ลูกค้าหายไปไหนหมดนะ ?  เพื่อนๆคงจะได้ยินคำถามนี้บ่อยๆใช่มั้ยคะช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าใหญ่ ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง  ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม หรือแม้แต่แม่ค้าในตลาดต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจแย่มากจริงๆตกต่ำลงเรื่อยๆ เป็นที่เข้าใจได้ว่า พอเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยมากเกินไป และไม่กล้าลงทุนทำอะไรเพิ่ม เพราะยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป อะไรที่พอประหยัดได้ก็ประหยัดไปก่อน พอระบบเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้ธุรกิจเกือบทุกอย่างรายได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพื่อจะอยู่รอดได้ในสภาพเศรษฐกิจขาลงแบบนี้เราต้องมีวิธีกระตุ้นยอดขายเข้ามาช่วยกันหน่อยแล้วล่ะค่ะ.

ในบทความนี้ดิฉันได้นำวิธี และเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นยอดขายมาฝากเพื่อนๆให้ได้อ่านกันค่ะ  4 เทคนิคที่นำมาฝากกัน ก็มี การทำการตลาดเชิงรุกเพื่อเข้าถึงลูกค้า , พัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ , เน้นการสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย , จัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย เทคนิคเหล่านี้เป็นวิธีการที่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องนำมาใช้ เพื่อดึงดูดใจลูกค้า และกระตุ้นลูกค้าให้อยากเข้ามาจับจ่ายใช้สอยร้านของเรามากขึ้น และให้ลูกค้ารู้สึกถึงความพอใจ ไม่ลังเลที่จะควักเงินออกจากกระเป๋า ขอเพื่อนๆลองอ่านแต่ละเทคนิคดูนะคะ เผื่อเพื่อนๆจะได้นำเอาไปปรับปรุงและวางแผนรับมือเอาไว้ก่อนล่วงหน้ายังไงล่ะคะ .

ทำการตลาดเชิงรุกเพื่อเข้าถึงลูกค้า

การมีธุรกิจเป็นของตัวเองทำให้รู้สึกเป็นอิสระมากๆเลยใช่มั้ยคะ ? ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร  ไม่ต้องมานั่งรองรับอารมณ์ของเจ้านายมีอิสระทั้งด้านเวลาและความคิด สมัยนี้มีธุรกิจมากมายหลากหลายชนิดและไม่จำเป็นต้องใช้เงินในการลงทุนสูงมาก ทำให้ใครๆต่างก็ผันตัวเองจากลูกจ้างมาเป็นเจ้าของธุรกิจกันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจขายอาหารเสริม เครื่องสำอาง ขายของออนไลน์ ร้านกาแฟ ร้านชาไข่มุก ร้านเบเกอร์รี่ ร้านอาหาร แฟรนไซส์ต่าง ๆทั้งร้านขายบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นทอด ข้าวมันไก่ โอ้ย !  สารพัดอาชีพ การมีธุรกิจเป็นของตัวเองที่ประสบความสำเร็จและอยู่รอดได้ จำเป็นต้องทำการตลาดเชิงรุกด้วย หมายความว่าเราจะอยู่นิ่งๆเฉยๆ รอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วนะคะ เพราะสมัยนี้ธรุกิจมีการแข่งขันกันสูงขึ้น

การทำตลาดเชิงรุก เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ได้ผลสำหรับธุรกิจที่ไปถึงจุดอิ่มตัวและไม่สามารถเพิ่มปริมาณการซื้อของลูกค้าได้ หรือหาลูกค้ารายใหม่ๆได้ยากแผนการตลาดเชิงรุกจึงมีส่วนช่วยในการแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากธุรกิจในกลุ่มเดียวกันได้ วิธีนี้จะได้ผลหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของเจ้าของด้วยนะคะ

เราต้องมองให้ออกว่า จุดอ่อน จุดแข็ง ของคู่แข่งมีอะไรบ้าง ?เพื่อเราจะได้มีโอกาสใช้จุดอ่อนของเขามาพัฒนาธุรกิจของเราให้เข้าไปแทนที่ได้ แต่รู้ต้องรู้ด้วยว่าจุดแข็งของเขาคืออะไร ? เพื่อเราจะได้ประเมินดูศักยภาพของตัวเองด้วยว่าสู้ไหวหรือเปล่า ?

