ถ้าพูดถึงคำว่าหุ้น แน่นอนว่าคำที่ต้องตามมาคือคำว่า ความเสี่ยง ดังนั้นใครๆหลายๆคนที่ต้องการอยากจะลงทุนจึงอยากหลีกเลี่ยงการลงทุนโดยการเล่นหุ้น เพราะความเสี่ยงจากการเล่นหุ้นนั้นมีผลกระทบที่มากพอสมควรและความเสี่ยงก็เกิดมาจากหลายๆปัจจัย เช่น

  • ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย
  • ความเสี่ยงจากการเมือง
  • ความเสี่ยงจากภาวะตลาด
  • ความเสี่ยงจากสภาวะสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

จะเห็นได้ว่าการลงทุนในการเล่นหุ้นนั้นมีความเสี่ยงที่รุมเร้าเข้ามามากมาย ในทุกวันนี้นักเล่นหุ้นก็มีการถอนตัวเพิ่มมากขึ้น คุณคงสงสัยและมีคำถามต่อมาว่า ถ้าไม่เล่นหุ้นแล้วจะมีการลงทุนแบบไหนได้อีกที่เราจะได้กำไรและเป็นการลงทุนที่ง่ายคล้ายๆกับการลงทุนในหุ้น คำตอบคือ มีสิคะ นั่นก็คือ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ แต่ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์นี้เป็นอย่างไร เรามาดูข้อมูลด้วยกันดีกว่าค่ะ เพื่อจะเป็นทางเลือกอีกทางเลือกนึงให้กับนักลงทุนที่อยากจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการลงหุ้นกันค่ะ และสิ่งที่เราต้องดูและต้องรู้จากการทำประกันสะสมทรัพย์ คือ ต้องรู้ว่าถ้าเราอยากจะเลือกประกันที่ให้ผลตอบแทนสูง เราจำเป็นต้องดูจากอะไรบ้างในการเลือกทำประกันแบบนี้

saving insurance

ESB Professional/shutterstock.com

ประกันแบบสะสมทรัพย์คืออะไร?

what is saving insurance

Narith Thongphasuk/shutterstock.com

การทำประกันเป็นเรื่องปกติของทุกคนในสมัยนี้ไปแล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักการทำประกันแบบสะสมทรัพย์และทำประกันประเภทนี้กัน แต่ไม่ว่าจะเป็นการทำประกันประเภทไหนต่างก็ทำกันเพื่อเพิ่มความมั่นคง แล้วยังได้รับความคุ้มครองแถมมาด้วย แต่การทำประกันแบบอื่นๆแตกต่างจากประกันแบบสะสมทรัพย์ตรงที่ว่าเราไม่ได้จ่ายเบี้ยกินเปล่าทิ้งไปทุกๆปี การทำประกันแบบสะสมทรัพย์มีทั้งความคุ้มครองและเงินออมในกรมธรรม์ด้วย มาดูความหมายที่แท้จริงของประกันสะสมทรัพย์กันค่ะ ประกันสะสมทรัพย์ คือ แบบประกันที่ออกแบบมาให้ผู้ถือกรมธรรม์ออมเงินพร้อมกับมีความคุ้มครองแถมมาด้วย ซึ่งการออมเงินจะจ่ายเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ให้ในสัญญา โดยมีทั้งแบบเป็นรายงวด และแบบเป็นก้อนใหญ่ๆทีเดียวเมื่อครบสัญญา หรือถ้าในกรณีที่ผู้ถือกรมธรรม์เสียชีวิตระหว่างสัญญา (ระหว่างการส่งกรมธรรม์ชีวิต) ก็จะได้รับเงินที่เรียกว่าจำนวนเงินเอาประกัน (อันนี้ก็แล้วแต่ว่าประกัน บางแบบอาจบวกเพิ่มให้อีกเท่านึงของทุนประกัน เมื่อเจ้าของกรมธรรม์เสียชีวิต) อย่างไรก็ดีไม่ได้หมายความว่าแบบประกันสะสมทรัพย์จะต้องเป็นการออมเงินยาวนานจนเกือบทั้งชีวิต เพราะผู้ถือกรมธรรม์สามารถเลือกได้เองว่าจะออมกี่ปีดี อย่างเช่น ออมอย่างต่ำเป็นเวลา 5 ปี หรืออาจจะออมยาวนานจนกระทั่ง 20 ปีเลยก็ได้ เห็นได้ว่าการเอาเงินมาซื้อประกันสะสมทรัพย์ดีและไม่มีความเสี่ยงเหมือนการเอาเงินไปลงหุ้นอีกนะคะ และประกันสะสมทรัพย์ สามารถลดหย่อนภาษีได้ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ยังเป็นประกันตัวเดียวที่สามารถลดความเสี่ยงเพื่อคนข้างหลังได้ด้วย เหมาะอย่างมากสำหรับคนวัยทำงานอย่างเราๆนี่แหละ และเมื่อครบกำหนดก็ได้เงินคืนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ และการซื้อประกันไม่ว่าแบบไหน พูดง่ายเลยว่า เหมือนการซื้อความคุ้มครองพร้อมทั้งออมเงินไปด้วย ซึ่งเราสามารถซื้อสัญญาความคุ้มครองอื่นๆเพิ่มเติมไปด้วยได้นอกเหนือจากเรื่องของออมทรัพย์ที่เป็นสัญญาหลัก เช่น ความคุ้มครองโรคมะเร็ง โรคร้ายของผู้หญิง และอื่นตามแต่เงื่อนไขค่ะ

