เมื่อต้องพูดถึง “หนี้” คนส่วนใหญ่ถึงกับเบ้หน้า คอตก ร้องยี้ บางคนถึงขั้นเครียดจัด จิตตก รู้สึกสิ้นหวังในชีวิต และสิ่งที่น่าเศร้าของในบางคนนั้นถึงขั้นที่ไม่สามารถทนรับแรงกดดันได้ ยอมตัดสินใจที่จะจบชีวิตตัวเองเพื่อให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้  ซึ่งมีข่าวให้พวกเราได้เห็นกันอยู่บ่อยๆใช่ไหมคะ แต่เพื่อนๆเชื่อไหมคะว่ายังมีคนบางกลุ่มที่ชอบที่จะเป็นหนี้ พยายามเดินเข้าหาหนี้ให้มากที่สุด แถมยังบอกอีกว่ายิ่งมีหนี้เยอะยิ่งดีซะอีก อ่านแล้วอาจรู้สึกขัดๆว่ามีด้วยหรือคนแบบนี้? หรือไม่บ้าก็คงใกล้บ้าไปแล้ว! ซึ่งคำตอบนั้นคือ “มีค่ะ” และคนกลุ่มนี้คือกลุ่มของคนมีฐานะดี พวกนักธุรกิจ หรือนักลงุทนต่างๆนั่นเอง ซึ่งเขาใช้เงินหนี้ที่สร้างขึ้นมาต่อยอดเพื่อสร้างความมั่งคั่งของตัวเอง เมื่อพวกเขาได้คำนวณออกมาหักลบกลบดอกเบี้ยแล้วสิ่งที่เหลือคือส่วนต่างที่เรียกว่า “กำไร” แบบเข้ากระเป๋าเต็มๆ โดยที่ไม่ต้องใช้เงินส่วนตัวเลยล่ะค่ะ จึงเป็นเหตุผลที่คนกลุ่มนี้บอกว่ายิ่งมีหนี้เยอะยิ่งดี นั่นก็คือยิ่งมีหนี้เยอะส่วนต่างกำไรที่พวกเขาจะได้ก็จะเยอะไปด้วยนั่นเองค่ะ

แต่ไม่ว่าวันนี้คุณจะเป็นลูกหนี้อยู่ในจำพวกคนกลุ่มไหน หากคุณคิดอยากที่จะหลุดพ้นจากการเป็นหนี้ วันนี้เรามีบทความเพื่อให้คุณสามารถปลดหนี้ด้วยตัวเองแบบทำได้จริงมาฝากกันค่ะ รับรองได้ว่าหากคุณได้นำสิ่งเหล่านี้ไปปฏิบัติใช้แล้วนั้น คำว่า”หนี้”จะหายไปจากชีวิตคุณในเร็ววันนี้แน่นอนเลยค่ะ ส่วนจะมีวิธีการอย่างไรนั้นเดี๋ยวเราติดตามอ่านไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

ยอมรับสภาพปัญหา

วันนี้หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ คุณเองจำต้องยอมรับสภาพปัญหาหนี้ที่เกิดขึ้นอยู่ในวันนี้ให้ได้เป็นอันดับแรกก่อนค่ะ ไม่ว่าปัญหาเรื่องหนี้สินในวันนี้ของคุณจะมากโขสักเพียงไร หากคุณมุ่งมั่นที่จะปลดหนี้แล้วนั้น ก็ให้พยายามทำความเข้าใจและท่องให้ขึ้นใจว่าในวันนี้ชีวิตคุณกำลังเผชิญปัญหาภาวะของการเป็นหนี้อยู่  เพราะเมื่อคุณเข้าใจและยอมรับว่า “หนี้” คือปัญหาของชีวิตคุณแล้ว มันจะทำให้เกิดแรงผลักดันภายในในตัวคุณที่อยากจะหลุดพ้นจากปัญหานี้ค่ะ ซึ่งนั่นก็คือ “ความตั้งใจและมุ่งมั่น” นั่นเอง  เนื่องจากสิ่งๆนี้เป็นสิ่งสร้างด้วยตัวคุณเอง ไม่มีใครมาสั่ง หรือมาบังคับให้คุณทำ มันจึงส่งผลดีมากๆในการเป็นพลังให้คุณยอมทำทุกทางเพื่อหลุดพ้นจากปัญหาหนี้ที่เผชิญอยู่ หรือการเปลี่ยนความสิ้นหวังให้กลายเป็นพลังนั่นเองค่ะ