ถ้าไม่ก็ต้องรีบถอยก่อนที่จะเจ็บตัว การทำการตลาดเชิงรุกก็มีหลายวิธีด้วยกันค่ะ เช่น เพื่อดึงดูดใจของลูกค้าต้องเน้นคุณภาพของสินค้าและบริการ  เน้นบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม โดดเด่น ไม่เหมือนใคร การบริการสำคัญมากด้วยค่ะ เราต้องมีความเป็นกันเอง เป็นมิตร เอาใจใส่ลูกค้าอย่างดี จำชื่อ และรายละเอียดบางอย่างของลูกค้าเพื่อทำให้เขารู้สึกเป็นคนสำคัญ อยากกลับมาใช้บริการอีก การทำโปรโมชั่นก็เป็นกลยุทธ์อีกวิธีหนึ่งที่จำเป็นด้วยค่ะ

ส่วนธุรกิจด้านร้านอาหารการเพิ่มเดลิเวอรี่ ส่งถึงบ้านก็ช่วยเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี บางครั้งอยากจะกินแต่หาที่จอดรถยาก ทำให้หมดอารมณ์กิน มีบริการส่งถึงบ้านได้กินสมใจแน่  หรือถ้าเป็นร้านประเภทก๋วยเตี๋ยวการให้บริการน้ำดื่มฟรี เพิ่มผักฟรี ก็น่าสนใจนะคะ

พัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ

สินค้าที่มี คุณภาพ ต้อง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี ใช้งานได้ ทนทาน สวยงาม มีความปลอดภัยมีมาตรฐาน มีบริการหลังการขาย สินค้าและบริการที่ใช้แล้วคุ้มราคามีใครบ้างที่จะไม่ชอบใช่มั้ยคะ ? การเพิ่มยอดขายจะคิดถึงแต่ปริมาณอย่างเดียวไม่ได้แล้วนะคะ ของอะไรก็แล้วแต่ถ้าได้ปริมาณเยอะ คนอาจจะชอบครั้งแรก แต่พอรู้ว่าคุณภาพไม่ดี ไม่มีใครอยากกลับไปซื้ออีกแน่นอนโดยเฉพาะอาหาร ถึงจะได้เยอะแต่ถ้าไม่อร่อย ตัวผู้เขียนคนหนึ่งแหล่ะค่ะที่จะไม่กลับไปกินอีกแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าด้านอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ในบ้านหรืองานบริการ คุณภาพเป็นสิ่งสำคัญมาก

ถ้าเราคำนึงถึงจุดนี้เสมอรักษาคุณภาพเอาไว้ และพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้เราจะขึ้นราคาบ้าง ลูกค้าก็เข้าใจได้ค่ะว่าเสียเงินไปแล้วรู้สึกได้ว่าคุ้มค่าจริงๆ ตัวผู้เขียนเองเคยไปเดินตลาดนัด เห็นร้านขายขนมจำพวกเบเกอร์รี่ขายดีมากๆลูกค้าเต็มร้านเลย ขนมก็ชิ้นใหญ่มากๆ หน้าตาน่ากินราคาก็แตะต้องได้ ทุกชิ้น 29 บาท ดิฉันเห็นแล้วก็อดใจไม่ไหว รีบเข้าไปต่อคิวกับเค้าบ้าง ซื้อไปตั้ง 4 ชิ้นจ่ายไปแค่ 100 บาทเอง คิดในใจแล้วว่าจะต้องอร่อยแน่ๆเลย แต่พอกลับมาถึงบ้านแค่ชิมคำแรกก็ต้องหยุดเลยค่ะ เนื้อแป้งทั้งแข็งและหยาบผิดหวังมากๆ กินต่อไม่ได้เลย ในฐานะผู้บริโภคเข้าใจดีค่ะ ว่าสมัยนี้ข้าวของทุกอย่างมีราคาแพงขึ้นคนขายจะขึ้นราคาบ้างถ้าคุณภาพดีก็รับได้นะคะ.

