หลายครั้งมักจะมีคำถามแบบนี้ฝุดขึ้นมาจากใจของหลายๆคน แต่ไม่ต้องตกใจเพราะมันไม่ใช่คุณคนเดียว ยังมีคนอีกหลายคนที่ตั้งคำถามแบบนี้ขึ้นมา เพราะเนื่องจากปัจจุบันมีหลากหลายช่องทางที่ให้เรานั้น
สามารถเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของโบรกเกอร์ประกันภัย หรือแม้แต่ทางบริษัทประกันภัยโดยตรงที่มีมากกว่า 50 แห่งในประเทศไทย ช่องทางการเลือกแบบไหนดีกว่ากันทำให้ผู้ซื้อ
ประกันภัยรถยนต์หลายคนไม่สามารถตัดสินใจหรือตอบคำถามนี้ได้เลย มันจึงยังเป็นคำถามที่ค้างคาในใจของหลายๆคน ว่าจริงๆแล้วการเลือกซื้อประกันรถยนต์เราควรเลือกซื้อผ่านใครดี ระหว่างบริษัทประกันภัยรถยนต์โดยตรง และผ่านทางโบรกเกอร์ แล้วแต่ละช่องทางมีข้อดีข้อเสียอะไรกันบ้าง แตกต่างกันอย่างไร แน่นอนว่าสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์หลายๆคนหรือที่ผ่านการมีรถมาหลายคัน ก็จะซื้อผ่านทางที่บริษัทรถนั้นเลย ซึ่งแบบนี้ก็เหมือนเป็นการซื้อผ่านทางโบรกเกอร์เหมือนกัน แต่โบรกเกอร์ที่อยู่กับบริษัทรถนั้นเขาก็จะมีการเสนอบริษัทประกันภัยให้เราไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทประกันภัยที่มีชื่อเสียงหรืออยู่ในความนิยมของผู้ซื้อประกันภัยรถยนต์ส่วนใหญ่ จึงมีแค่ 2-3 บริษัทเท่านั้น ถ้าเราอยากได้บริษัทอื่นๆ เราก็มีสองทางเลือกนั้นคือการไปหาบริษัทประกันภัยรถยนต์เองโดยตรง หรือจะซื้อผ่านทางโบรกเกอร์ ซึ่งแน่นอนว่าอย่าพึ่งตัดสินใจก่อนที่จะอ่านบทความนี้จบ เพราะไม่แน่ใจของคุณอาจจะเปลี่ยนไปหลังจากอ่านบทความนี้จบแล้วก็ได้

ซื้อผ่านบริษัทประกัน

บริษัทประกันรถยนต์ คือบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ตามหลักพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยแล้ว หลักของการทำประกันก็คือ การโอนย้ายความเสี่ยงของการสูญเสียจากผู้เอาประกันไปยังบริษัทประกัน โดยผู้เอาประกันจะต้องจ่ายเงิน ซึ่งเรียกว่า เบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัย และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นในเงื่อนไขที่ตกลงกัน บริษัทประกันภัยมีหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมให้แก่ผู้เอาประกันตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

ข้อดีของการซื้อประกันภัยผ่านบริษัทประกัน

1.ทำให้ผู้ทำประกันมั่นใจได้เลยว่าจะไม่โดนหลอกให้เสียเงินฟรีอย่างแน่นอน 2.ติดต่อง่ายเพียงแค่โทรเข้าบริษัท ก็จะมีตัวแทนของบริษัทประกันนั้นๆโทรกลับทันที 3.บริษัทจัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตประกันภัยถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้ที่ ค.ป.ภ. 4.บริษัทมีชื่อเสียงมานาน มีผู้คนไว้ใจทำประกันมากมาย

ข้อเสียของการซื้อประกันภัยผ่านบริษัทประกัน

ราคาเบี้ยประกันภัยจะแพงกว่าโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์ ไม่ค่อยมีบริการเสริมสักเท่าไร มักจะพบเจอกับปัญหาทางด้านการเคลม เช่น เคลมยาก หรือบังคับให้จ่ายค่าเสียหายส่วนแรกติดต่อยาก เพราะต้องผ่าน Call Center กว่าจะถึงตัวแทนที่เราทำประกันด้วยใช้เวลานาน

