แผนธุรกิจสร้างแฟรนไชส์ให้ออกมาปัง สิ่งที่เราต้องมีนอกเหนือจากเงินทุน ก็คือความรู้และความเข้าใจในการจัดการ เพราะธุรกิจแฟรนไชส์แต่ละแบบนั้น ก็ต้องมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปตามแต่ละฐานธุรกิจ แต่สำหรับภาพรวมแล้ว สิ่งที่ช่วยให้เราปั้นธุรกิจแฟรนไชส์ออกมาให้ประสบผลสำเร็จ หรือ มือใหม่ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจด้วยแฟรนไชส์ดีๆ สักตัว ควรจะเริ่มตรงไหนกันก่อนดี บทความนี้ จะเป็นประโยชน์ทั้งเจ้าของธุรกิจที่อยากต่อยอดเป็นแฟรนไชส์ ได้ทราบทริคดีๆ เพื่อพัฒนาแบรนด์ของตน ไปจนถึง ผู้ที่อยากเลือกลงทุนในแฟรนไชส์แบบที่เหมาะกับเรา จะต้องเริ่มจากอะไรก่อนดี มาลองดูแผนพิชิตธุรกิจ ‘Franchise’ เพื่อพิชิตฝันของเราให้สำเร็จกันได้เลย

สร้างร้านต้นแบบและสร้างความมั่นใจเพื่อการลงทุน

การได้ใจลูกค้ามาครองเป็นเรื่องสำคัญของธุรกิจ เราจึงต้องมีร้านต้นแบบที่มีภาพชัดเจน เพื่อแผนการทำงานทั้งเรื่องรายรับ - รายจ่าย ระบบของงาน รวมไปจนการเข้าถึงความต้องการของลูกค้า เพราะการเข้าใจในภาพรวมก่อน ก็จะช่วยเราขยายรูปแบบที่วางไว้ตามสภาพการณ์ตามแต่ละสาขาได้. ส่วนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ที่จัดว่าเป็นเอกลักษณ์ของธุรกิจแฟรนไชส์นั้น เพื่อการสร้างความมั่นใจและการยอมรับ ก็จะต้องมีช่องทางการตลาดที่มีความแข็งแรงพอ ดึงดูดนักลงทุนธุรกิจในอนาคตได้ดี มีการชี้แจงเรื่องระยะเวลาคืนทุน จุดความคุ้มค้าทางผลกำไร หรือจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อการทราบขนาดธุรกิจที่เหมาะสม และสร้างผลกำไรกันได้อย่างยั่งยืนด้วย

การเปลี่ยนลูกค้าประจำให้กลายมาเป็นแฟรนไชส์ซี เราก็ต้องเลือกจากคู่ค้าที่เหมาะสม สามารถขยายงานได้ดี มีแผนการอบรมเพื่อพัฒนาระบบแก่พวกเขา เพื่อทำให้ทุกฝ่ายถือเป็นนักธุรกิจแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จได้ สามารถพัฒนาองค์กรต่อไปด้วยกัน เป็นเพื่อนช่วยเหลือกันในยามยาก เพื่อขยายสาขาให้เติบโตได้ต่อๆไปด้วย

เลือก ลอง เล็งทำเล

ธุรกิจคือสิ่งที่จะอยู่ในมือเราไปอีกนาน ทั้งผู้ปั้นแบรนด์ และผู้เลือกค้นหาแบรนด์เพื่อการลงทุน ก็ควรจะเริ่มจากการเลือกสิ่งที่เราชอบ และรักอยู่แล้ว เพื่อการต่อยอดจากความชอบเป็นส่วนตัว เราก็จะทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และอินกับสินค้าหรือบริการที่เราทำอยู่. ส่วนความสมเหตุสมผล จากแผนธุรกิจแฟรนไชส์ที่ดีนั้น เราก็ต้องมีการจำลองก่อนการลงทุนจริง เช่น ผลกำไรที่จะเข้ามา ยอดขายที่หักต้นทุนแล้วเหลือเท่าไหร่ เพื่อจะได้ทราบยอดขายที่สมเหตุสมผลที่สุด

