เรามีหลายสิ่งที่เราชอบ และทำเป็นประจำ หลายสิ่งที่เราทำช่วยให้เรามีความสุข ประสบความสำเร็จในชีวิต หน้าที่การงาน หรือครอบครัว  หรือบางครั้งเรามักทำให้ชีวิตเราแย่ลงด้วย เช่น นิสัยขี้เกียจออกกำลังกาย ชอบซื้อของเงินผ่อน ผ่อนทุกอย่างที่อยากได้ ซื้อของโดยไม่จำเป็น ใช้จ่ายเกินกว่ารายได้ เป็นต้น ที่พูดไปเหล่านี้มีหลายอย่างที่คนรวย และคนที่เขาประสบความสำเร็จมักจะไม่ทำกันนอกจะไม่ทำให้รวยแล้ว ยังทำให้เป็นหนี้อีกด้วย แล้วคนที่เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีเงินทอง และมีเงินฝากในธนาคารเป็นล้านๆ  เขามักจะทำอะไรกันบ้างหรอ ? ตอนนี้เพื่อนๆหลายคนคงอยากจะรู้มากขึ้นแล้วใช่มั้ย เผื่อบางทีจะได้นำมาทำบ้าง และจะได้ประสบความสำเร็จกับเค้าบ้าง ในบทความนี้จะยกตัวอย่างคร่าวๆ 5 สิ่งที่คนประสบความสำเร็จเขามักจะทำกันเป็นประจำ อ่านไปพร้อมๆกันเลยนะคะ

1.ชอบการเรียนรู้ และหาประสบการณ์ใหม่ๆ

สิ่งที่คนรวยและคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักจะทำ และมีอยู่ในตัว และในใจคือ ความชอบในการอ่าน รักในการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ รวมทั้งหาประสบการณ์ใหม่ๆให้กับตัวเองเสมอ อ่านเรื่องที่ตัวเองชอบ และเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาชีพ การวางแผนการเงิน การบริหารจัดการ วิธีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เศรษฐกิจ การเมือง การค้า เรื่องสถานการณ์ของโลก อ่านบทวิเคราะห์ทางการเงิน การตลาด และแน้วโน้มของเศรษฐกิจในแต่ละปี เพื่อนำมาปรับกับแผนการและเป้าหมายของตัวเอง รวมทั้งอ่านประสบการณ์จริงของเหล่าคนที่ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ เพื่อเอามาเป็นแรงกระตุ้น และเป็นพลังผลักดันให้กับตัวเอง หรือถ้าสามารถทำได้ คนเหล่านี้มักจะเข้าไปร่วมงานสัมมนา

หรือรับการฝึกอบรมต่างๆที่มีการจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพในการทำงานให้กับตัวเอง และไปศึกษาดูงานจากหน่วยงานต่างๆที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถนำมาต่อยอด ความคิด และไอเดียของตัวเอง เขาจะไม่พอใจแค่ความรู้เดิมๆที่มี แต่จะพยายามหาโอกาสที่จะทำให้ตัวเองก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายที่ใฝ่ฝันเอาไว้  ยิ่งในสมัยนี้ ความรู้ไม่ได้มีจำกัดอยู่แค่หนังสือเท่านั้น ในยุคของเทคโนโลยี ความรู้มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถหาอ่านได้เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต

คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เป็นคนที่มีการศึกษาสูง และมีพื้นฐานมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยมาก่อนเสมอ จากนิสัยในรักในการอ่าน ไม่หยุดในการหาประสบการณ์ใหม่นี่แหล่ะ ช่วยพวกเขาให้ร่ำรวย และมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จ ถ้าเราอยากจะเป็นเหมือนคนเหล่านี้เราเองต้องเปลี่ยนทัศนะของตัวเองใหม่ หัดเป็นคนชอบอ่าน ชอบดู ชอบฟัง เรื่องที่ช่วยให้เราพัฒนาตัวเองในด้านความคิดได้อย่างต่อเนื่อง  ไม่ใช่ ฟังแต่เพลง ดูแต่หนังและอ่านนิยาย แล้วก็หัวเราะไปวันๆ ความบันเทิงเหล่านี้ทำให้เรามีความสุขและผ่อนคลายก็จริง แต่มันไม่ได้ช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้นะคะ.

