ธุรกิจร้านกาแฟคงเป็นธุรกิจในฝันของใครหลายๆคน แต่ถ้าเกิดจะเริ่มต้นมีร้านกาแฟของตัวเองสักร้านก็คงเกิดความกังวลอยู่บ้างว่าจะได้รับความนิยมจากผู้ที่มาใช้บริการหรือไม่? เพราะทุกวันนี้มีแบรนด์ร้านกาแฟชื่อดังที่เป็นที่นิยมอยู่แล้วหลายแบรนด์ แล้วถ้าเกิดคุณเองจะสร้างแบรนด์ร้านกาแฟของตัวเองขึ้นมาคงต้องใช้กระบวนการคิดมากพอสมควรเลยกว่าจะได้ชื่อฮิตติดหูขึ้นมาสักชื่อ ดังนั้นตอนนี้หลายคนที่อยากเปิดร้านกาแฟจึงเลือกธุรกิจร้านกาแฟชื่อดังที่นิยมอยู่แล้วแทนการเปิดร้านของตัวเองค่ะ เพราะอะไร? ก็เพราะว่าร้านกาแฟเหล่านั้นติดตลาดเป็นที่นิยมมากอยู่แล้วไม่ต้องเสียเวลาทำการตลาดมากเหมือนการสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาใหม่ และที่สำคัญคุณไม่ต้องเสียเวลาในการสร้างบรรจุภัณฑ์ต่างๆขึ้นมาใหม่ด้วยเพราะร้านกาแฟชื่อดังเหล่านั้นเขามีรูปแบบบรรจุภัณฑ์ของเขาอยู่แล้ว รวมไปถึงรูปแบบของการตกแต่งร้านด้วย

บทความนี้จะมาให้ข้อมูลสำหรับใครที่ไม่อยากคิดเยอะแต่ก็ยังอยากทำให้ฝันเป็นจริงด้วยการมีร้านกาแฟของตัวเองสักร้านแล้วถ้าอยากเปิดร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วต้องมีเงินลงทุนเท่าไหร่? ซึ่งข้อมูลของร้านกาแฟที่จะนำมาบอกกันก็มีดังนี้ค่ะ Café Amazon / Chas Doi Coffee / กาแฟดอยช้าง / อินทนิล / Coffee World / Black Canyon Coffee คุณเองคงจะคุ้นเคยกับชื่อเสียงของร้านกาแฟเหล่านี้อยู่แล้วไม่ต้องพูดเยอะ มาดูกันว่าคุณจะสามารถเปิดร้านกาแฟชื่อดังเหล่านี้ได้อย่างไรบ้างกันค่ะ

Café Amazon

Café Amazon

Café Amazon นั้นได้รับความนิยมมาจากการที่มีหลายสาขาอยู่ตามปั้มน้ำมัน ปตท. เกือบจะทุกปั๊มเลยก็ว่าได้แล้วด้วยการเดินทางไหนมาไหนโดยเฉพาะการเดินทางต่างจังหวัดคงหนีไม่พ้นที่จะใช้บริการ Café Amazon แน่นอนและใช้บริการบ่อยพอๆกับจอดแวะเข้าห้องน้ำตามปั้ม ปตท.เลยหล่ะค่ะ แต่คุณรู้ที่มาที่ไปของร้าน Café Amazon หรือไม่ วันนี้จะข้อมูลตรงนี้มาบอกด้วยว่า Café Amazon เริ่มต้นมาจากแหล่ากาแฟที่มีชื่อเสียงมากของโลกอย่างประเทศ บราซิล ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นต้นตำหรับของกาแฟค่ะ ส่วนชื่อ Amazon ก็มาจากป่า Amazon นั่นเองเป็นการให้บรรยากาศร่มรื่น สดชื่นเหมือนจิบกาแฟอยู่ท่ามกลางต้นไม้ป่าไม้ และเสียงน้ำไหลเย็นจึงเกิดชื่อร้านกาแฟ Café Amazon นี้ขึ้นมาค่ะ ซึ่งเมื่อมองการออกแบบตกแต่งร้านของ Café Amazon ก็ให้บรรยากาศแบบนั้นจริงๆ ต่อมาเรามาดูกันว่าถ้าอยากเป็นเจ้าของร้าน Café Amazon นั้นต้องสามารถลงทุนแบบไหนใช้เงินเท่าไหร่? ร้าน Café Amazon มีรูปแบบการลงทุนอยู่ 2 รูปแบบ คือ แบบ Stand Alone และ แบบ Shop และงบประมาณก็ต่างกันมาดูความแตกต่างของ 2 แบบนี้กันค่ะ