เรื่องทำเลที่ตั้งของสาขาแฟรนไชส์ที่เราคิดและจะเลือกลงทุนก็สำคัญ  เพราะนั่นคือแหล่งในการผลิตเม็ดเงินเข้ามา เราจึงควรสำรวจตลาดในพื้นที่บริเวณนั้นให้ดี เพราะการเปิดแฟรนไชส์ก็ไม่ใช่การลงทุนที่น้อยๆ เช่น ร้านชานมไข่มุก มีการเริ่มแฟรนไชส์กันที่ 500,000 บาท เราก็อยากขายในจุดที่คืนทุนเร็วที่สุด ไหนจะค่าจองพื้นที่ล่วงหน้าอีก จึงจำเป็นมากเรื่องแนวทางการตัดสินใจในเรื่องทำเลที่เป็นเงินเป็นทอง

เรียนรู้และเข้าใจอย่างมีกลยุทธ์

ธุรกิจแฟรนไชส์ ถือเป็นช่องทางในการซื้อขายสิทธิ์ในการบริหารต่อ ฝากฝั่งเจ้าของแฟรนไชส์จึงจะต้องมีพื้นฐานลูกค้าในแบรนด์ของตน มีเครื่องหมายการค้าที่ดึงดูดผู้ต้องการเปิดธุรกิจร่วม มีสูตรข้อมูลลับที่จัดเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ที่ทำให้ธุรกิจของเราแตกต่างจากที่อื่นและสามารถหยัดยืนต่อไปได้ ควบคู่ไปกับการสร้างระบบในการบริหารจัดการ เพื่อดูแลคุณภาพของสินค้าและการบริการให้มีมาตรฐานต่อไป

รวมถึงขั้นตอนเอกสารและส่งต่อแบบมีกลยุทธ์ เพื่อทำให้คอนเซ็ปของธุรกิจเป็นไปในทางเดียวกันเสมอ

สำหรับผู้เลือกหาแฟรนไชส์ทางธุรกิจ ก็จะได้รับคู่มือ และการช่วยเหลือด้านประโยชน์จากเครื่องหมายการค้า มีคำปรึกษาในกรณีต้องการแก้ปัญหา จึงจัดเป็นการลงทุนที่มีสูตรสำเร็จ ง่ายและสะดวกกว่าการสร้างธุรกิจเองแน่ๆ ยิ่งหากแฟรนไชส์ซอร์ หรือผู้ปั้นแบรนด์นั้นสร้างระบบที่มีกลยุทธ์ซึ่งตรงตามรสนิยมของกลุ่มลูกค้า มีภาวะผู้นำสูง ที่มาพร้อมระบบงานที่เชื่อมโยง แฟรนไชส์ซีก็สามารถเชื่อมั่น และทำให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไปได้ ถือเป็นความสำเร็จแบบแพ็คคู่ ไม่ขาดทุน แถมคืนทุนได้อย่างตั้งใจด้วย

ประเมิน ประมาณการ เพื่อสร้างมาตรฐาน

ไม่ใช่ว่าทุกกิจการอย่างจะผุดขายแฟรนไชส์เลยก็ทำได้ง่ายๆ ในทันที ถึงความพร้อมในเรื่องนี้อาจจะเริ่มวัดกันที่ ผลกำไรที่เข้ามาเป็นประจำ จำนวนสาขาที่มีอยู่ หรืออายุและประสบการณ์ของร้าน แต่สิ่งที่ไม่ควรข้ามไปก็คือ การประเมินความพร้อมที่เรารับได้ ว่าจะอยู่ในระดับใดของความสำเร็จ หากเกิดปัญหาเข้ามาเราจะเลิกไปเลย หรือจะกลับไปสู่จุดเริ่มต้นจึงจะต้องศึกษาเรื่องรายละเอียดและผลตอบรับในส่วนนี้ให้ดีด้วย หรือฝั่งผู้ซื้อธุรกิจไป ก็จะต้องประเมินโอกาสในการสร้างกำไรอย่างต่อเนื่องของกิจการด้วย