การจะหลุดพ้นจากการเป็นหนี้ได้นั้น แน่นอนเลยค่ะว่าคุณต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางสิ่งในการใช้ชีวิต และการใช้ชีวิตนั้นอาจต้องเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม  อย่างเช่น คุณเคยอาจต้องซื้อ ต้องได้ทุกอย่างมาสนองอารมณ์ของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าเงินที่นำมาจ่ายนั้นคือหนี้ ต่อจากนี้ก็ต้องปรับเปลี่ยนเป็น “ฉันจะไม่ควักจ่ายอะไรที่ไม่มีความจำเป็น” หรือคุณอาจเคยตกอยู่ในสภาวะที่ไม่อยากให้ใครๆรู้ว่าคุณกำลังเผชิญปัญหาเรื่องหนี้อยู่ จึงเลือกใช้ชีวิตในทุกๆวันแบบปกติ เพื่อนชวนไปก็ไป เพื่อนชวนกินก็กิน โดยการนำเงินหนี้มาใช้สร้างภาพ ปกปิดปัญหาตัวเองเพื่อให้ยังคงดูดีในสังคม ซึ่งหากคุณมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปลดหนี้แล้วนั้น คุณจำต้องหาคำ “ปฏิเสธ” แบบดีๆออกไปเสียให้หมด ทั้งนี้เพื่อตัวคุณเอง และสายสัมพันธ์ในสังคมที่คุณมีอยู่ค่ะ

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

ขั้นตอนนี้คุณอาจเริ่มต้นการลิสต์รายการหนี้ทั้งหมดของคุณก่อน โดยการเขียนออกมาใส่ไว้บนหน้ากระดาษให้หมดเลยนะคะ การทำแบบนี้เพื่อให้คุณได้มองเห็นถึงยอดหนี้แต่ละรายการ และสามารถมองเห็นยอดรวมของทั้งหมดค่ะ เพื่อที่จะนำไปสู่การวางเป้าหมายในการปลดหนี้ และเป็นการให้ตัวคุณเองได้มองเห็นภาพโครงสร้างหนี้ได้อย่างชัดเจนมากขึ้นค่ะ  จากนั้นให้คุณตั้งเป้าหมายถัดมาในเรื่องของการชำระหนี้ ตรงนี้ทำได้โดยการสำรวจรายรับรายจ่ายของคุณในแต่ละเดือนว่าเงินหลังจากที่หักค่าใช้จ่ายจำเป็นออกไปแล้วนั้นมีเหลืออยู่จำนวนเท่าไหร่ค่ะ แล้วแจงออกมาว่าจะใช้เงินจำนวนนี้เพื่อการปลดหนี้ก้อนใดได้บ้าง คุณอาจแจงออกมาเป็นรายงวด เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าหากจะปลดหนี้ก้อนนั้นๆเราจะต้องชำระเป็นจำนวนกี่งวด ซึ่งตรงนี้จะช่วยสร้างกำลังใจให้คุณในการปลดหนี้ได้ดีกว่าจ่ายไปเป็นคราวๆแบบไม่มีทิศทางค่ะ

ติดต่อเจ้าหนี้อย่างสม่ำเสมอ

เมื่อพูดถึงเจ้าหนี้แล้ว บางคนแทบอยากหาที่มุด หาที่หลบ ไม่ใช่เพราะอยากหนี ไม่ใช่เพราะเจตนาจะโกง แต่เพราะมันไม่มีจะจ่ายก็เลยไม่อยากเจอ ไม่อยากคุย ซึ่งนับว่าเป็นความคิดที่ผิดค่ะ เพราะความเป็นจริงแล้วนั้นกลับตรงกันข้าม การติดต่อเจ้าหนี้นั้นถือเป็นเรื่องที่ลูกหนี้ทั้งหลายควรทำอย่างสม่ำเสมอค่ะ หากคุณเองเป็นคนหนึ่งที่เผชิญภาวะหนี้อย่างหนักอยู่ในตอนนี้ข้อนี้ยิ่งจำเป็นและควรให้ความสำคัญอย่างมากเลยล่ะค่ะ เพราะการติดต่อเจ้าหนี้นั้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงว่าเรามีความจริงใจจริงๆที่อยากจะจ่ายคืนหนี้ให้แก่เขา ซึ่งการติดต่อกับเจ้าหนี้นั้นยังจะสามารถช่วยแก้ไข และใด้คำแนะนำ หรือได้รับประนีประนอมเพื่อที่จะช่วยให้คุณเจอทางออกที่ดี และสามารถสะสางหนี้สินให้หมดไปได้ในที่สุดค่ะ