ซื้อประกันรถยนต์ผ่านโบรกเกอร์

โบรกเกอร์คือ บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันภัยรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันมีหลายโบรกเกอร์มากมายเกิดขึ้น แต่ละที่ต้องได้รับการแจ้งจดทะเบียนกับทางหน่วยงานรัฐบาลก่อนจะเริ่มทำธุรกิจได้ โดยลักษณะของธุรกิจประเภทประกันภัยคือ เสนอขายความคุ้มครองต่อความเสียหายให้กับประชาชนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยด้านชีวิต สุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ หรือ ทรัพย์สิน โดยรวมถึงประกันภัยรถยนต์ด้วย ซึ่งจัดเป็นประกันภัยด้านทรัพย์สินชนิดหนึ่ง โบรกเกอร์เปรียบเสมือนเป็นร้านขายของชนิดหนึ่ง หรือคนที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างบริษัทประกันภัยกับลูกค้าเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานในเรื่องต่าง ๆ เนื่องจากไม่ใช่เจ้าของ ดังนั้น โบรกเกอร์จะนำสินค้าหลายๆชนิดเข้ามาให้กับผู้เอาประกันเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้ซื้อประกันได้ตัดสินใจ เปรียบเทียบราคา และได้ซื้อเบี้ยในราคาที่ถูกกว่า ดีกว่า ประหยัดกว่า คุ้มค่ากว่า

โบรกเกอร์ประกันจะเปรียบเทียบประกันภัยของแต่ละบริษัทให้ลูกค้าได้เลือก เช่น ทุนจดประกัน การงดค่าเสียหายส่วนแรก หรือขอบเขตการครอบคลุมการชดเชยค่าเสียหาย การยื่นข้อเสนอการชำระเงินที่สะดวกสบายให้กับลูกค้า เช่น การแบ่งชำระเป็นงวด (ดอกเบี้ย 0% หรือแล้วแต่จะตกลง) นอกจาก บริษัทประกันภัยที่มีให้เลือกมากขึ้นแล้ว โบรกเกอร์ประกันเองก็มีให้เลือกมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นข้อดีในการแข่งขันอย่างเสรีเพื่อให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น แต่กระนั้นข้อสำคัญมากๆ อย่างหนึ่งคือ ผู้ซื้อประกันต้องทำความเข้าใจในเงื่อนไขต่างๆ รวมถึงพิจารณารายละเอียดกรมธรรณ์อย่างละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงินออกไป

ข้อดีของการซื้อประกันภัยผ่านโบรกเกอร์

1.บางโบรกเกอร์มีตัวเลือกบริษัทประกันภัยให้ถึง 20-30 กว่าบริษัทประกันภัยให้เราเลือกตามความพอใจของเรา ซึ่งทำให้เราสามารถเลือกตามความพอใจของเราได้เลย และยังทำให้เราสามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยแต่ละบริษัทได้ในราคาที่เราพอใจ เนื่องจากโบรกเกอร์นั้นมีฐานลูกค้าและมีการติดต่อกับหลายๆบริษัทประกันภัยทำให้สามารถต่อรองราคาได้ดีกว่า 2.โบรกเกอร์สามารถนำข้อเสนอของบริษัทประกันภัยหลาย ๆ แห่ง มาให้ผู้ที่สนใจทำประกันใช้ในการเปรียบเทียบความคุ้มค่าได้ โดยที่เรานั้นสามารถเปรียบเทียบประกันได้หลากหลาย 3.ลดปัญหาและความยุ่งยาก เวลามีเหตุการณ์ที่ต้องเคลมกับทางประกันภัย เพราะโบรกเกอร์สามารถทำหน้าที่ช่วยเดินเรื่องการเคลมและเรียกร้องค่าสินไหนทดแทนกับทางบริษัทประกันภัยให้ผู้เอาประกันได้ เพราะผู้เอาประกันภัยอาจจะไม่มีความรู้ด้านการเคลมประกัน ข้อกฎหมาย ข้อตกลงต่าง ๆ ในกรมธรรม์ อาจถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบได้ ซึ่งโบรกเกอร์สามารถต่อรองกับทางบริษัทประกันภัยได้ดีกว่าผู้เอาประกันอย่างแน่นอน 4.สะดวกสบาย แถมประหยัดเวลาอีกด้วย ไม่ต้องเดินทางไปซื้อประกันที่บริษัทประกันเอง และยังมีบริการสั่งซื้อได้โดยผ่านทางระบบออนไลน์ 5.สามารถผ่อนชำระได้ 0% ไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถผ่อนได้ 6.มีโปรโมชั่น และ บริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อรถไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ รวมถึงบริการให้รถใช้ระหว่างซ่อมให้ฟรี

ข้อเสียของการซื้อประกันภัยผ่านโบรกเกอร์

1.อาจเจอโบรกเกอร์ผี หลอกลวง เปิดโบรกเกอร์แบบไม่มีใบอนุญาตจาก ค.ป.ภ. 2.รับเงินแล้ว ไม่ดำเนินการทำประกันให้ หนีหายไปดื้อ ๆ ติดต่อไม่ได้อีกเลย 3.โบรกเกอร์บางที่ขาดความรับผิดชอบ ได้งานได้เงินแล้วทิ้งหนีหายไป หรือบางครั้งก็ติดต่อยาก หรือติดต่อได้แต่ไม่โทรกลับ ไม่ติดตามเรื่องให้ และไม่รู้จะไปเอาผิดกับใครด้วยเพราะเป็นโบรกเกอร์ผี

