‘เศรษฐกิจไม่ดีเลย!’ หลายคนอาจเคยบ่นแบบนี้ หรือพ่อค้าแม่ขายทั่วๆไปในท้องตลาดก็อาจตัดพ้อถึงการขายที่ยอดดูจะลดลงไปบ้างตามกระแสต่างๆ สิ่งเหล่านี้เอง แม้ไม่กระทบโดนตรงจังๆ แต่ก็อาจทำให้ผู้ประกอบการหลายราย หรือผู้ประกอบการยุคใหม่แบบเราเก็บมาคิดไม่มากก็น้อยว่า หากปัญหาเศรษฐกิจดูจะตกต่ำแบบนี้ต่อไป เราจะอยู่ให้รอดด้วยวิธีไหนดี เพื่อประคับประคองธุรกิจของเราให้ตลอดรอดฝั่ง หรือมีแนวทางเพิ่มกลยุทธ์อะไรบ้างไหมที่จะทำให้เราสามารถปรับตัว ให้ธุรกิจยังคงเติบโตต่อไปไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจแบบไหน ...บทความนี้จึงอยากชวนเราทุกคนมาลองเช็คตัวเองว่า เหตุผล 6 วิธีต่อไปนี้ จะช่วยผู้ประกอบการสมัยใหม่แบบเราอย่างไรบ้าง เพื่อปรับตัวและรับมือปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ให้ดีขึ้นได้ มาดูกันเลย

การทำงานผ่าน Social Network และ Smart Phone

ในยุคนี้หลายคนเรียกสังคมเราใหม่แล้วว่า ‘ยุคไทยแลนด์ 4.0’ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการใช้ชีวิตของเราในด้านต่าง ๆ อะไรๆก็รวดเร็วและเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายตลอดเวลา ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว การทำงานของเราก็จะไม่ต้องทำแค่ในออฟฟิศเท่านั้นด้วย ถือว่าเข้าข่ายการลงทุนน้อย แต่สามารถเพิ่มกำไรให้กับเราได้มากขึ้น ยิ่งเมื่อมีการทำการตลาดที่ดีในช่องทาง Social network ต่างๆ เพราะสามารถ Connect กันได้ง่ายดาย ทุกที่ทุกเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ผ่านทางสื่อที่ผู้บริโภคของเราใช้กันแบบ Smart phone ที่ใครๆก็มีได้

เมื่อก่อนแทบทุกออฟฟิศต้องมีคอมพิวเตอร์ PC ก็ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ทันสมัยและประหยัดเวลาได้แล้ว แต่ทุกวันนี้ ก็มีหลายแห่งใช้แท็บแล็ต หรือสมาร์ทโฟนเครื่องเก่ง ช่วยให้เราสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาแล้วล่ะ เนื่องจากความคล่องตัวที่มากขึ้น ไม่ว่าเวลารถติด หรือเร่งรีบแค่ไหน หรือแม้แต่การพรีเซ็นท์งานในบริษัทหรือเปิดตัวอย่างให้ลูกค้าดูก็สามารถทำได้สะดวกและรวดเร็วมาก อีกทั้งลดต้นทุนในเรื่องอุปกรณ์ไอทีในสำนักงานลงไปอีกเยอะด้วย เพียงแค่มีเครือข่ายอินเตอร์เน็ทก็เชื่อมทุกมุมโลกเข้าด้วยกันให้เราไปแล้วล่ะ

ดูทิศทางภาวะเศรษฐกิจและตลาดเพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์

ถ้าผู้ประกอบการทุกคนไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่ ให้ความสนใจเรื่องภาวะทางเศรษฐกิจและการตลาด แล้วทำได้ ถูกจุด ถูกทาง ก็ยิ่งสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้างของธุรกิจของเราได้มากขึ้น ทำให้นำไปสู่การต่อยอดในเรื่องของสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น แม้สภาพเศรษฐกิจบ้านเรายังคงฝืดเคืองก็ตาม แทนที่เราจะมัวแต่รับมือกับยอดขายในบางช่วงที่ดูไม่ดีเหมือนใจ หรือความเครียด แต่เรากลับมาให้เวลาในการปรับปรุงผลงานโดนรวมขององค์กร เมื่อทิศทางการตลาดวนกลับมาถูกจุด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสรบชนะให้เราได้แน่ๆ

บางครั้งสินค้าเมื่อไม่เหมาะกับช่วงเวลาหรือภาวะเศรษฐกิจ ก็อาจส่งผลให้ธุรกิจเราสะดุดไปบ้างก็เป็นได้ แต่ถ้าเราลดจำนวนสินค้าที่เน้นด้านความฟุ่มเฟือยลงบ้าง แต่ปรับตัวให้เข้ากับกระเป๋าของลูกค้า ในภาพรวมแล้ว ก็ถือว่าเรามีการปรับเปลี่ยนที่เหมาะกับช่วงเวลา และรับมือกับการตลาดได้ดีขึ้นด้วย เป็นเหมือนการเตรียมพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์และไม่พลาดพลั้งในยามวิกฤตด้วยนั่นเอง

ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและสร้างกิมมิค (Gimmick)

เป็นความจริงว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในทุกวันนี้ มักเปลี่ยนไปตามสภาพสังคมและความเป็นอยู่ เมื่อมีการเข้าถึงโลกออนไลน์กันมากขึ้น ยิ่งส่งผลให้ความอดทนของหลายคนลดลง ไม่อยากใช้เวลาเยอะ หากต้องเลือกระหว่างการยอมจ่ายเพื่อแลกกับความสะดวกสบายขึ้นก็จะทำ และรับเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาในชีวิตกันมากขึ้น ถ้าเราเอาเรื่องนี้มาปรับใช้ในแง่ธุรกิจ ก็จะทราบความต้องการของผู้บริโภคได้ดีขึ้น ทำให้สินค้าหรือบริการของเราตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคขึ้นไปอีกได้ด้วย เช่นหลายคนมีการหาข้อมูลสินค้าและบริการในอินเทอร์เน็ต ตามรีวิวต่างกันมากขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อ หรือ ราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือก แต่เป็นคุณภาพและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น เป็นต้น

หากเราที่เป็นผู้ประกอบการ มีการมองเทรนด์ปัจจุบันของตลาดอย่างดี มีการเพิ่มช่องทางในการช็อปปิ้งออนไลน์ในกลายแพลตฟอร์ม และเพิ่มเทคโนโลยีที่อำนวนความสะดวกมากขึ้นในการชำระเงิน เช่น บัตรเครดิต PromptPay หรือ E-money ก็อาจตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ได้ดีขึ้นไปอีก รวมถึงกลยุทธ์ในการขายอย่างเดลิเวรีส่งถึงที่ และการสร้างกิมมิค เพื่อทำให้ลูกค้าจดจำและบอกต่อ มีบัตรสะสมแต้มหรือให้สิทธิประโยชน์กับสมาชิก ก็จะยิ่งประชาสัมพันธ์ร้านของเราไปในตัว และเหมือนการคืนกำไรให้ลูกค้า แล้วเขาก็เลือกที่จะอยู่กับเรานานขึ้นด้วย รวมถึงโปรโมชั่นสินค้าบางกลุ่ม หรือการลดราคาเพื่อเข้าสู่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็ยังทำเพิ่มได้ ถือเป็นกลยุทธ์ที่สร้างกิมมิคอย่างชัดเจน

พัฒนาการของซอฟต์แวร์และการทำงานร่วมกันในองค์กร

ทุกวันนี้ในหลายแห่ง ใช้เทคโนโลยีและเครื่องมืออำนวยความสะดวกกันมากขึ้น เป็นการก้าวเข้าสู่ยุคอีคอมเมิร์ซกันเต็มตัว ลดปัญหาด้านเวลาและระยะทางลงไปมากด้วยโปรแกรมต่างๆ หรือซอฟต์แวร์ที่ช่วยทุกคนในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการเปิดกว้างให้บุคลากรทุกคนมีความคล่องตัวในระบบการทำงานและยืดหยุ่นได้ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมกันในองค์กรมากขึ้น เพิ่มศักยาภาพในแง่ธุรกิจมากด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าธุรกิจของเราอยู่อยู่ในไซส์เล็กหรือไซส์ใหญ่ ถ้าเพิ่มการคิดวิเคราะห์ และการบริหารจัดการด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้ทุกคนในองค์กรเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น มีการดึงข้อมูลได้อย่างอัปเดตที่สุด มีฐานลูกค้าที่มีคุณภาพในการจัดการที่ง่ายขึ้น ย่อมเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้ง่ายไปด้วย ทำให้ทุกคนมีส่วนในการพัฒนาองค์กรไปพร้อมๆกัน เรียนรู้สิ่งใหม่ได้อย่างไม่หยุดนิ่ง ธุรกิจของเราก็ยิ่งติดสปริงไปได้เร็วขึ้นเลยด้วย

ความคิดสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มทักษะการเรียนรู้

ความคิดสร้างสรรค์ หรือ Creativity ก็จะมาจากความรู้และประสบการณ์ของเรานี่ล่ะ ในการสร้างไอเดียใหม่ๆที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจ การกล้าคิดนอกกรอบ เปิดใจลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมุมมองที่ดีให้กับธุรกิจของเราจนสามารถต่อยอดไปอีกได้ อาจทำได้โดยการจิตนาการ พาตัวเองไปยังสถานการณ์ใหม่ๆ หรือแลกเปลี่ยนข่าวสารกับผู้ที่มีประสบการณ์เชิงลึกเกี่ยวกับทักษะที่เราต้องการก็ได้

สิ่งที่เราจะขาดไปไม่ได้ก็คือการเรียนรู้ที่สม่ำเสมอด้วย เนื่องจากอย่างที่รู้กันว่า โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ถ้าเราก้าวอยู่กับที่ แม้ไม่ถอยหลังแต่ก็จะช้าเกินไป และถูกใครต่อใครแซงไปจนอาจรั้งท้ายก็เป็นไปได้ เราจึงต้องมีการพัฒนาตัวเองและองค์กรอยู่ตลอดเวลา เพราะชีวิตจริงและการแก้ปัญหาธุรกิจที่เราอาจเจอในอนาคตคงไม่มีแบบสอบถามหรือข้อสอบให้ดูเชิงก่อน จริงมั๊ย?!

