การรักษาของส่วนตัวก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญใช่ไหมคะ การรักษาบัตรเครดิตของเราไม่ให้หายก็สำคัญเช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่เราต้องเสียเวลาไปทำบัตรใหม่ แต่เราอาจจะถูกโจรกรรมได้ง่ายๆเลยก็ว่าได้ เพราะในปัจจุบันของเราต่างก็ล้ำหน้าขึ้นไปมากขึ้นทุกวันๆมีเทคโนโลยีที่สามารถทำการโจรกรรมได้เลยก็ว่าได้ เพราะเพียงแค่บัตรหายอาจส่งผลกระทบเกี่ยวกับตัวเรามากมาย อย่างเช่นเราทำบัตรหายไว้ที่ไหนสักที่ หรือทำกระเป๋าเงินหายแล้วบัตรอยู่ในนั้น มีคนมาเจอแต่ไม่นำมาคืน และคนๆนั้นก็รูดบัตรซื้อของต่างๆมากมาย และสุดท้ายคนที่ต้องมาเคลียร์ปัญหาทุกอย่างก็ต้องเป็นเรา ไปสถานีตำรวจ ขึ้นศาล และอีกหลายๆอย่างเลยค่ะที่ส่งผลเกี่ยวกับเรื่องของบัตรหาย เราคงไม่อยากเป็นผู้ร้ายทั้งๆที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดใช่ไหมคะ ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนคงไม่อยากให้เหตุการณ์วุ่นวาย และเหตุการณ์ที่เครียดแบบนี้ต้องเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้เราทาง moneyduck จะมาบอกถึงวิธีการใช้บัตรเครดิตอย่างไรไม่ให้ถูกโจรกรรมได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเก็บรักษา การตั้งรหัสบัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งตอนที่บัตรหายไปแล้ว เราจะมาบอกเพื่อนๆกันค่ะ เมื่อพร้อมแล้วไปอ่านกันเล๊ย!

เก็บบัตรไว้ที่ไหนต้องจำให้ได้!

เรื่องแรกของการดูแลบัตรไม่ให้ถูกโจรกรรมเลยก็คือการเก็บบัตรไว้เป็นที่ หรือเก็บไว้ที่ไหนต้องจำให้ได้ หรือแม้แต่เรื่องของการไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มแล้วรีบจนลืมหยิบบัตรเครดิตคืน พูดได้เลยว่าการลืมถือว่าเป็นปัจจัยหลักๆของการที่บัตรหายเลยก็ว่าได้ เพื่อนๆคงจะรู้กันใช่ไหมคะว่าเมื่อเราสมัครบัตรเครดิตทางธนาคารก็จะให้เราเขียนชื่อไว้หลังบัตร ซึ่งชื่อตรงหลังบัตรเครดิตของเราถือว่าสำคัญมาก เพราะมันจะเป็นสิ่งที่แสดงความเป็นเจ้าของของเราเอง เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งแรกที่สำคัญเอามากๆเลยคือ ห้ามลืมว่าเราเอาบัตรเครดิตไปเก็บไว้ที่ไหน เพราะถ้าหากเราจำผิดเราอาจจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์ที่เราไม่ได้เป็นคนทำเลยก็ว่าได้

