เรื่องเงินนั้นเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเป็นเรื่องสำคัญ บางคนตัดสินใจผิดพลาดก็ก่อเกิดปัญหามากมาย บางคนตัดสินใจถูกต้องก็ได้รับผลที่ดีไป แล้วคุณหล่ะคะการตัดสินใจทางการเงินของคุณนั้นดีแล้วหรือยัง? ถ้าคำตอบของคุณคือการตัดสินใจทางการเงินนั้นยังไม่ค่อยดีพอก็พอจะเข้าใจได้ค่ะเพราะทุกวันนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างออกมากมายทำให้เราเลือกไม่ค่อยจะถูกว่าจะซื้ออะไรดี? จะเลือกบริการอะไรดี? มันเยอะไปหมดและดูเหมือนทุกอย่างก็มีข้อเสนอที่น่าสนใจทั้งนั้น เช่น โปรโมชั่นการขอสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจ การลงทุนที่น่าสนใจ สินค้าที่น่าสนใจ สิ่งแวดล้อมทางการเงินทุกวันนี้จึงทำให้หลายคนเกิดอาการป่วยทางการเงินอย่างหนึ่งคือ The Decoy Effect หรืออาการไข้วเขวทางการเงิน ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากอาจจะมีอาการแสดงออกมาสองสถานการณ์ด้วยกันคือ เมื่อเกิดความไม่แน่ใจว่าจะซื้ออะไรหรือเลือกบริการอะไร? / หรือเกิดความไม่แน่ใจในของที่ซื้อมาหรือบริการที่เลือกมาแล้ว นี่คือสองสถานการณ์ที่อาการไขว้เขวทางการเงินจะส่งผลให้การเงินของคุณเกิดความไม่มั่นคงขึ้นมาค่ะ

ดังนั้นผู้เขียนจึงเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณต้องรู้ทันอาการไขว้เขวทางการเงินนี้เพื่อจะป้องกันได้ทันก่อนจะเกิดปัญหาทางการเงินขึ้นได้ค่ะ เพราะสังคมทุกวันนี้ก็หล่อหลอมให้คุณเกิดอาการไขว้เขวทางการเงินได้ง่ายจริงๆง่ายเหลือเกิน โดยเฉพาะอาการนี้น่าจะเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงทั้งหลายมากกว่าคุณผู้ชายนะคะ คุณผู้หญิงที่เข้ามาอ่านบทความนี้เคยเป็นไหนซื้อของมาแล้วยังอยากซื้ออีกแม้ไม่จำเป็นแต่ต้องซื้ออีกเพราะมีราคาโปรโมชั่นหรือลดราคาต้องรีบคว้าเอาไว้ก่อน หรือจะซื้อของที่จำเป็นแต่มีทางเลือกให้เลือกมากเหลือเกินอันนั้นก็ดีอันนี้ก็ใช่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ซื้อสักที บทความนี้จะมาช่วยให้คุณรู้ตัวว่ามีอาการนี้หรือไม่ไม่ว่าคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชายก็ตามค่ะโดยพิจารณาเรื่องเหล่านี้คือ สาเหตุของอาการไข้เขวทางการเงินมาจากไหนบ้าง? / จะป้องกันตัวเองจากอาการไขว้เขวทางการเงินอย่างไร? เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องตรวจสอบตัวเองเพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ก่อผลเสียทางการเงินของคุณได้ค่ะ

สาเหตุของอาการไขว้เขวทางการเงินมาจากไหนบ้าง?

สาเหตุหลักๆก็มาจากผู้ให้บริการต่างๆทุกวันนี้ที่พยายามหากลยุทธ์ในการเรียกลูกค้านั่นเองซึ่งมักจะมีข้อเสนอที่น่าดึงดูดใจมากมายจนเลือกไม่ถูก สมมุติว่าร้านค้าร้านหนึ่งขายผลิภัณฑ์อาหารเสริมชนิดหนึ่งมาดูว่าส่วนมากเขาจะใช้กลยุทธ์ในการเรียกเงินจากลูกค้าที่มีอาการไข้วเขวทางการเงินมากกว่าเดิมอย่างไรบ้าง?

  • อาหารเสริม 1 กล่อง 890 บาท

  • อาหารเสริม 2 กล่อง 1,600 บาท (เมื่อซื้อสองกล่องราคาลดลงไป 180 บาท)

  • อาหารเสริม 3 กล่อง 2,500 บาท แถมฟรีอีกหนึ่งกล่อง ( ลดราคาให้ไป 170 บาท เท่านั้น)

นี่คือกลยุทธ์ในการขายของที่ทำให้อาการไขว้เขวของคุณกำเริบขึ้นมา ถ้ามองไม่ออกก็คงเลือกซื้อในข้อ 3. แน่นอนเพราะได้ของแถมด้วยและลดราคาด้วย แต่ถ้ามองให้ไกลออกไปอาหารเสริมนั้นมีความจำเป็นแค่ไหนแล้วการซื้อครั้งแรกคือการทดลองใช้มันจะดีจริงไหมการซื้อมาไว้ก่อนเยอะๆจำเป็นจริงไหม? แต่ส่วนมากคนเราก็ไม่ทันคิดเรื่องนี้เลยแค่เห็นว่าลดราได้ของแถมก็ซื้อแล้ว นี่คือตัวอย่างหนึ่งของสินค้าที่เป็นสาเหตุของอาการไข้วเขวทางการเงินค่ะ คนที่มีอาการแบบนี้จะสูญเสียเงินไปมากกว่าที่จำเป็นค่ะ