โครงสร้างการเงินก็ต้องมีการประมาณการ ทั้งรายละเอียดในการลงทุน ค่าใช้จ่ายต่อเดือน จุดคุ้มทุน จำนวนลูกค้าขั้นต่ำ ซึ่งสิ่งนี้จะมีผลต่อ การเก็บค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ และค่าธรรมเนียมรายเดือนในมีมาตรฐานด้วย รวมถึงโรดแมพทิศทางของกิจการ เพื่อการขยับชื่อเสียงธุรกิจไปสู่วงกว้างและนำมาซึ่งมาตรฐานยอดขายที่สม่ำเสมอด้วย เพราะเมื่อบริษัทแม่มั่นคง รายได้ที่แท้จริงจากระบบแฟรนไชส์ ก็จะถึงฝั่งฝันทั้งแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซีนั่นเอง

มีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์

เมื่อธุรกิจแฟรนไชส์กำลังได้รับความนิยม เพราะผู้ซื้อไม่ต้องเสียเวลาเพื่อเริ่มต้นเองใหม่ทั้งหมด แต่สำหรับฝั่งเจ้าของกิจการ กลับมีเรื่องกังวลว่า ทำอย่างไรธุรกิจที่เราปั้นมาจะเป็นที่นิยมมากขึ้นและมีคนตัดสินใจซื้อง่ายกว่านี้ จึงจะต้องมีการโฆษณาที่สอดคล้องกับธุรกิจของเรา เช่น สื่อวิทยุ โทรทัศน์ การลงนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ รวมไปถึงสื่อทางอินเทอร์เน็ต ที่ง่ายสะดวก ผู้พบเห็นหลากหลายช่วงวัย และเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาก็น้อยลงด้วย

การประชาสัมพันธ์ที่ดี จะทำให้ผู้ต้องการเลือกหาธุรกิจแฟรนไชส์ก็สามารถตัดสินลงทุนได้ง่ายขึ้นด้วย เช่น บทความ การเปิดตัวสินค้าใหม่ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การออกบูธ การจัดโรดโชว์ การออกรายการสื่อทางโทรทัศน์ งาน  Open House เพื่อเปิดบริษัทและโรงงาน ให้ผู้สนใจลงทุนทางธุรกิจก็ได้ทราบข้อมูลตรง เรื่องกระบวนการทำงาน และการสาธิตจริง สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้ผู้ประกอบการได้พบนักลงทุนตัวจริง ประหยัดเวลาในการขายและเลือกหาแฟรนไชส์ไปด้วย

ความพร้อมเพื่อธุรกิจ Franchise เริ่มได้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!

เราจะเห็นว่า การพิชิตเรื่องธุรกิจแฟรนไชส์ ก็อาจไม่ยากอย่างที่คิด เมื่อเราได้เห็นภาพรวมและระบบงาน ซึ่งแฟรนไชส์ที่จะประสบผลสำเร็จ ก็จะมาจากทั้งสองกลุ่ม อย่าง แฟรนไชส์ซอร์ หรือผู้ปั้นแบรนด์ที่ขายสิทธิการทำแบรนด์ และ แฟรนไซส์ซี หรือผู้ซื้อสิทธิ์เพื่อลงทุนร่วม. โดยการทำให้แผนธุรกิจแฟรนไชส์ของเราออกมาปัง และเพิ่มรายได้แบบมากที่สุด เราก็ต้องเรียนรู้ไปกับมัน สร้างความพร้อม ตลอดจนการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง ทั้งผู้ต้องการขยายโอกาสทางธุรกิจจากแบรนด์ตน และผู้ต้องการหาธุรกิจดีๆเพื่อสร้างการลงทุนเป็นของตัวเอง โดยเราสามารถทำตามแผนที่ต้องการได้จาก การมีร้านต้นแบบที่สร้างความมั่นใจในการลงทุน  การได้เริ่มโดยเลือกสิ่งที่ชอบ ได้ลองวางแผนธุรกิจและเลือกทำเลในการค้า มีทักษะในการเรียนเรียนและการลงทุนตามกลยุทธ์ มีการประเมินและประมาณการเพื่อสร้างระบบอย่างมีมาตรฐาน และอย่างสุดท้าย คือการสืบเสาะคู่ค้าทางธุรกิจจากการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ แล้วความสำเร็จที่เราวาดฝัน เกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ที่ปัง ก็จะไม่ยากเกินความพยายามของเราแล้วล่ะ