นอกจากจะเป็นคุณภาพที่ได้มาตราฐาน สมน้ำสมเนื้อแล้ว การบริการก็สำคัญด้วยค่ะ การบริการที่เข้าถึงลูกค้า พูดจาไพเราะ สุภาพอ่อนโยน เป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส ใครๆก็ชอบ ถึงแม้ร้านอื่นจะมีสินค้าเหมือนกัน ราคาก็เท่ากัน หรืออาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำถ้า พนักงานหรือเจ้าของร้านบริการไม่ดีก็ไม่มีใครเข้าไปเป็นลูกค้าเช่นกันค่ะ

เน้นการสื่อสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

การสื่อสารเป็นทักษะหลักในการทำงานทุกอาชีพ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น ธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวก็ขึ้นอยู่กับการสื่อสารนี่แหล่ะ การสื่อสารถือได้ว่าเป็นหัวใจอย่างหนึ่งของการกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ ถ้าเราสื่อสารไม่ตรงกับเป้าหมายหรือกลุ่มลูกค้า การขายจะไม่เกิดขึ้น การสื่อสารที่ดีเป็นเหมือนสะพานที่จะเชื่อมสินค้าของเราไปยังผู้ซื้อ เราต้องรู้ว่า สินค้าของเราเน้นลูกค้ากลุ่มไหน ? จะทำการสื่อสารให้ออกมาตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร? จะใช้วิธีไหน ?  ถ้าสิ้นค้าของเราเน้นผู้บริโภคที่เป็นวัยรุ่น

การโฆษณาจะต้องออกมาผ่านทางโซเชียล และ สื่อออนไลน์ให้มากหน่อย เน้นความน่าสนใจ และน่าตื่นเต้น ใช้คำศัพท์ที่วัยรุ่นใช้กัน อย่าลืมว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่ชอบทำตามเพื่อน ถ้าใช้ช่องทางการโฆษณาที่ตรงกับเป้าหมายรับรองยอดขายเพิ่มขึ้นแน่ๆ อย่างธุรกิจที่ขายสินค้าสำหรับวัยรุ่นไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ถ้าได้วัยรุ่นเป็นพรีเซ็นเตอร์ ใช้แล้วดูดี รู้สึกเท่ห์ รับรองยอดขายพุ่งกระฉูด.

ส่วนสินค้าผลิตภัณฑ์ ที่เน้นกลุ่มผู้ใหญ่ หรือ วัยทำงาน การโฆษณา ต้องชัดเจน เข้าใจง่าย สินค้าต้องเป็นแบบที่ใช้แล้วทำให้รู้สึกว่า คุ้มค่า ดิฉันมั่นใจว่าเพื่อนๆหลายคนคงจะเคยได้ยิน คำว่า คุณค่าที่คุณคู่ควร มาบ้างแล้วจากการโฆษณาผลิตภัณฑ์ยี่ห้อหนึ่งที่มีสินค้าหลายอย่าง และจำหน่ายในหลายประเทศ การสื่อสารและการเลือกใช้คำพูดได้ตรงกับเป้าหมายได้ดีมาก สามารถทำให้คนฟังรู้สึกว่าอยากใชัขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นโฆษณาบ่อยเท่าไหร่ ก็ส่งผลต่อคนดูได้มากขึ้นเท่านั้น

จัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย

ซื้อ 1 แถม 1 !  ซื้อชิ้นแรกราคาปกติชิ้นต่อไปลด 50 % สินค้ามีจำนวนจำกัด ! หรือชิ้นแรกราคา 100 ชิ้นที่ 2 ราคา 1 บาท !  เพื่อนๆคิดว่าโปรโมชั่นเหล่านี้น่าสนใจหรือเปล่าคะ ? ถ้าเราบังเอิญไปเจอพอดี และเป็นสินค้าที่เราอยากได้อยู่พอดีคงจะต้องซื้อแน่นอนใช่มั้ยคะ ? เพราะนานๆถึงจะลดสักที โปรโมชั่นนี่แหล่ะค่ะ เทคนิคกระตุ้นยอดขายในช่วงเศรษฐกิจกำลังตกต่ำ ไม่ว่าใครต่างก็ไม่อยากซื้อของราคาแพง