ความเป็นผู้นำและการแก้ปัญหา

ความเป็นผู้นำหรือลีดเดอร์ ก็ต้องไปด้วยกันกับการบริหารและจัดการทีมเพื่อสู้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ดังนั้น ทักษะที่จะช่วยให้องค์กรของเราเติบโตไปได้ในอนาคตก็ต้องเริ่มที่การมีผู้นำทีมที่ดี พร้อมทั้งพาทีมไปในทิศทางที่ถูกต้องได้ ซึ่งก็ต้องอาศัยความไว้วางใจจากคนในทีมด้วยเหมือนกัน เพื่อให้การทำงานออกมาได้แบบมีประสิทธิภาพที่สุด การดูแลพนักงานจึงต้องอาศัยใจ และทำให้ดีที่สุดให้เขาไม่อยากไปจากเราและเริ่มต้นใหม่กับที่อื่นเช่นกัน

ทักษะที่ดีที่เราควรพัฒนาก็คงเป็นเรื่องการรู้จักกระตุ้นทีม และดึงความสามารถหรือศักยภาพขององค์ให้ได้มากที่สุด เช่น การมอบหมายงานที่ตรงต่อความถนัดแต่ละคน การกล้าคิด กล้าทำและรับผิดชอบ รวมถึงพึ่งพาได้ เปลี่ยนความคิดจากความเครียดไปเป็นการสู้และแก้ปัญหา แม้จะไม่เคยเจอมาก่อน แต่ในสถานการณ์ที่คับขับเราก็มีการจัดการให้ดีขึ้นได้ อีกทั้งหาวิธีป้องกันกับปัญหาในอนาคตไปในตัวด้วยเลยก็ได้

ผู้ประกอบการยุคใหม่ ก้าวทันโลกดิจิตอลได้ ด้วยการปรับตัวอย่างฉลาด!

เมื่อเราต้องก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ปี 2020 กันแบบนี้แล้ว ก็คงต้องมองหาโอกาสเพื่อต่อยอดทางธุรกิจกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สิ่งจำเป็นที่ต้องทำอย่างควบคู่กัน ก็คือการปรับตัวอย่างฉลาด เพื่อก้าวให้ทันโลกดิจิตอลกันนี่ล่ะ ยิ่งถ้าเราอยากเพิ่มโอกาสสู่ความสำเร็จต่อไปในอีกหลายปีถัดๆไป ก็ยิ่งต้องพัฒนาองค์กรของเรา ทัศนะคติของเรา รวมถึงบุคคลากรไปพร้อมๆกันเลยด้วย ถ้าเรามีการเริ่มที่ดีโดยการทำการตลาดผ่านทางสื่อ Social network เพราะกลุ่มลูกค้าต่างมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ Smart phone กันมากขึ้น ยิ่งเป็นการลดต้นทุนธุรกิจเราลงไป รวมถึงเรามีความคล่องตัวในการทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย

หรือในเรื่องการดูทิศทางภาวะเศรษฐกิจให้เหมาะกับทุกสถานการณ์ ถ้าเรามีการขายแบบที่ถูกช่วงถูกเวลา รู้จักสงบสยบความเคลื่อนไหวหรือแกว่งตัวทางเศรษฐกิจบ้าง อดทนและไม่ถอดใจ ก็จะยิ่งช่วยเราปรับตัวได้ง่ายขึ้น รวมทั้งเมื่อเรารู้พฤติกรรมของผู้บริโภคและสร้างกิมมิคได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมองเทรนด์ในตลาดและต่อยอดสินค้าได้อย่างเหมาะสมเร็วเท่านั้นด้วย รวมถึงช่องทางออนไลน์และโปรโมชั่นที่ดึงดูดก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจได้ด้วยแน่ๆ และก่อนที่เราจะมองหาพันธมิตรที่อื่นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานที่สำคัญอีกอย่างก็คงเป็นการพัฒนาซอร์ฟแวร์ที่เหมาะกับเราและองค์กรที่มีการทำงานร่วมกันอย่างดีนี่ล่ะ หากเราปรับตรงนี้ได้ดี เติมความสร้างสรรค์และทักษะการเรียนรู้เพื่อพัฒนาองค์กรกันต่อๆไป สร้างความเป็นผู้นำและแก้ปัญหาแบบมีทางออกที่ดี เราก็ถือว่าเป็นผู้ประกอบการในยุคใหม่นี้ ที่ก้าวทันโลกได้อย่างแท้จริง และมีการปรับตัวได้อย่างฉลาดนั่นเอง!