2.เอาความผิดพลาดเป็นครู

กว่าที่ใครคนหนึ่งจะก้าวไปถึงขึ้นประสบความสำเร็จได้ ไม่เคยมีใครผิดพลาด หรือไม่เคยล้มเหลว หรือขาดทุน บางคนล้มแล้ว ล้มอีก ไม่รู้กี่รอบ เพียงแต่คนเหล่านี้เขาไม่ยอมแพ้ พยายามลุกขึ้นทุกครั้งที่ล้ม ไม่โทษตัวเอง ไม่โทษคนอื่น และไม่โทษโชคชะตา แต่เขาจะเอาความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาเป็นครู และเป็นบทเรียน เป็นประสบการณ์และเป็นบททดสอบ ให้กับตัวเอง คิดเสมอว่าเราไม่ได้เรียนรู้จากความสำเร็จ

แต่การเรียนย่อมมาจากความล้มเหลว ถึงแม้มันจะเจ็บปวดอย่างมากก็ตาม  ให้เราเปิดหู เปิดตา เปิดใจ ทำความเข้าใจกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หันกลับมาคิดทบทวน นั่งลงคิดวิเคราะห์ แยกแยะให้ออกว่า ความผิดพลาดเกิดมาจากอะไร ทำไมมันถึงเกิดขึ้น เมื่อได้คำตอบ เริ่มหันกลับมามองตัวเองว่ามีจุดบกพร่องตรงไหน ควรแก้ตรงไหน พัฒนาส่วนไหนเพิ่ม  และพยายามจะไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีก และพยายามใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น คิดเสมอว่า เจ็บแล้วต้องจำ และขอบคุณความล้มเหลวที่ผ่านมาว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่พาเราไปสู่ความสำเร็จได้ ถ้าเราไม่ล้มก่อน คงจะลุกไม่ได้แน่นอน เราไม่ควรรู้สึกผิดถ้าเกิดความผิดพลาด

และต้องไม่กลัวความล้มเหลว เมื่อพลาดแล้วต้องยอมรับความเป็นจริงมองตัวเองตามความเป็นจริง เสียใจได้ และอย่านานเกินไป เพราะมันจะทำให้คุณไม่มีแรงที่จะลุก พยายามคิดเสมอว่า คนที่ไม่เคยผิดพลาด คือคนที่ไม่ทำอะไรเลย แล้วเราจะกลัวความผิดพลาดถึงขนาดไม่ยอมทำอะไรเลยหรือ?  ท่องจำเอาไว้เสมอว่า ความผิดพลาดคือครูที่ดีที่สุดของเรา สิ่งนี้แหล่ะเป็นคติประจำใจของคนที่ประสบความสำเร็จ.

3.ลงมือทำจริง

ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ามีแต่ ความคิด และแผนการ ต่อให้มีความรู้ความสามารถมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่ลงมือทำจริงๆ ไม่มีวันประสบความ สำเร็จแน่นอน แต่ละคนถึงแม้จะมีโอกาสที่แตกต่างกัน ฐานะทางสังคม พื้นฐานด้านการศึกษา และครอบครัวแตกต่างกันก็ตาม แต่มีสิ่งหนึ่งที่เรามีเหมือนกันคือ ความสามารถ เป้าหมาย มีเวลา อยากมีความสำเร็จ แต่ทำไมบางคนถึงทำได้ และบางคนถึงทำไม่ได้หล่ะ คำตอบง่ายก็คือ นิสัย นั่นเอง คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่เขาจะมีนิสัย ที่พูดจริง และทำจริง เขาจะไม่รอโอกาส ไม่รอให้พร้อม 100%  เมื่อโอกาสมาถึงต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่หยุดจนกว่าเป้าหมายที่วางไว้จะสำเร็จ