ตั้งรหัสให้ยากเข้าไว้

เรื่องต่อมาคือเรื่องของรหัสค่ะแน่นอนว่าเราไว้ใจใครไม่ได้ บางทีการที่บัตรเครดิตหายอาจจะไม่ใช่เป็นเพราะคนอื่นคนไกลแต่เป็นคนที่ใกล้ตัวของเรานั่นเอง เพราะฉะนั้นแล้วการตั้งรหัสจึงสำคัญอย่างมาก สมมติเพื่อนมานอนบ้านเรา หรือเราไปนอนบ้านเพื่อน เพื่อนคนนั้นอาจจะขโมยบัตรของเราไป แล้วเราตั้งรหัสวันเดือนปีเกิดและเพื่อนคนนั้นดันรู้ เสร็จโจรที่แท้จริงเลยแหละค่ะ ที่เรากำลังจะบอกก็คืออย่าตั้งรหัสที่อะไรที่มันเป็นเบสิคจนเกินไป อย่างเช่น วันเดือนปีเกิด เลขเรียง(123456) เลขเดี่ยวๆ(111111, 222222) เลขพวกนี้ไม่ควรตั้งเลยที่เราควรจะตั้งเลยคือการนำเลขที่มีความหมายแต่ละอย่างมาผสมกันอย่างเช่น 2 ตัวแรกเป็นวันเกิดพ่อ 2 ตัวตรงกลางเป็นปีเกิดแม่ 2 ตัวหลังเป็นวันที่เราซื้อลูกหมามาเลี้ยง การตั้งรหัสยากๆจะทำให้เราสามารถป้องกันการถูกโจรกรรมได้อีกระดับหนึ่งเลยค่ะ เพราะฉะนั้นก่อนจะตั้งรหัสบัตรเครดิตคิดให้ดีๆก่อนที่จะกดยืนยันนะคะ

เมื่อบัตรหายให้รีบอายัดทันที!

หากเราทำบัตรหายและหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอจริงๆ เราต้องรีบไปอายัดบัตรโดยทันทีเลยค่ะ การอายัดบัตรนั้นก็คือเราไปบล็อกบัญชีนั้นไว้เพียงชั่วคราวและเมื่อเรายังไม่ปลดบล็อกบัญชีนั้นก็จะไม่สามารถใช้บัตรนั้นได้ โดยการอายัดสามารถโทรไปอายัดบัตรเครดิตได้เลยในทันที เราไม่จำเป็นต้องมารู้ตัวทีหลังว่าบัตรหายจึงจะไปอายัด หากมีข้อความจากทางธนาคารมาว่าคุณถอนเงินไปเท่านี้ คุณใช้จ่ายไปเท่านี้ ทั้งที่เราไม่ได้เป็นคนทำ จนถึงตอนนั้นเราก็สามารถอายัดบัตรได้เลยค่ะ อย่าลืมกันนะคะเพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากรู้ว่าบัตรเครดิตหายไปแล้วแต่ว่าเรายังอยู่นิ่งเฉยไม่ทำอะไร ผลที่ตามมาทีหลังอาจจะทำให้เรากลุ้มใจมากเลยก็ได้ค่ะ

ร้านค้าออนไลน์ก็สำคัญ

การชอปออนไลน์ถือว่าเป็นสิ่งที่อาจจะทำให้เราถูกโจรกรรมได้ง่ายๆเลยก็ว่าได้ เพราะร้านค้าออนไลน์นั้นก็มีทั้งที่ดีและไม่ดี หากเราไปสั่งซื้อของบนเว็บไซต์ที่หน้าเชื่อถือไม่ได้ หรือไม่ได้รับการรองรับจากทางรัฐบาลเราอาจจะถูกเอาข้อมูลของบัตรเครดิตไปได้ง่ายเลยค่ะ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าหากเป็นเว็บขายของออนไลน์ที่ไม่ดีก็คงจะให้กรอกข้อมูลต่างๆก่อนที่จะสั่งซื้อเพื่อเอาข้อมูลของเรามาทำเรื่องที่มันเสียหาย และตัวของเราเองก็อาจจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ดังนั้นแล้วเมื่อเราจะสั่งซื้อของออนไลน์ควรดูร้านค้าที่สามารถเชื่อถือได้ หรือได้รับการรองรับจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของข้อมูลของบัตรเครดิตอีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วศึกษาร้านค้าออนไลน์ให้ดีก่อนที่จะสั่งซื้อของกันนะคะ หากมีการให้กรอกข้อมูลที่ลึกจนเกินไป รีบเปลี่ยนร้านและไปหาร้านใหม่ดีกว่านะคะ