  • Stand Alone เป็นร้านกาแฟที่มีพื้นที่ประมาณ 100 – 200 ตารางเมตรขึ้นไป ร้านก็จะต้องมีลักษณะเป็นอาคารเดี่ยวๆตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะจะเปิดร้านกาแฟได้ เช่นในปั้มน้ำมัน บริเวณสถานที่ท่องเที่ยว และชุมชน เงินลงทุนที่ต้องใช้รวมตั้งแต่การก่อสร้างร้านอาคารไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องกาแฟต่างทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 2,649,000 – 4,209,000 บาทค่ะ
  • Shop เป็นร้านกาแฟที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ 40 ตารางเมตรขึ้นไป อาจจะตั้งอยู่ภายในอาคารอื่นๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารพานิชย์ สำนักงานต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่องต่อวันมากพอสมควร เงินลงทุนที่ต้องใช้รวมค่าก่อสร้างไปจนถึงอุปกรณ์อยู่ที่ประมาณ 2,349,000 – 3,709,000 บาทค่ะ

ยังมีรายละเอียดอื่นๆอีก คือ ค่าใช้จ่ายด้าน Royalty Fee 3% + ค่า Marketing Fee 3% ของยอดรายเดือน / มีค่าใช้จ่ายในการเช่าเครื่องกาแฟ 24,000 บาทต่อปี มีอายุสัญญาในการใช้แบรนด์ 6 ปี / ร้านต้องได้รับการบำรุงรักษาทุกๆ 3 ปีค่ะ

Chao Doi Coffee

Chao Doi Coffee

กาแฟชาวดอยชื่อก็บอกอยู่แล้วต้นกำเนิดคงมาจาดยอดดอยอันไกลนู้นแน่นอน ซึ่งก็จริงตามนั้นเป็นการผลิตกาแฟจากยอดดอยสูงนำมาจนถึงกลายเป็นแบรนด์ร้านกาแฟที่มาสู่มือของผู้คนที่รักการดื่มกาแฟในทุกๆที่ในตอนนี้ กาแฟชาวดอยจากกาแฟคุณภาพสูงของชาวดอยนั่นเอง ซึ่งมีรายละเอียดการลงทุนอยู่หลายแบบมาก ทั้งกาแฟ และชา ดังนี้ค่ะ

Coffee

  • Coffee Set A 329,500 บาท ชุดตู้ขาย A 408,500 บาท
  • Coffee Set B 350,500 บาท ชุดตู้ขาย B 473,500 บาท
  • ชุดการขาย S มีขนาดพื้นที่ของร้าน 11.05 ตารางเมตร ค่าโครงสร้าง 300,000 บาท / ค่าชุดธุรกิจ 430,000 บาท
  • ชุดการขาย M มีขนาดพื้นที่ 23.40 ตารางเมตร ค่าโครงสร้าง 600,000 บาท / ค่าชุดธุรกิจ 430,000 บาท
  • ชุดการขาย L มีขนาดพื้นที่ 59.30 ตารางเมตร ค่าโครงสร้าง 1,200,000 บาท / ค่าชุดธุรกิจ 430,000 บาท

Bubble Tea

  • Bubble Tea Set A 265,000 บาท ชุดตู้ขาย A 174,500 บาท
  • Bubble Tea Set B 429,500 บาท ชุดตู้ขาย B 195,500 บาท