เมื่อลงมือทำแล้วต้องทำต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเจอปัญหาหรืออุปสรรคอะไรก็ตามจะไม่ยอมแพ้ ถึงแม้จะมีความกลัวอยู่บ้าง แต้ก็ลงมือทำทั้งๆที่กลัว ส่วนคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเลย ก็เพราะ นิสัยที่ชอบ ผัดวันประกันพรุ่ง และมักจะพูดเสมอว่า เอาไว้ก่อน พรุ่งนี้ก่อน รอให้พร้อมกว่านี้ก่อน ยังมีเวลาอีกเยอะ ไม่ต้องรีบร้อนยังมีเวลาอีกเยอะ  ช้าๆได้พร้าเล่มงาม อยากสำเร็จ แต่ติดตรงที่ไม่ยอมลงมือทำซักที ชีวิตเหมือนการเดินทางอยากไปให้ถึงจุดหมายปลายทางก็ต้องเริ่มออกเดินทาง

ถ้าไม่สตาร์ท ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คุณก็จะยังคงอยู่ที่เดิมอยู่ดี ต่อให้คนอื่นพูดถึงความสำเร็จมากขนาดไหนก็ตามถ้าคุณไม่เริ่มลงมือทำทันที คุณคงจะไม่มีวันได้ชิมรสชาติความสำเร็จในชีวิตนี้แน่นอน เหมือนกับ สุภาษิตที่บอกว่า สอบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลงมือทำ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน สุภาษิตนี้ก็ยังคงเป็นจริงเสมอ.

4.มีความอดทน

ความสำเร็จทุกอย่างจะเกิดขึ้นโดยอาศัย ความรู้ ความสามารถ สติปัญญา เพียงอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องมีความมานะอดทนด้วย คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนต่างรู้ดีว่า ไม่ทางทางลัดไปสู่ความสำเร็จในโลกนี้อย่างแน่นอน ถ้าอยากได้ความสำเร็จคุณต้องแลกมันด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท ขยัน อดทน  ในยุคของเทคโนโลยี ที่ตอบสนองความต้องการของเราได้รวดเร็วทันใจ ส่งผลทำให้คนเรามีความอดทนน้อยลงทุกวัน ไม่มีความอดทนในการรอ เพื่อนๆเคยได้ยิน ประโยคนี้บ้างมั้ยคะ ที่ว่า ความอดทนมักจะขมขื่น แต่ผลของมันมักจะหวานชื่นเสมอ ประโยคนี้เป็นความจริงใช่มั้ย ? คนที่จะมีความอดทนได้จะต้องเป็นคนที่มีความขยันด้วย แต่สิ่งไม่ได้มีมาตั้งแต่เกิด แต่สามารถปลูกฝัง และสร้างมันขึ้นมาได้ โดย

  • ขั้นตอนแรกอาจจะต้องฝืนใจทำไปซักระยะหนึ่งก่อน เพราะงานใหม่มักเป็นสิ่งที่ยากเสมอถ้าเราขยัน ฝืนลงมือทำไปเรื่อยๆความอดทนก็จะเกิดขึ้นมาได้
  • ลงมือทำต่อเนื่อง ทำเสม่ำเสมอ ทำไม่หยุดจนกว่าจะสำเร็จ เมื่อเรามองย้อนกลับไป เราจะเห็นว่าเราก็มีความอดทนไม่ใช่น้อยนะเนี่ย ภูมิใจใช่มั้ยหล่ะ
  • ทำอย่างมีเป้าหมาย ถ้าเรามีเป้าหมายเราจะขยัน อดทน กระตือรือร้น ในการทำงานมากขึ้นเพราะอยากไปให้ถึงเป้าหมายเร็วๆ
  • คนที่มีความอดทนจะเห็นค่า และความสำคัญของเวลา จะใช้เวลาอย่างฉลาดและให้คุ้มค่าอยู่เสมอ และจะรู้จักจัดลำดับความสำคัญของเวลาได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ท้อแท้ เหนื่อยล้า หรือไม่เจอปัญหา ไม่ว่าทำงานอะไรก็ตามมันย่อมมีอุปสรรคเสมอ แต่ที่เขาผ่านมันมาได้จนประสบความสำเร็จ เป็นเพราะความอดทนนั่นเอง ถ้าเราอยากจะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ ควรจะเริ่มฝึกความอดทนให้กับตัวเองโดยลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองชอบซักอย่างให้สำเร็จ แล้วก็ดูว่า เราจะมีความอดทนได้ขนาดไหน ถ้าเราฝึกอดทนกับงานเล็กๆก่อนได้ ต่อไปความอดทนของเราก็จะมีมากขึ้นได้.