เลือกประกันอย่างไรให้ตรงตามเป้าหมายการลงทุน

how to choose insurance

ADragan/shutterstock.com

ดังนั้นเมื่อรู้ความหมายและรู้ว่าเจ้าประกันสะสมทรัพย์นี้ คืออะไรไปแล้ว ก็คงอยากจะซื้อประกันตัวนี้เพื่อเป็นการลงทุนแบบไม่มีความเสี่ยงกันดูแล้วใช่มั้ยคะ ถ้าใช่งั้นเรามาดูกันว่าเราต้องดูที่ตรงไหนเพื่อให้การลงทุนแบบนี้ได้รับผลที่ดี ถ้าเราอยากจะดูว่าประกันตัวไหนให้ผลตอบแทนที่ดีและผลตอบที่มากมากต้องดูจาก IRR เท่านั้น ห้ามดูจากเงินคืนในแต่ละปีนะคะ นั่นก็หมายความว่า IRR ยิ่งสูงเท่าไหร่ผลตอบแทนก็จะยิ่งสูงเท่านั้นนั่นเองค่ะ คุณลองเข้าไปศึกษาหาข้อมูลการคำนวน IRR กันดูนะคะเพื่อจะเลือกซื้อประกันสะสมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่สูง คุ้มแก่การลงทุนของคุณ วันนี้มีประกันแบบสะสมทรัพย์ตัวท้อปมาแนะนำกันค่ะ คือ ME By TMB ที่เป็นบัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีทั่วไปอย่างมาก ข้อดีที่ชัดเจนมากๆเลยคือ IRR เท่ากับ 2.04% เมื่อเทียบกับประกัน 10/5 ที่จ่ายเบี้ยประกัน 5 ปี รับความคุ้มครอง 10 ปี เหมือนกันกับคู่แข่งอื่นๆ ในตลาดประกันสะสมทรัพย์บัญชีตัวนี้ของ TMB ถือได้ว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว

ข้อดีของประกันสะสมทรัพย์

นอกจากจะเป็นอีกทางเลือกนึงที่ดีกว่าการเอาเงินไปลงในการเล่นหุ้นที่มีความเสี่ยงแล้ว ประสะสมทรัพย์ยังมีข้อดีอีกหลายข้อเลยนะคะ วันนี้จะเอา 5 ข้อดีของประกันสะสมทรัพย์มาให้อ่านกันค่ะ

เห็นผลตอบแทนที่ชัดเจน

การเอาเงินไปลงทุนในการซื้อประกันแบบสะสมทรัพย์ค่อนข้างปลอดภัย เพราะไม่ต้องไปกังวลกับความเสี่ยงในแบบต่างๆเหมือนกับการเล่นหุ้นไม่ว่าเสภาพการณ์ หรือสภาพเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงหรือแปรปรวนอย่างไรจะดีหรือจะร้าย ก็จะไม่มีผลต่อผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากการทำประกันสะสมทรัพย์แต่อย่างใด เนื่องจากประสะสมทรัพย์จะกำหนดทั้งเบี้ยที่ต้องชำระในแต่ละงวด ทุนประกันคุ้มครอง และผลประโยชน์ที่ผู้ถือกรมธรรม์จะต้องได้ในแต่ละปีไว้อยู่แล้ว มีการกำหนดอย่างชัดเจนไม่การเปลี่ยนแปลงใดๆ รวมไปถึงการบอกรายละเอียดอย่างครบถ้วนตั้งแต่แรกถึงการชำระในแต่ละงวดว่าคุณต้องชำระเท่าไหร่ และถ้าหากยกเลิกในการชำระงวดนี้จะได้รับเงินคืนเท่าไหร่ หรือถ้าถือกรมธรรม์?จนครบกำหนดสัญญาหรือชำระจนครบจะได้รับเงินในจำนวนเท่าไหร่ ความแน่นอนนี้ทำให้เราสามารถวางแผนและประเมินการต่อเงินที่เราลงทุนไปนั้นได้ เราสามารถประเมินการเงินก้อนโตที่เราจะได้รับในอนาคตได้ทันทีไม่ต้องอยู่กับความไม่แน่นอนเหมือนการเล่นหุ้น ซึ่งเราจะได้รับความแน่นอนและความมั่นใจนี้ตั้งแต่แรกที่เราถือกรมธรรม์สัญญาประกันสะสมทรัพย์เลยค่ะ