ส่วนอีกตัวอย่างหนึ่งที่ใกล้ตัวเข้ามาอีกและส่วนตัวผู้เขียนเองก็มีอาการไขว้เขวทางการเงินเกิดขึ้นด้วยคือกลยุทธ์ของร้านกาแฟนั่นเอง กลยุทธ์ของร้านกาแฟส่วนมาก็จะมาในรูปแบบนี้ค่ะ

  • กาแฟแก้วเล็กราคา 50 บาท

  • กาแฟแก้วใหญ่เพื่อเงินนิดหน่อย 65 บาท

  • ซื้อกาแฟสองแก้วลดราคา 10 บาท

นี่คือกลยุทธ์ที่ส่วนมากจะใช้เพื่อเรียกเงินจากลูกค้าให้ได้มากขึ้นของร้านกาแฟค่ะ ถ้าลูกค้าที่มีอาการไขว้เขวทางการเงินคงต้องเลือกข้อที่ 2. หรือ ข้อที่ 3. แน่นอน แต่เมื่อคิดจริงๆแล้วก็ไม่จำเป็นเลยแต่ด้วยความที่ไขว้เขวเห็นว่าได้ลดราคาได้ปริมาณเพิ่มขึ้นก็ยอมจ่ายมากขึ้นทั้งๆที่ตั้งใจไปซื้อด้วยเงินเพียง 50 บาทตั้งแต่แรกคุณคงเห็นด้วยนะคะ ดังนั้นพูดง่ายๆคือคนที่มีอาการไขว้เขวทางการเงินนี้จะถูกหลอกได้ง่ายให้ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยโดยที่ไม่จำเป็นดังนั้นถ้าคุณรู้ตัวก่อนคุณจะไม่สูญเสียเงินมากเกินไปอย่างแน่นอนค่ะ

จะป้องกันตัวเองจากอาการไขว้เขวทางการเงินอย่างไร?

คุณต้องเริ่มต้นด้วยความรู้สึกและความคิดที่แน่วแน่มั่นคง เมื่อตั้งใจจะซื้อของหรือรับบริการแค่ไหนก็ต้องแค่นั้นอย่างหลวมตัว ถ้าสองตัวอย่างที่ยกขึ้นมาทั้งอาหารเสริมและร้านกาแฟแล้วคุณเลือกที่จะปล่อยให้มีอาการไขว้เขวทางการเงินเกิดขึ้นคุณอาจจะเสียใจทีหลังถ้าอาการเสริมที่ซื้อมาเยอะรับประทานแล้วไม่ดีจริงหลายกล่องที่เหลือคงต้องทิ้งไปเปล่าๆ กาแฟที่ตั้งใจซื้อแก้วเดียวก็กลับซื้อมาเยอะเกินความจำเป็นกินไม่หมดเหลือก็ต้องทิ้ง แต่สิ่งที่คุณเสียตามไปด้วยคือเงินที่เสียไปแล้วแบบนั้นก็ไม่คุ้มเลยนะคะ แต่เพื่อจะเลิกอาการไขวเขวทางการเงินได้อาจจะต้องใช้เวลาจะมาหักดิบก็คงยาก อาจจะลองกวางแผนการใช้จ่ายให้มีเพียงแค่สองทางเลือกก็พออย่างน้อยก็ช่วยให้เสียเงินน้อยลงมาหน่อย การทำอย่างนี้ช่วยให้ความตั้งใจของคุณมั่นคงมากขึ้นว่าจะซื้ออะไร? จะใช้บริการอะไรค่ะ

อาการไขว้เขวทางการเงินเกิดขึ้นได้กับทุกคนในทุกๆวัน

เนื่องจากสภาพการณ์ทุกวันนี้ที่เศรษฐกิจย่ำแย่ทำให้กิจการร้านค้าต้องพยายามอย่างมากเพื่อเรียกเงินเข้าหกระเป๋าตัวเองให้มากที่สุด แต่ก็กลับทำให้เงินออกจากกระเป๋าของคุณได้ง่ายมากด้วยถ้าไม่ระวัง ดังนั้นการสนใจและเช็คตัวเองว่ามีอาการไขว้เขวทางการเงินอยู่มากน้อยแค่ไหนจะช่วยคุณให้เหลือเงินมากขึ้นได้ คุณลองนึกดูว่าในทุกๆวันคุณเสียเงินไปจากอาการไขว้เขวทางการเงินนั้นมากน้อยแค่ไหนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออะไรก็ตามที่ใกล้ตัวเราตอนนี้ ทั้งค่าใช้จ่ายเรื่องของอาหารการกิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่าปล่อยให้ตัวคุณแสดงอาการไข้เขวทางการเงินออกมามากนักแม้จะไม่สามารถกำจัดอาการนี้ได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม เพราะการใช้จ่ายอย่างมีสติอยู่เสมอจะช่วยได้มาก ทำให้คุณได้คิดล่วงหน้าว่าถ้าซื้อของมากแบบนี้จะเกิดผลอย่างไร? การคิดก่อนล่วงหน้าจะช่วยฉุดคุณเอาไว้ไม่ให้เสียเงินเยอะเกินว่าที่ตั้งใจไว้ ถ้าตั้งใจซื้อกาแฟหนึ่งแก้วก็ซื้อแค่หนึ่งแก้ว /ถ้าตั้งใจซื้ออาหารเสิรมมาทดลองรับแระทานก็ซื้อเพียงหนึ่งกล่องก็พอ ถ้ามันดีก็ซื้อเพิ่มได้ หรือถ้ากาแฟน้อยไปก็ค่อยซื้อใหม่ได้ การคิดแบบนี้จะดีกว่าค่ะ