ร้านกาแฟหลากสาขาจากอเมริกาที่คนไทยรู้จักดี สตาร์บัคก็มีกลยุทธ์ด้าน Customer Loyalty ที่น่าสนใจ ที่เรียกว่า My Starbucks Reward Program ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากเหล่าลูกค้าประจำของร้านสตาร์บัครายงานยอดรายได้สุทธิรายสามเดือนเพิ่มขึ้นถึง 18% อันเป็นผลมาจากการใช้ Digital tools ในโครงการ Reward Program นี้ โดยมีจำนวนลูกค้าผู้ใช้อย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 28% รวมจำนวนผู้ใช้มีมากถึง 10.4 ล้านคน แถมยังเป็นบัตรทองถึง 6.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 32% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ถือเป็นการทำ Customer Loyalty ที่มีฐานผู้ใช้หรือลูกค้าประจำจำนวนมาก และส่งผลลัพธ์ต่อยอดขายของธุรกิจได้จริงใน Starbucks Reward Program จะมีบัตรสมาชิกที่เรียกว่า Starbucks Card ซึ่งคือบัตรเงินสดที่เราสามารถเติมเงินเข้าไปด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต (ลักษณะคล้ายกับบัตร Smart Purse) และสามารถนำไปใช้จ่ายค่ากาแฟ ขนม แก้ว และสินค้าอื่นๆ ที่ขายในร้านสตาร์บัคส์ได้อย่างสะดวกกว่าวิธีอื่นๆ ไม่ต้องมารอเงินทอนหรือเซ็นบัตรกันทุกครั้ง

เมื่อลูกค้าซื้อครบทุกๆ 100 บาท จะได้รับ ดาว 1 ดวง สะสมเข้าไปในบัตร โดย ระดับของบัตร มี 3 ระดับ คือ “Welcome” “Green” และ “Gold” มีดังต่อไปนี้….

  • Welcome Level ใครๆก็สามารถเป็นได้ทันที เพียงแค่นำบัตรสตาร์บัคมาลงทะเบียนที่ http://www.starbucks.co.th/card มีสิทธิพิเศษคือนอกเหนือจากการสะสม “ดาว” ตามปกติแล้ว ภายใน 90 วันนับจากที่มีการใช้บัตรครั้งแรกหากซื้อเครื่องดื่มขนาด tall ครบ 12 แก้วจะได้รับเครื่องดื่มขนาด Tall ฟรีจำนวน 1 แก้วและหากสะสมดาวใน Level นี้ครบ 100 ดวงก็จะได้รับการเลื่อนขั้นให้เข้าสู่ Green Level
  • Green Level ต้องสะสมดาว 100 ดวง เมื่อเข้าสู่ Green Level สมาชิกของ Starbucks ในระดับนี้จะได้รับสิทธิพิเศษคือได้รับกาแฟฟรีพร้อมขนม 1 ชิ้นในเดือนเกิด, ได้รับสิทธิ์ให้ชิมกาแฟออกใหม่ฟรีก่อนใคร, รับส่วนลดพิเศษ 5% ในโอกาสหรือเทศกาลพิเศษตลอดทั้งปีรวมไปถึงยังได้รับปฏิทินสุดสวยเฉพาะสมาชิก Starbucks ในช่วงสิ้นปีของทุกๆ ปีอีกด้วย และเมื่อสะสมดาว (Star) ต่อไปจนครบ 250 ดวง ซึ่งก็คือใช้จ่ายประมาณ 25,000 บาท ภายในระยะเวลา 12 เดือนก็จะได้รับการปรับระดับให้เป็น Gold Level
  • Gold Level ต้องใช้ดาว 250 ดวง (และต้องการดาวเพิ่มอีก 250 ดาวทุกปีเพื่อคงสถานะ Gold ไว้ ลูกค้าน้อยคนที่เคยเป็น Gold และจะอยากถูกลดระดับมาเป็น Green) Gold Level นี่แหละค่ะที่ลูกค้าหลายคนใฝ่ฝันถึงเพราะเมื่อเราสะสมดาวได้มาจนถึงระดับนี้สิ่งที่เราจะได้รับก็คือบัตร Starbucks Gold ที่พิมพ์ชื่อของเราลงไปในบัตรถือเป็นบัตรเอกสิทธิ์เฉพาะตนจริงๆ นอกจากนี้ยังจะได้รับส่วนลดพิเศษ 10% ในเทศกาลสำคัญๆ ต่างๆ ตลอดทั้งปี, รับของขวัญพิเศษเฉพาะสมาชิกในวันเกิด, และรับสิทธิ์ในการเข้าร่วมงาน กิจกรรมหรือ Party ต่างๆ ที่ทาง Starbucks จัดขึ้น

