง แล้วเราก็ต้องพยายามปลดนี้แล้วก็ไม่อยากเอาหนี้ใหม่เข้ามาเพิ่มแน่นอน