ในช่วงนี้ ที่เราทุกคนต่างหันมาห่วงใยเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัยกันมากกว่าแต่ก่อน ประกันภัยในช่วงนี้ เจ้าไหนที่คุ้มสุด และช่วยเรารับมือกับสถานการณ์ COVID-19 แบบที่ไม่ได้ปิดแผนหนี เพราะเมื่อมีคนเข้าคิวมาเลือกหากันอย่างล้นหลาม ในหลายบริษัทถึงกับต้องปิดปรับแผนกันยกใหญ่เนื่องจากจำนวนการสมัครที่เกินอัตรา แต่เจ้าไหนที่ยังอยู่ และรอคอยดูแลเราวัยทำงานให้เลือกเติมความอุ่นใจกันได้ในขณะนี้บ้าง มาดูกันเลย

ทิพยประกันภัย

ถ้าเราเคยผ่านตาโฆษณาประกันภัยของเครือทิพยประกันภัยแล้วล่ะก็ อาจจะคุ้นนหูกับสโลแกนที่ว่า “เจอ จ่าย แต่ไม่จบ คุ้มครองต่อจนถึงระยะสุดท้าย” และแน่นอน ฟากฝั่งทิพยะ ก็ไม่พลาดที่จะจัดประกันไวรัสโคโรน่าให้เรา ด้วยเบี้ยประกันให้เลือกกันแบบจัดเต็มถึง 4 แผน คือ แผนแรก จ่ายเบี้ยประกันเพียง 150 บาท/ปี ก็จะได้เงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและการเจ็บป่วยถึง 10,000-100,000 บาท/ปี ส่วนแผนต่อมา จ่ายเบี้ยประกันเพิ่มเป็น 250 บาท/ปี เงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและการเจ็บป่วยจะเพิ่มเป็น 50,000-100,000 บาท/ปี ตามด้วยเบี้ย 450 บาท/ปี เงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและการเจ็บป่วย ก็จะได้ 50,000-500,000 บาท/ปี และแผนสุดท้าย จ่ายเบี้ยประกัน 850 บาท/ปี จะเพิ่มเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและการเจ็บป่วยไปเลยถึง 100,000-1,000,000 บาท/ปี

ส่วนการพิจารณาจากบริษัทประกัน ผู้เอาประกันจะต้องมีอายุในเกณฑ์ระหว่าง 1-99 ปี โดยมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคเรื้อรังหรือพิการใดๆ และประกันภัยตัวนี้ จะคุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า  (Corona virus 2019-n CoV) ในกรณีต้องรักษาพยาบาล แต่ไม่รวมการคุ้มครองผู้ที่ติดเชื้อ หรือมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่เป็นอยู่ก่อนการเอาประกันภัย โดยจะจำกัดการซื้อที่ จำนวน 1 คนต่อ 1 กรมธรรม์โดยเราสามารถซื้อได้ที่เว็บไซต์หลักของบริษัท และธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา

วิริยะประกันภัย

ในฝั่งของประกันภัยเครือวิริยะ ก็ได้จัดแผนรองรับสถานการณ์ปัจจุปันอย่าง แผนโควิดชิลด์ โดยจะมีให้เราเลือกได้ใน 3 แผน คือ แผนแรก  จ่ายเบี้ยประกันเพียง 299 บาท/ปี เราจะได้รับเงินก้อนจำนวน 30,000 บาท ทันทีเมื่อตรวจพบเชื้อและต้องรักษาพยาบาล พร้อมเงินชดเชยกรณีนอนโรงพยาบาลอยู่ที่ 300 บาท/วัน สูงสุด 14 วัน และเงินคุ้มครองอีกในจำนวน 100,000 บาท แผนต่อมา จ่ายเบี้ยประกันเพิ่มเป็น 389 บาท/ปี เราก็จะได้รับเงินก้อนที่จำนวน 50,000 บาท ทันทีเมื่อตรวจพบเชื้อ พร้อมเงินชดเชยกรณีนอนโรงพยาบาล และเงินคุ้มครองเพิ่มเติมอีกจำนวน 100,000 บาท และแผนสุดท้าย ด้วยเบี้ยประกัน  599 บาท/ปี จะเพิ่มเงินก้อนเมื่อตรวจพบว่าติดเชื้อและต้องรักษาพยาบาลเป็น จำนวน 100,000 บาท พร้อมเงินชดเชยกรณีนอนโรงพยาบาลจำนวน 500 บาทสูงสุด 14 วัน และให้เงินคุ้มครองกรณีขั้นรายแรงอีก 100,000 บาทเช่นกัน

ส่วนการพิจารณาจากบริษัทประกัน ผู้สมัครจะต้องมีอายุ ต่ำสุดอยู่ที่ 15 วัน ไปจนถึง อายุ 99 ปี และสงวนสิทธิ์การเอาประกัน 1 กรมธรรม์/ 1 บุคคล และแผนประกันนี้ จะไม่รับประกันภัยกับบุคคลากรณ์ทางการแพทย์ พยาบาล หรือ พนักงานที่ท่าอากาศยาน สนามบิน และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยผู้เอาประกันจะต้องไม่มีประวัติออกนอกราชอาณาจักรไทยในจำนวน 30 วันก่อนการเริ่มต้นกรมธรรม์ หรือหากเป็นชาวต่างชาติก็จะต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน  โดยลูกค้าที่สนใจจะซื้อได้ผ่านทางเว็บไซต์หลักของบริษัทวิริยะได้โดยตรง