วิธีการใช้บัตรเครดิตที่Starbucks

starbucks thailand

AlexandriaBryjak/shutterstock.com

เราควรรู้ระบบการจ่ายเงินเสียก่อน เวลาไปใช้จะได้ไม่งง และทุกวิธีสามารถเก็บสะสมดาวได้อีกด้วย ซึ่งประกอบไปด้วย 1.จ่ายเงินสด,บัตรเครดิต 2.จ่ายผ่านบัตรStarbucks 3.จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่น Starbucks 4.E-coupon รูปแบบการจ่ายตังค์ล่าสุด คือ การจ่ายด้วย QR code หรือ Barcode เพิ่งเป็นที่นิยม เพราะเวลาแลกแต้มออนไลน์, ซื้อของโปรโมชั่นออนไลน์ เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่จะแจกมาในรูปแบบ QRcode หรือ Barcode เสียหมด เข้าใจว่าระบบการจัดการง่ายดีไม่ต้องคอยเอาเลข16หลักหน้าบัตรมาขูดและลงทะเบียนอีก ซึ่งบางคนบอกว่าข้อเสียคือไม่ได้เก็บดวงดาว/แก้ว เข้า account แต่อันที่จริงงเรายังสามารถสะสมดวงดาวได้เช่นเดิม

วิธีพื้นฐานของการชำระสินค้า แม้ว่าการจ่ายด้วยเงินสดจะไม่มีโปรฯใดๆ แต่การจ่ายด้วยบัตรเครดิต มีข้อดีคือ

1.สามารถเลือกบัตรเครดิตที่มีเงินคืนในหมวดร้านอาหาร 2.บัตรเครดิตบางใบรูดที่สตาร์บัคแล้วได้เงินคืน 3.บัตรเครดิตร่วมโปรฯกับร้่านอาหารในห้าง เราก็สามารถใช้บัตรเครดิตชำระเงินที่สตาร์บัคได้เหมือนกัน

ทุกคนสามารถออกบัตรฟรีค่าธรรมเนียมโดยเติมเงินขั้นต่ำ100บาท หรือ 200บาท กรณีเป็นบัตรลายพิเศษ เช่นในรูปแถมปากกา ไว้เขียนอวยพรส่งต่อให้คนอื่นเป็นของขวัญได้

ก่อนที่สตาร์บัคจะเริ่มใช้ระบบดวงดาว เมื่อก่อนสามารถใช้บัตรได้ที่ต่างประเทศ หรือบัตรต่างประเทศก็มาใช้ที่ไทยได้ (เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนจำไม่ได้) แต่ที่จำได้คือใช้เพียงประมาณปีละ2,000บาท ก็ได้แก้วฟรี+ขนมในเดือนเกิดแล้ว หลังจากที่ระบบเปลี่ยนเป็นเก็บดวงดาว หรือ Starbucks Rewards บัตรสามารถใช้ได้แค่ในประเทศไทย และบัตรจากต่างประเทศไม่สามารถจ่ายที่ไทยได้แล้ว นั่นเองค่ะ1.แก้วฟรี1แก้ว เมื่อครบ12แก้วใน3เดือน จะกินแต่กาแฟดำหรือเอสเปสโซ่ช๊อตไม่ถึง100 บาท (ใช้แก้วตัวเองลดอีก10บาท) 12ถ้วย และแลกแก้วฟรี ปั่นแล้วแอดทุกอย่างในร้านจนเมนูยาวซักหน้า A4 ก็ไม่มีใครว่า (ว่าแต่จะกินได้ไหม..)

2.ดวงดาว

ใช้จ่ายทุก100บาทได้1ดวง

ใช้90บาทก็เก็บ0.9ดวง ดังนั้นถ้าจะเก็บดาวไม่ต้องพยายามทำบิลให้ลงหลักร้อย เช่น195บาท ไม่ต้องหาขนมเพิ่มให้เกิน200ถึงได้2ดวง