5.มีเป้าหมายและรู้จักปฎิเสธ

เพื่อจะประสบความสำเร็จได้การมีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป้าหมายจะเป็นตัวหนดว่า เราจะใช้เวลา กำลัง ความสามารถ และความพยายามมากขนาดไหนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ เมื่อเรารู้และกำหนดเป้าหมายเอาไว้จัดเจนภาพของความสำเร็จมันจะแจ่มชัดในความคิดของเราอยู่ตลอดเวลาเรา สิ่งนี้จะเป็นพลังผลักดันให้เราจมีความกระตือรือร้น และทุ่มเทให้กับเป้าหมายนั่นได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ยอมแพ้แม้จะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหนก็ตาม นอกจากเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว การรู้จักปฎิเสธก็จำเป็นด้วย เพราะอะไร? กว่าจะไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ และประสบความสำเร็จได้ เราต้องผ่านอะไรอีกเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะความต้องการที่ไม่มีวันหมดของตัวเราเองจริงๆแล้วสิ่งจำเป็นในชีวิตของคนเรามีไม่กี่อย่าง แต่สิ่งที่เราเอาเข้ามาในชีวิตส่วนใหญ่เป็นความต้องการล้วนๆ บางทีมันมากเกินไปจนชีวิตของเรายุ่งยาก วุ่นวายไปหมด ถ้าเรารู้จักปฎิเสธความต้องการของตัวเองลงบ้าง เป้าหมายและความสำเร็จจะเป็นของเราได้ในเวลาที่ไม่นานเกินรอแน่นอน การปฎิเสธไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้เราเสียโอกาสดีๆไปเสมอ เราต้องรู้จักปฎิเสธให้เป็น ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของตัวเอง หรือปฎิเสธในการรับภาระของคนอื่นมาเป็นธุระของตัวเอง ปฎิเสธในสิ่งที่ตัวเราเองทำไม่ได้ ปฎิเสธในสิ่งที่เป็นอันตรายกับตัวเอง ถ้าเรารู้จักปฎิเสธเป็นมันจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีและปกป้องเรา ทำให้เราไปสู้ความสำเร็จได้เร็วขึ้น.

คนธรรมดาก็สามารถประสบความสำเร็จได้

เส้นทางไปสู่ความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป และไม่มีเส้นทางลัดไหนที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน และความสำเร็จก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานะ การศึกษา สติปัญญา หรือความสามารถเท่านั่น แต่มีปัจจัยอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็น นิสัยในการเรียนรู้และหาประสบการณ์ใหม่ๆให้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลา เอาความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาเป็นครู ไม่จมอยู่กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่โทษตัวเอง คิดเสมอว่า ไม่มีใครที่ไม่เคยผิดพลาด พร้อมลงมือทำทันทีไม่พลัดวันประกันพรุ่ง เลื่อนเวลาออกไปเรื่อยๆ รอจนกว่าจะพร้อมจริงๆในที่สุดเราจะพลาดโอกาสที่ดีไป เมื่อลงมือทำแล้วก็ต้องมีความอดทน ไม่ยอมแพ้ และเลิกลาง่ายๆ กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และทุ่มเทให้เต็มที่ และรู้จักปฎิเสธสิ่งที่จะมาบั่นทอนความสำเร็จของเราให้เป็น ทั้งหมดที่พูดไปในบทความนี้ล้วนเป็นสิ่งที่คนประสบความสำเร็จเค้ามักจะทำกัน เพื่อนๆได้ลองสำรวจตัวเองบ้างรึยังคะว่า เราพอจะมีสิ่งเหล่านี้ในตัวเราบ้างมั้ย ถ้ายังก็สามารถฝึกได้ และสร้างมันขึ้นมาได้ค่ะ.