คุณจะได้รับการอบรมด้วยในเรื่องของการตลาด การบริหารธุรกิจนี้ และให้คำปรึกษาอื่นๆด้วยค่ะ

กาแฟดอยช้าง

กาแฟดอยช้าง

กาแฟดอยช้างก็ต้องมาจากดอยช้างนั่นเอง เป็นกาแฟอราบิก้าที่มีคุณภาพชนิดพิเศษ โดยได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลมากมายเพราะมีรสชาติที่ดีโดดเด่น และมีความหอมมีรสเปรี้ยวหน่อยๆ และมีคาเฟอีนต่ำ ตอนนี้แบรนด์กาแฟดอยช้างจึงเป็นแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยไปแล้วค่ะ ส่วนค่าใช้จ่ายในการลงทุนและรูปแบบมีดังนี้ สามารถลงทุนได้ 2 รูปแบบด้วยกัน คือ Coffee Venue และ Stand Alone

  • Coffee Venue ค่าใช้จ่ายในการลงทุนประมาณ 1,602,000 – 2,790,000 บาท ในพื้นที่ 30 – 100 ตารางเมตร
  • Stand Alone ค่าใช้จ่ายในการลงทุนประมาณ 2,269,000 – 3,340,000 บาท ในพื้นที่ 60 – 130 ตารางเมตร

ถ้าคุณอยากลงทุนร้านกาแฟดอยช้างต้องมีการทำสัญญา 5 ปีค่ะ

อินทนิล

อินทนิล

ร้านกาแฟอินทนิลเปิดบริการมาแล้วกว่า 10 ปี และตอนนี้ก็มีมากกว่า 400 สาขาทั่วประเทศ แล้วเป็นที่นิยมเพราะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และสามารถพบเจอได้ง่ายตามปั้มน้ำมันเช่นกัน ร้านกาแฟอินทนิลนั้นมีการลงทุนรูปแบบเดียว โดยมีรายละเอียดการลงทุนดังต่อไปนี้

  • ระยะเวลาการทำสัญญา 6 ปี
  • ค่าธรรมเนียมตอนแรก 200,000 บาท
  • เงินค้ำประกันสัญญา 100,000 บาท ค่าออกแบบการก่อสร้าง 50,000 บาท
  • ค่าบริการระบบ 27,000 บาท ต่อปี
  • ค่าอุปกรณ์การขายและวัตถุดิบ 450,000 บาท
  • ค่าส่วนแบ่งรายได้ 6% จากยอดขาย

ถ้าใครอยากลงทุนจะมีการฝึกอบรมด้วย และมีคู่มือการบริการจัดการการขาย และมีทีมที่ให้คำปรึกษาค่ะ

Coffee World

Coffee World

Coffee World เป็นร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยมมากๆ เป็นร้านกาแฟที่ถือว่ามีราคาสูงมากพอสมควรเลยนะคะ แต่ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างมากไม่ใช่แค่ในประเทศไทยของเรา การลงทุนเปิดร้านกาแ Coffee World ก็มี 2 รูปแบบ คือ Shop และ Stand Alone

  • Shop ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 2,500,000 บาท (ไม่รวมภาษี) ขนาดพื้นที่ 40 – 60 ตารางเมตรขึ้นไป
  • Stand Alone ใช้เงินลงทุน 3,300,000 บาท (ไม่รวมภาษี) ขนาดพื้นที่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป

มีค่าดำเนินการก่อนเปิดร้าน คือการฝึกอบรมพนักงาน 5 คน 20,000 บาท / มีค่าสื่อการตลาด 30,000 บาท / นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบมาตรฐาน การฝึกอบรม การตลาด และการขายอย่างต่อเนื่องด้วยค่ะ