ซึ่งสถานะของบัญชีจะเป็น Welcome

เก็บดาวครบ100ดวง หรือ10,000บาท ใน1ปีนับจากวันเปิดแอคเคาท์วันแรก จะได้เป็นระดับGreen ซึ่งหากสะสมไม่ครบ100หรือได้ซัก99ดวง เมื่อถึงวันหมดอายุระบบจะปรับเป็นWelcomeเช่นเดิมและดาวจะกลายเป็น0 แต่ถ้าใน1ปี หรือ บางคน3เดือนก็เก็บครบ100ดวง สถานะจะกลายเป็นGreen จะมีเวลาสะสมอีก1ปี นับจากสถานะGreenวันแรก ช่วง1ปีนี้ ถ้าเก็บเพิ่มอีก 150ดวง จะเปลี่ยนสถานะเป็น Gold และเช่นกันถ้าสะสมได้เพียง149ดวง ระบบจะตัดกับไปWelcome และดาวจะกลายเป็น0ค่ะ แต่หากสะสมครบ150ดวงจะกลายเป็นGold และมีเวลาอีก1ปีในการคงสถานะ แต่รอบนี้จะต้องเก็บ250ดวง ถ้าเก็บได้249ดวง ระบบจะตัดเป็น Welcomeและดาวกลายเป็น0ใหม่ จะเห็นว่าถ้าหากเป็นGoldแล้ว จะต้องใช้เยอะกว่าเดิมกจาก100/150ดวงใน1ปี เป็น 250ดวงใน1ปี เพื่อรักษาสถานะ บางคนก็เลือกที่จะสมัครAccount ใหม่ และใช้ใบนั้นรูดแทน เพราะมีเวลา1ปีในการสะสม100ดวง และปีที่2ในการสะสมอีก150ดวง แต่ช้าแต่ บางคนอาจไม่เป็นเช่นนั้น สะสมครบอีก250ดวง ในไม่กี่เดือนหลังเป็นGold และสะสมต่อไปจนถึง500ดวง กะว่าถ้า5,000ดวงคงอยู่ไปอีก10ปี แต่มันไม่ใช่เลย หลังจากที่เป็นGold ในระยะ1ปีให้สะสม250ดวง และพอครบปี ระบบจะรีเซ็ทเป็น0อีกครั้ง ต่อให้มี50,000ดวง ก็จะกลายเป็น0 และเริ่มสะสมอีก250ดวงไปเรื่อยๆ

Starbucks Rewards คืออะไร

starbucks rewards

https://card.starbucks.ch/res/img/poster_en.png

โดยบัตรเครดิตนี้จะมีการสะสมแต้มเป็น Starbucks Rewards เพื่อแลกรับของรางวัลมากมาย การเปิดตัวบัตรเครดิตนี้ เนื่องมาจากผลประกอบการที่เติบโตลดลงของสตาร์บัคส์ ที่มีผู้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นเพียง 2% เมื่อประกาศประกอบการ ทำให้หุ้นของสตาร์บัคส์ปรับตัวลดลงไปถึง 4% เลยทีเดียว แต่การเปิดตัวบัตรเครดิตในครั้งนี้ นับเป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจการเงินของสตาร์บัคส์ เนื่องจากสตาร์บัคส์นั้นมีกระแสเงินสดที่เหลือเฟือจากบัตร สตาร์บัคส์การ์ด ที่ลูกค้าเติมเงินเข้าไปในบัตรเพื่อเอาไว้ซื้อกาแฟและได้รับส่วนลด จนมีคำกล่าวว่า เงินสดที่นอนอยู่ในสตาร์บัคส์การ์ดนั้น มีจำนวนมากกว่าธนาคารบางแห่งเสียอีก ด้วยเหตุนี้หากสตาร์บัคส์จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจการเงินก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก แต่ปัญหาของสตาร์บัคส์ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องของการลงทุนทำบัตรเครดิต แต่เป็นเรื่องของการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเดินเข้ามาใช้บริการให้มากขึ้น เพราะหากจำนวนลูกค้าหน้าร้านยังเพิ่มขึ้นน้อยมากเช่นนี้ เท่ากับว่าตลาดได้หดตัวลงแล้วเพียงแค่ ลงทะเบียน บัตรสตาร์บัคส์ การ์ด เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมายตลอดทั้งปี และคุณสามารถ เติมเงินเข้าบัตร สตาร์บัคส์ การ์ด ของคุณบนเว็บไซต์ได้แล้ว 1.ลงทะเบียนบัตรสตาร์บัคส์ของคุณ 2.เข้าสู่บัญชี บัญชีสตาร์บัคส์ของคุณจะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบสิทธิประโยชน์ที่ได้รับพร้อมกับตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ สะสมดาว 100 + 150 ดวง (รวมเป็น 250 ดวง) เพื่อก้าวสู่การเป็น Gold Level (ใน 12 เดือน) เพื่อรับส่วนลดพิเศษตลอดทั้งปีกับ Starbucks ส่วนลด 10% สำหรับซื้อสินค้าพิเศษในเดือนเกิด และวันพิเศษ (วันพ่อ วันแม่ ฯลฯ) ได้รับบัตรสมาชิก Starbucks Card ที่สลักชื่อของคุณเอง ได้รับของขวัญปีใหม่ ในทุก ๆ ปีใหม่ ได้ร่วม Meet & Greet กับโอกาสพิเศษของ Starbucks ปฏิทินปีใหม่ ทุกสิ้นปี รับสิทธิ์ซื้อเครื่องดื่มใหม่ 12 ออนซ์ รับสิทธิ์ส่วนลด 5% ในวันพิเศษ (วันพ่อ วันแม่ และอื่นๆ ) รับเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว พร้อมกับขนม 1 ชิ้น ในเดือนเกิดของคุณ สำหรับท่านที่ไม่เคยเป็นสมาชิกกับ Starbucks มาก่อน ให้รีบไปสมัครลงทะเบียน เนื่องจากว่าจะได้รับเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว (ขนาด 12 ออนซ์ หรือที่เรียกว่า Tall) เมื่อซื้อครบ 12 แก้ว ภายใน 90 วัน หลังจากลงทะเบียนเป็นสมาชิก สะสมดาวให้ครบ 100 ดวง เพื่อก้าวสู่ระดับ Green Level