เอเชียประกันภัย

เอเชีประกันภัย ก็ได้จัดประกันภัยประเภทเบ็ดเตล็ดไว้ เพื่อความอุ่นใจให้เราในสถานการณ์นี้ ด้วยแผนความคุ้มครอง COVID500 ที่มีเบี้ยประกันภัยรายปี จำนวน 500 บาทราคาเดียว ที่เราจะสามารถได้รับเงินชดเชยรายได้อันเนื่องมาจากการรักษาตัวด้วยโรคติดเชื้อไวรัสนี้ วันละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 วัน ได้รับเงินชดเชยจำนวน 50,000 บาท กรณีติดเชื้อไวรัส และกรณีร้ายแรงขั้นโคม่า ก็มีความคุ้มครองให้อยู่ที่ 500,000 บาทด้วย

โดยกำหนดอายุผู้เอาประกันไว้ไม่เกิน 75 ปี มีร่างการสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ได้มีประวัติการเดินทางกลับมาจากประเทศสุ่มเสี่ยงอย่าง จีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน อิตาลี และอิหร่าน เป็นต้น

เมืองไทยประกันภัย

สำหรับลูกค้าเดิมที่มีกรมธรรม์ประกันภัยรายบุคคล หรือประกันภัยแบบกลุ่มอยู่กับ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตอยู่แล้ว ประกันภัยเครือนี้ ก็ออกประกันภัยไวรัสโคโรน่าให้อุ่นใจมากขึ้น โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์การคุ้มครองเพิ่มเติมได้ทันที จากสถานการณ์การแพร่ระบาทของเชื้อไวรัส Covid-19 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ในแอพพลิเคชั่น MTL Click เพื่อการสมัครไม่กี่ขั้นตอน สิ้นสุดตามการกำหนดของบริษัท โดยเราจะได้ค่าชดเชยรายวันกรณีต้องรักษาตัวในโรงพยาบาท 1,000 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 30 วัน และหากถึงขั้นร้ายแรงหรือเสียชีวิตจะมีเงินชดเชยจำนวน 100,000 บาท

และ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้จับมือกับ Grab (แกร็บประเทศไทย)  เพื่อให้พาร์ทเนอร์อย่างผู้ขับขี่แกร็บ ที่อยู่ในระดับซิลเวอร์ขึ้นไป ได้รับความคุ้มครองด้วยในทันที ด้วยเงินชดเชยรายวันจำนวน 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 15 วัน เมื่อต้องพักรักษาตัวกรณีมีสาเหตุจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยสามารถลงทะเบียนได้ผ่านแอพพลิเคชั่น และเริ่มคุ้มครองจนถึง 31 พ.ค. 2563 นี้

ส่วนลูกค้าใหม่ ก็มีแผนที่ครอบคลุมเพื่อความอุ่นใจการรักษาพยาบาล ด้วยค่าเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 900 บาท/ปี แต่มีวงเงินคุ้มครองสูงสุด 2 ล้านบาท พร้อมเงินชดเชยรายได้จำนวน 2,000 บาท/วัน สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท  โดยไม่มีการยกเว้นโรคประจำตัวใดๆ กรมธรรม์มีผลทันทีที่ชำระเงิน ทำให้เรายิ้มได้เมื่อภัยมาในแบบสุดๆ ด้วย โดยสามารถซื้อประกันภัยแบบออนไลน์ได้เลยที่เว็บไซต์ของธนาคาร

แผนประกันภัยที่ไว้ใจได้และอยู่กับเรา เมื่อต้องสู้กับโควิด!

เมื่อสถานการณ์ Covid-19 ยังไม่หมดไป ทั่วโลกยังพบจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตอยู่ ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย เราจึงต้องมีแผนประกันภัยที่ไว้ใจได้และอยู่กับเรา เมื่อต้องสู้กับโควิดครั้งนี้ ถึงแม้จะมีหลากหลายเครือที่มุ่งเน้นสร้างแผนประกันภัยที่น่าสนใจ แต่เมื่อเปิดขายในสถานการณ์โควิด ก็มีผู้คนสนใจแห่ซื้อกันอย่างเนืองแน่น จนเต็มแผนและต้องปิดระบบการขายเพื่อปรับปรุงเพิ่ม ในวันนี้ จึงมีแผนการรับประกันที่เหลืออยู่ และคุ้มค่าในเราเลือกกันใน 4 เครือข้างต้น อย่าง ‘เจอ จ่าย แต่ไม่จบ คุ้มครองต่อจนถึงระยะสุดท้าย’ ของทิพยประกันภัย , โควิดชิลด์ จากวิริยประกันภัย , COVID500 จากเอเชียประกันภัย และสิทธิ์การคุ้มครองเพิ่มเติมในเครือเมืองไทยประกันชีวิตทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ เพื่อความอุ่นใจของผู้เอาประกันภัยวัยทำงานอย่างเรา จนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะจบลง ดังนั้น แผนประกันเหล่านี้ ก็ยังจัดว่าจำเป็นและคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่เราจะได้และเงินชดเชยกรณีต้องรักษาพยาบาล เพราะโรคภัยมันไม่เข้าใครออกใคร แผนรับมือจึงจำเป็นกว่าเดิมในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงแบบช่วงเวลานี้!