ถ้าไม่ใช่สิ้นค้าที่จำเป็นจริงๆ บางร้านมีสินค้าสั่งสินค้ามามากแต่ขายไม่ค่อยดีก็เลยจัดโปรโมชั่น ซื้อ 2 แถม 1 โปรนี้ก็ถือว่าน่าสนใจค่ะ ส่วนมากที่ผู้เขียนมักจะเห็นโปรโมชั่นบ่อยที่สุดก็จะเป็นร้านเครื่องดื่ม ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ มีทั้งลดราคา และสะสมแต้มแลกสินค้าฟรี โดยเฉพาะเครื่องดื่มเป็นอะไรที่ต้องดื่มทุกวัน ราคาก็ไม่แพงมาก ดิฉันเห็นลูกค้าเยอะเกือบทุกร้านโดยเฉพาะช่วงพักกลางวัน

ในช่วงเศรษฐกิจกำลังแย่ ข้าวของขึ้นราคา ผู้บริโภคก็ฉลาดเลือก ฉลาดซื้อมากขึ้น อะไรที่ช่วยประหยัดได้ย่อมได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ในสถานการณ์ที่ต้องเอาตัวรอด ของดีที่ไหน ? ของถูกที่ไหน ? ของฟรีที่ไหน ? ใครๆก็ชอบ โดยเฉพาะช่วงนาทีทองไม่มีใครอยากพลาดต่อให้ต้องเข้าแถว รอคิวก็ยอม  เพราะฉะนั้นการจัดโปรโมชั่นนอกจากจะเป็นการกระตุ้นยอดขายแล้ว ยังเป็นการรักษาลูกค้าประจำเอาไว้ และเป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้าได้อีกด้วย การจัดโปรโมชั่นควรจะมีแบบใหม่เรื่อยๆเพราะถ้าจัดแบบเดิมก็จะน่าเบื่อ ไม่ดึงดูดใจลูกค้า และเราต้องเลือกช่วงในการจัดด้วยนะคะ เพราะถ้าจัดบ่อยเกินไปจะเป็นการทำให้สินค้าเราดูเป็นของไม่มีค่า ขายไม่ออก และที่สำคัญเราจะขาดทุนโดยไม้รู้ตัว

ถึงเศรษฐกิจแย่แค่ไหนแต่เราก็อยู่ได้

เรื่องของเศรษฐกิจ การค้า เป็นอะไรที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ เพราะทุกชีวิต ทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวย ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร หรือข้าราชการ เราจำเป็นต้องกินต้องใช้ ของแพงเราก็ต้องกิน พอระบบเศรษฐกิจตกต่ำ ไม่ว่าเจ้าของธุรกิจ และผู้บริโภคเองต่างก็ได้รับผลกระทบไปด้วยกันทั้งนั้น ในเมื่อเรารู้อยู่แล้วว่า สถานการณ์ในอนาคตไม่มีอะไรแน่นอน และดูๆแล้วมีแนวโน้มค่อนข้างจะแย่ลงเรื่อยๆ

หลายอาชีพกำลังจะหายไปจากระบบเศรษฐกิจ สิ้นค้าบางอย่างที่เคยได้รับความนิยมก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครใช้อีกแล้วธุรกิจหนึ่งกำลังหายไป แต่ก็มีธุรกิจที่เข้ามาตอบสนองความต้องการของคนสมัยนี้เพิ่มมากขึ้น ใครก็แล้วแต่ที่มีวิศัยทัศน์ที่กว้างไกล มีมุมมองที่ฉลาดทางด้านการค้าก็เริ่มมีไอเดีย คิดธุรกิจใหม่ๆออกมาเรื่อยๆ

ถ้าเราเป็นคนที่ไม่หยุดในการพัฒนาตัวเอง ไม่หยุดในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ รู้จักคิด ปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส รู้วิธีบริหาร จัดการ วางแผนเอาไว้อย่างรอบคอบ และใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง มีเงินออมเอาไว้ทุกเดือน ไม่ว่าเศรษฐกิจจะแย่แค่ไหนเราก็อยู่รอด ถามว่าได้รับผลกระทบมั้ย ? แน่นอนเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็ยังสามารถรับมือได้ไม่ลำบากมากจนเกินไปแน่นอนค่ะ.