ใช้แอพstarbucks Thailand แล้วดียังไง

สำหรับ app Starbucks Thailand นั้นเป็น mobile application ที่ทางสตาร์บัคส์ (ประเทศไทย) จัดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคอกาแฟทุกคนโดยในตัว app นั้นจะมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับบัตร Starbucks Card ของเราที่ลงทะเบียนเอาไว้ทุกใบว่าใบไหนเหลือเงินเท่าไหร่ พร้อมทั้งบอกสถานะโปรแกรมสะสมดาวของเราว่าสะสมไปกี่ดวง เหลืออีกกี่ดวงจึงจะเลื่อนระดับและที่สำคัญที่สุดคือ “มันสามารถใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าในร้านสตาร์บัคส์แทนบัตร Starbucks Card” ได้ด้วยครับ โดยทางร้านจะสแกน barcode ในโปรแกรมเพื่อทำการตัดเงินออกจากบัตร Starbucks Card ของเราซึ่งนับว่าสะดวกสบายมากเลยค่ะ สำหรับคนที่ไม่อยากพกบัตร ก็จะมี Starbucks Mobile Application เป็นการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าขึ้นไปอีก ด้วยการใช้จ่ายที่สะดวกผ่านมือถือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมที่เป็นส่วนที่เพิ่มเข้ามาและทำให้การรับรางวัลนั้นง่ายขึ้นมาก ตัวแอปนั้นมีฟังก์ชั่นต่างๆ มากมาย อาทิ 1.จ่ายเงินทางโทรศัพท์ได้และแสดงยอดคงเหลือแบบ real time 2.แสดงจำนวนดาวและสถานะของลูกค้า 3.หาตำแหน่งร้านที่ใกล้ที่สุด 4.แสดงบันทึกรายการซื้อขาย ดูของรางวัล 5.ลูกค้าสามารถรับข่าวสารสินค้าเมนูใหม่จากสตาร์บัค 6.ดาวน์โหลดแอ หนังสือ และเพลงฟรี ทุกอาทิตย์ใน “Pick of the Week” มาซักพักก็มีแอปพลิเคชั่น สามารถใช้จ่ายผ่านการยิงโค้ด ไม่ต้องพกบัตรอีกต่อไป โดยสามารถล๊อคอินด้วยอีเมล์เหมือนที่ลงทะเบียนและใช้ชำระเงินได้เลย ดังนั้น การใช้แอป ทำให้เกิดความสะดวก ลูกค้าไม่ต้องพกบัตรอีกต่อไป บัตรสูญหายก็ไม่เป็นไร เพราะถูกเชื่อมโยงเก็บไว้ในแอปแล้ว จากในแอปยังเห็นภาพหน้าบัตรซึ่งตรงกับภาพบนบัตรจริงๆ และผู้ใช้ก็สามารถเชื่อมโยงผูกบัตรได้หลายใบ ในกรณีที่อยากจะสะสมภาพสวยๆ บนหน้าบัตรนั่นเองค่ะ

สรุป

ดังนั้น โดยสรุปแล้ว My Starbucks Reward Program ก็เรียกว่าทำได้ครบวงจร ตั้งแต่บัตรพลาสติค เพื่อความสะดวกสบายในการชำระเงิน ต่อยอดมาเป็นแอปบนมือถือ ซึ่งนอกเหนือจากจะใช้ชำระเงินได้เหมือนบัตรพลาสติคแล้ว ก็ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ไปสู่มิติใหม่ ที่ผู้ใช้งานสามารถรับและใช้สิทธิ์พิเศษต่างๆ ของสมาชิกซึ่งมีการส่งมาอยู่ตลอดเวลาในวาระต่างๆ รวมถึงดูยอดดาวสะสม และอัพเดทข้อมูลข่าวสารพิเศษจากสตาร์บัคส์ รวมถึงติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และ ค้นหาสาขาได้สะดวกยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