ซื้อประกันภัยรถยนต์ได้อย่างความสะดวกและความสบาย

ถ้าพูดในมุมมองที่ว่าเราไม่ต้องไปหาข้อมูลเยอะ หรือเราไม่ค่อยมีเวลา การมีโบรกเกอร์นั้นดีกว่า เพราะสามารถช่วยให้เราประหยัดเวลาในการหาข้อมูล หาบริษัทประกันภัย หาราคา หรือเปรียบเทียบราคาจากหลายๆบริษัท แต่ถ้าพูดถึงในเรื่องความปลอดภัยแบบถ้าได้เงินเราไปแล้วจะไม่หนีแน่นอน ก็คงจะต้องเป็นการซื้อโดยผ่านบริษัทโดยตรง เราอาจจะต้องเสียเวลาในการเลือกหรือเปรียบเทียบราคาหน่อย แต่เราจะได้ความสบายใจและความปลอดภัยมาครอบครองไว้แทน แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกโบรกเกอร์ที่โกง ดังนั้น เราควรที่จะหาโบรกเกอร์ที่ดูน่าเชื่อถือหน่อย โดยดูจากโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้องจาก ค.ป.ภ. วิธีการนำเสนอของเขา หรือน้ำเสียงการพูดความชำนาญในการนำเสนอ ทุกคนย่อมอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง การเลือกซื้อประกันภัยแต่ละครั้งจึงต้องเลือกที่ดีที่สุดเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นโบรกเกอร์หรือบริษัทประกันภัย ต่างก็มีข้อดีข้อเสียให้พิจารณาตามแต่ความต้องการของแต่ละคน แต่ถึงอย่างไรท้ายสุดแล้วจะดีกว่าไหมหากเรามีโบรกเกอร์ประกันภัยคอยช่วยเหลืออยู่เคียงข้างและดูแลคุณทุกเมื่อยาม แม้แต่ยามเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่

และสำหรับคนที่สนใจจะทำประกันกับทางบริษัทประกันภัยโดยตรง เราก็ได้ทำการหาข้อมูลและมีบริษัทประกันภัยรถยนต์มาแนะนำกันถึง 5 บริษัทที่ติด top เลยด้วย เพื่อให้คุณนั้นสะดวกและประหยัดเวลามากขึ้น มีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

1.วิริยะประกันภัย – เป็นบริษัทที่มีการแนะนำบอกต่อเยอะที่สุด และจัดเป็นบริษัทที่เก็บเบี้ยประกันแพงที่สุดด้วย แต่บริการนั้นที่ดีเยี่ยม จึงทำให้เรื่องเบี้ยประกันนั้นเป็นเรื่องรองไป แถมวิริยะประกันภัย ยังมีสาขาและจุดให้
บริการมากอีกด้วย 2.กรุงเทพประกันภัย – บริษัทชั้นนำที่มาคู่กับวิริยะประกันภัย เก็บเบี้ยในเรทที่ไม่ต่างกันมาก แม้ว่าจุดบริการอาจจะไม่กระจายตัวมากเท่าวิริยะ แต่กรุงเทพประกันภัยรถยนต์ ก็เด่นเรื่องการเคลม ที่เขาว่ากันว่าเคลมง่าย ไม่มีปัญหา 3.สินมั่นคงประกันภัย – บริษัทนี้กินส่วนแบ่งตลาดรองจากวิริยะประกันภัย แต่คนแนะนำต่อไม่มากเท่ากับกรุงเทพประกันภัย เพราะมีปัญหาเรื่องติดต่อยากเล็กน้อย แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของการซ่อมอู่นั้นบริการดีมากจนหลายคนติดใจเหมือนกัน 4.ประกันคุ้มภัย – ที่นี่เด่นเรื่องเคลมไว เบี้ยไม่ขึ้น ยิ่งถ้าไม่เคลมเลยมีลดเบี้ยให้ด้วย หลายคนเลยชอบกัน แต่ถ้าเป็นเขตต่างจังหวัดก็จะมีอู่ซ่อมน้อยไปหน่อย 5.เมืองไทยประกันภัย – ปิดท้ายที่ตัวนี้ เบี้ยถูกพอสมควรเมื่อเทียบกับบริษัทต้นๆ ที่กล่าวไปแล้ว คนที่ไม่ค่อยมีปัญหาจึงถูกอกถูกใจที่นี่กัน แต่ติดที่มาตรฐานการบริการเล็กน้อย คือบางที่ก็บริการดีมาก บางที่ก็ทำเรื่องเคลมให้ช้าไปบ้าง