Black Canyon Coffee

Black Canyon Coffee

รู้หรือไม่ว่า Black Canyon Coffee นั้นเป็นแบรนด์ของคนไทยที่ดังไกลในระดับโลก มีการเลือกคัดสรรกาแฟอย่างดีจากโครงการหลวง แล้วก็กลายเป็นร้ายกาแฟที่ติดตลาดชื่อดังได้รับความนิยมอย่างมากตอนนี้ไปแล้วไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้ การลงทุนร้านกาแฟนี้มี 2 รูปแบบ คือ

  1. รูปแบบภัตาคาร หรือร้านอาหาร Coffee House แบ่งย่อยๆได้อีกคือ Mini Coffee House และ Full Service Coffee House
  • Mini Coffee House มีบริการขายกาแฟ เครื่องดื่มอื่นๆ อาหารว่าง อาหารจานเดียว อาหารประเภทยำ มีขนาดพื้นที่ 100 ตารางเมตร มีค่าธรรมเนียมชื่อแบรนด์ 800,000 บาท
  • ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน 250,000 บาท
  • Full Service Coffee House มีบริการขายกาแฟเครื่องดื่มอื่นๆ และอาหารทุกประเภท ขนาดพื้นที่ 100 -150 ตารางเมตร มีค่าธรรมเนียมชื่อแบรนด์ 1,000,000 บาท
  • ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน 300,000 บาท
  1. รูปแบบร้านกาแฟ Coffee Corner / KIOSK จะมีบริการขายเฉพาะเครื่องดื่ม กาแฟ เบเกอรี่ ขนาดพื้นที่ไม่เกิน 50 ตารางเมตร
  • ค่าธรรมเนียมชื่อแบรนด์ 600,000 บาท
  • ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน 200,000 บาท
  • ค่า Royalty 3% จากยอดขาย หักค่าวัตถุดิบจากบริษัทแล้ว และมีการกำหนดผลกำไรขั้นต่ำต่อปีอยู่ที่ 100,000 บาท
  • ค่าส่งเสริมการตลาด 2% จากยอดขายหักวัตถุดิบที่ซื้อจากบริษัท
  • ค่าออกแบบประมาณ 80,000 – 150,000 บาท หรือ 8 – 15 % ของงบประมาณค่าตกแต่งสถานที่

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.siamarcheep.com/รวมแฟรนไชส์ร้านกาแฟ.html

คุณเองคงเป็นลูกค้าประจำร้านร้านกาแฟเหล่านี้อยู่แล้วแน่ๆ

คุณเองคงเป็นลูกค้าประจำร้านร้านกาแฟเหล่านี้อยู่แล้วแน่ๆ

คุณเองคงเป็นลูกค้าของร้านกาแฟชื่อดังเหล่านี้อยู่แล้ว ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณอยากที่จะเปิดร้านกาแฟของตัวเองดูสักร้านบ้าง ดังนั้นทางเลือกที่บทความนี้นำมาฝากก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะถ้าเกิดคุณมีเงินทุนและความพร้อมตามที่บอกมาและสามารถเปิดร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งนี้ได้คงเกินความฝันของคุณแน่นอน ลองนึกดูว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านกาแฟ Black Canyon Coffee สักแห่งคุณคงภูมิใจไม่น้อย ดังนั้นตอนนี้คุณก็ทราบข้อมูลแล้วว่าการลงทุนนั้นต้องเตรียมตัวเตรียมเงินอย่างไรเท่าไหร่บ้าง ลองวางแผนการลงทุนตั้งแต่ตอนนี้ได้เลยเพื่อร้านกาแฟในฝันจะเป็นจริงได้ค่ะ ซึ่งเมื่อมองดูก็ใช้เงินไม่น้อยเลยคุณคงต้องใช้เวลาในการหาเงินทุนที่เพียงพออยู่บ้างแต่รับรองว่าชื่อเสียงของร้านกาแฟที่ติดตลาดแล้วเหล่านี้จะไม่ทำให้ธุรกิจของคุณล้มลงง่ายๆแน่ๆค่ะ