ไม่ว่าเจ้าหนี้ของคุณจะเป็นธนาคารหรือไม่ใช่ธนาคารก็ตาม ต่างก็ล้วนที่จะอยากได้เงินกู้คืนจากคุณทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเจ้าหนี้จะยินดีแนะนำ ช่วยเหลือคุณทุกทางเพื่อให้คุณสามารถนำเงินชำระหนี้ที่คงค้างไว้ให้หมดในเร็ววันค่ะ เช่น หากคุณกำลังมีปัญหาเรื่องการเป็นหนี้บัตรเครดิตหลายๆใบ เจ้าหนี้อาจเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ของคุณด้วยการรวมยอดหนี้ทั้งหมดเป็นก้อนเดียวค่ะ เพื่อยื่นกู้สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยที่ถูกกว่า ซึ่งจะช่วยทำให้สภาพคล่องทางการเงินในแต่ละเดือนของคุณนั้นดีขึ้นด้วย หรือคุณอาจขอให้ช่วยเรื่องของการขอลดดอกเบี้ย หรือขอจ่ายดอกเบี้ยชั่วคราวก็ถือเป็นทางออกที่สามารถร่วมเจรจากับทางเจ้าหนี้ได้ค่ะ ดังนั้นการติดต่อเจ้าหนี้อย่างสม่ำเสมอจึงถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ควรทำ เพื่อที่เราจะได้รับคำแนะนำ การช่วยเหลือจากทางเจ้าหนี้ที่บรรดาลูกหนี้ทั้งหลายนั้นไม่ควรมองข้ามไปค่ะ

จ่ายคืนยอดที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน

คราวนี้เรามาถึงขั้นตอนของการลงมือเริ่มปิดหนี้กันแล้วล่ะค่ะ เมื่อคุณได้ทำลิสต์รายการหนี้สินทั้งหมดของคุณออกมาแล้ว ให้สำรวจถึงอัตราดอกเบี้ยของแต่ละยอดหนี้ในทันทีค่ะ การที่จะปลดหนี้ได้อย่างรวดเร็วนั้นคุณจำเป็นที่จะต้องเลือกปิดยอดหนี้ตัวที่คิดอัตราดอกเบี้ยเยอะที่สุดก่อนและทะยอยไล่ตามลำดับลงมา ถึงแม้ยอดหนี้ตัวนั้นจะมีกำหนดจ่ายขั้นต่ำถูกกว่ายอดหนี้อื่นๆก็ตามทีค่ะ ในที่นี้คือพวกของบัตรเครดิตทั้งหลายนั่นเอง ซึ่งมีกำหนดยอดจ่ายขั้นต่ำที่น้อยก็จริงอยู่ แต่คุณจ่ายไปนานแค่ไหน เงินต้นก็แทบจะไม่กระดิกลดลงมาเลย เพราะเนื่องจากบัตรเครดิตมีการคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก เงินที่คุณใส่เข้าไปจึงกลายไปเป็นดอกเบี้ยซะหมดนั่นเองค่ะ มันจึงเป็นสิ่งที่ควรต้องดำเนินการปลดหนี้ก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ ไม่อย่างนั้นคุณจะจมอยู่กับคำว่า “หนี้” แบบยากที่จะหลุดพ้นไปได้

อีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยในการปลดหนี้ คือคุณอาจเช็คจากลิสต์รายการหนี้ทั้งหมดแล้วมองไปที่การปิดยอดหนี้เล็กๆก่อนก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกที่ดีค่ะ เพราะจะช่วยทำให้คุณมีกำลังใจในการปิดหนี้เพิ่มให้มากขึ้น แถมวิธีนี้ยังเกิดผลดีอีกด้วยนะคะ นั่นก็คือการปิดยอดเล็กๆให้หมดไปจะทำให้คุณมีเงินเหลือต่อเดือนที่เยอะมากขึ้น มีสภาพการเงินที่คล่องมากขึ้น (เพราะไม่ต้องนำเงินไปจ่ายหนี้เหล่านี้แล้ว) ทำให้ง่ายต่อการรวบรวมเงินได้เป็นก้อนมากขึ้น เพื่อที่จะนำไปอัดฉีดทะยอยปิดยอดหนี้ที่คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงให้หมดได้เร็วขึ้นอีกด้วยค่ะ

เคลียร์หนี้ได้ก็อย่ากลับไปเป็นหนี้อีก

หลังจากที่คุณได้ทะยอยปิดหนี้จนใกล้จะหมดเต็มที หรืออยู่ในภาวะที่เรียกว่าปลอดหนี้ได้แล้ว ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ใจ ความเครียดก็กำลังจะหมดไปจากชีวิตค่ะ ซึ่งในตอนนี้ตัวคุณเองก็คงได้เรียนรู้รสชาติความเจ็บปวดของการมีชีวิตหนี้ได้เป็นอย่างดี และก็ยังได้เรียนรู้ถึงว่าตัวเองต้องใช้ความอดทน ความเพียรพยายามมากเพียงไหนกว่าจะปลดหนี้ที่ผ่านมานั้นได้ ก็ขอคุณจงจดจำทุกสิ่งที่คุณได้บทเรียนจากการเป็นหนี้ที่ผ่านมานี้ไว้ และพยายามปกป้องตัวเองไม่ให้กลับไปตกอยู่ในวัฎจักรเดิมๆของการเป็นหนี้ได้อีกค่ะ

การหลุดพ้นจากการเป็นหนี้เป็นสิ่งที่เราต้องใช้ความอดทน เพียรพยายาม และวินัยเป็นอย่างสูงกันทีเดียวเลยนะคะ ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิถีของการดำเนินชีวิตประจำวันที่อาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และเพื่อที่จะป้องกันตัวเองไม่หวนกลับสู่การเป็นหนี้ได้อีกนั้นคุณควรหันมาให้ความสำคัญและเริ่มศึกษาเรื่องการวางแผนทางการเงินอย่างจริงจังค่ะ เมื่อคุณทำได้ตามนี้คุณจะพบกับคุณค่า และความภาคภูมิใจในตัวเองที่คุณสามารถสร้างได้ด้วยสองมือคุณเลยล่ะค่ะ

แม้เรื่องหนี้จะเป็นเรื่องที่คนในยุคปัจจุบันนี้ยากจะหลีกหนีได้ เพราะสังคมในวันนี้สิ่งล่อตาล่อใจ ยั่วยุกิเลสนั้นก็ช่างมากมาย หรือบางทีคุณอาจฝึกจิตใจมาหนักแน่นเรื่องการระวังการใช้จ่ายแล้ว แต่บางหนี้ก็เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งอาจแฝงมารูปของเรื่องฉุกเฉินต่างๆที่เข้ามาในชีวิตเราแบบไม่คาดคิดมาก่อน หรือบางอย่างนั้นก็มีความจำเป็นจริงๆที่จำต้องไปเป็นหนี้ เช่น หนี้การศึกษา หรือจะเป็นหนี้ด้วยสาเหตุจำเป็นใดๆก็ตามที่เป็นเหตุพาให้คุณเข้ามาสู่ภาวะของการเป็นหนี้ ขอเพียงคุณนำข้อแนะนำที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ไปใช้ บวกกับความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาหนี้นั้นอย่างจริงจัง รู้จักประมาณตน มีความยับยั้งชั่งใจและมีการวางแผนการเงินที่ดี คุณก็จะอยู่กับการใช้ชีวิตที่ถึงแม้จะเป็นหนี้ได้อย่างมีความสุข มีความหวัง และรอวันมีชีวิตที่กลับมาสดใสได้อีกครั้งเสมือนกับฟ้าหลังฝนจริงๆค่ะ