รักษาบัตรเครดิตให้ดี

อย่างที่เราได้พูดไปในแรกๆค่ะว่าอย่าลืมเมื่อเรากดเงินที่ตู้เอทีเอ็มเสร็จอย่าลืมที่จะนำบัตรคืน และที่สำคัญอีกเรื่องเลยคือเมื่อยืนกดที่ตู้เอทีเอ็มและมีคนต่อแถวรออยู่ด้านหลัง เมื่อพิมพ์รหัสผ่านควรที่จะเอามือป้องเอาไว้หรือเอาตัวบังให้มิดก็ได้ค่ะ เพื่อที่คนด้านหลังจะได้ไม่เห็นรหัสของเรา อย่าลืมนะคะว่าเราไม่สามารถวางใจได้ ว่าเหตุการณ์การถูกโจรกรรมบัตรจะไม่เกิดขึ้นกับเราหากเราประมาท เราอาจจะต้องมานั่งเสียใจทีหลังก็ได้นะคะ ดังนั้นแล้วเก็บรักษาบัตรให้ดี ทั้งเรื่องของการตั้งรหัสผ่าน การอายัดบัตรเมื่อหาย แต่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้น้อยลงหากเราเก็บรักษาดีๆ และไม่ลืมว่าครั้งสุดท้ายที่ใช้บัตรเราเอาวางไว้ตรงไหน

การดูแลบัตรเครดิตให้ดีนั้นเป็นเรื่องสำคัญ!

เป็นไงกันบ้างคะสำหรับวิธีการใช้บัตรอย่างไรไม่ให้ถูกโจรกรรมง่ายๆ หากเราปฏิบัติตามตั้งแต่เรื่องการรักษาบัตรจนถึงข้อสุดท้ายเลยล่ะก็ รับรองได้เลยค่ะว่าเปอร์เซ็นต์การถูกโจรกรรมบัตรเครดิตของเราต้องน้อยลงอย่างแน่นอน อย่าลืมนะคะสิ่งที่สำคัญสุดๆในการรักษาบัตรคือการห้ามลืมค่ะ ต้องจำให้ได้ทุกครั้งว่าเราใช้บัตรครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ที่ไหน และต้องเก็บไว้ให้เป็นที่เป็นทาง และอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือการตั้งรหัสค่ะ รหัสบัตรเครดิตเรารู้คนเดียวก็พอแล้ว และการตั้งรหัสนั้นตั้งให้ยากเข้าไว้ค่ะหรือเราจะตั้งรหัสแบบผสมก็ได้อย่างที่เราได้บอกไป และเมื่อเราลืมหรือทำบัตรหายไปแล้วจริงๆล่ะก็ ให้รีบอายัดบัตรทันที การอายัดบัตรนั้นไม่เพียงแต่บัตรหายเท่านั้น แต่หากมีข้อความเด้งขึ้นมาว่าคุณได้รูดบัตรไป 1,XXX  บาท และเราไม่ได้เป็นคนทำ เราสามารถแจ้งอายัดบัตรได้เลยค่ะ การอายัดบัตรนั้นไม่ได้เป็นการลบบัญชีไปอย่างถาวร แต่เป็นการระงับบัญชีนั้นเพื่อให้ใช้ไม่ได้ชั่วคราวค่ะ ซึ่งเราสามารถกลับมาใช้บัตรนี้ได้หากเราไปปลดบล็อกบัตรค่ะ เรื่องของการชอปออนไลน์ก็ถือว่าสำคัญอย่างมาก อย่างที่เราได้บอกไปว่าร้านค้าออนไลน์มีทั้งดีและไม่ดี หากเราจะซื้อของออนไลน์กับร้านใดร้านหนึ่งแล้ว ควรที่จะตรวจสอบให้ดีก่อนว่า มีให้กรอกข้อมูลที่ลึกเกินไปรึเปล่า ทางที่ดีหากเราพบเจอร้านค้าแบบนั้นให้เรารีบเปลี่ยนร้านค้าทันทีค่ะ เพราะเราจะถูกโจรกรรมได้ง่ายๆเลย

สุดท้ายนี้หากบทความที่เขียนไปมีวามผิดพลาดประการใด หรืออาจจะใช้คำที่ไม่เหมาะสมก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ หากใครมีเพื่อนๆหรือคนในครอบครัวที่ใช้บัตรเครดิตกันอยู่ ก็อย่าลืมแชร์สาระดีๆให้ได้รู้กันนะคะเพื่อป้องกันการถูกโจรกรรมของบัตรเครดิตค่ะ