ได้ความคุ้มครองประกันชีวิต

ประกันชีวิตช่วยให้ครอบครัวของผู้ที่ถือกรมธรรม์ตั้งรับกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ดีมากกว่าการไม่มีอะไรเลย การทำประกันชีวิตจะทำให้ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเมื่อผู้ที่ทำประกันเสียชีวิตลง เงินนี้จะช่วยเยียวยา และช่วยค่าใช้จ่ายต่างๆที่จำเป็นต้องจ่ายเมื่อผู้ทำประกันเสียชีวิตลง ซึ่งพ่วงมากับการทำประสะสมทรัพย์ค่ะ

ช่วยดูแลคนในครอบครัว

คุ้มครองโดยเฉพาะลูกๆหลานๆ ในกรณีที่พ่อแม่ซื้อประกันสะสมทรัพย์ให้ลูกๆโดยที่พ่อแม่เป็นคนจ่ายเบี้ยประกันให้นั้น สัญญากรมธรรม์ประกันจะมีการเพิ่มเติมการคุ้มครองผู้ที่จ่ายเบี้ยประกันให้ด้วย โดยจะคำนวณอายุของผู้จ่ายเบี้ยประกัน คือ พ่อแม่ และลูกๆ และเมื่อผู้จ่ายเบี้ยประกันเสียชีวิตซึ่งหมายถึงพ่อแม่ ทางบริษัทจะเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันต่อให้แทนพ่อแม่ที่เสียชีวิตไป และตัวลูกนั้นจะได้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์นี้ต่อไป อันนี้ถือเป็นข้อดีอย่างมากแตกต่างจากการออมเงินแบบปกติอย่างสิ้นเชิง ที่เราจะได้เพียงแค่ตัวเงินและดอกเบี้ยปันผลเท่านั้น ถือได้ว่าถ้าเราเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ ลูกก็ยังมีเงินก้อนช่วยพวกเขาให้ยังใช้ชีวิตต่อไปได้ เป็นเหมือนตัวแทนในการดูแลลูกๆหลานๆจริงๆ

ผลตอบแทนที่ไม่ต้องเสียภาษี

การได้ผลตอบแทนอื่นๆมักจะทำให้เราต้องเสียภาษีอยู่ที่ประมาณ 15% ของเงินที่เราได้ แต่การออมเงินในประกันชีวิตสะสมทรัพย์นั้นไม่ต้องเสียภาษี เราจะได้ผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินแบบเต็มๆไม่ถูกหักใดๆทั้งสิ้น จึงเป็นข้อดีที่ดีกว่าการฝากเงินในธนาคารปกติ การซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือการลงทุนในการเล่นหุ้น

ช่วยลดหย่อนภาษีได้

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ด้วยความที่มีอายุกรมธรรม์ในระยะเวลาที่ยาวนานมากกว่า 10 ปี ขึ้นไปจึงสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดจำนวนเงินไม่เกิน 100,000 บาท (ลดหย่อนได้ตามจำนวนปีที่คุณชำระเบี้ยประกันชีวิต) นั่นก็คือข้อดีที่นำมาฝากกันค่ะ แต่ข้อเสียหล่ะมีบ้างหรือป่าว แน่นอนว่าต้องมีบ้างนะมาดูกันค่ะ

ข้อเสียของประกันสะสมทรัพย์

ข้อเสียของประกันสะสมทรัพย์มี 2 ข้อด้วยกัน

สภาพคล่องที่ไม่เท่าเงินฝากธนาคาร

มันไม่คล่องอย่างไร ก็คือเมื่อเราฝากเงินธนาคารแบบปกติ เราจะถอนออกมาใช้เมื่อไหร่ก็ย่อมได้ แต่การฝากเงินออมแบบประกันสะสมทรัพย์นั้น ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ง่าย รวดเร็ว แบบถอนปุ้ปได้เงินปั้ปแบบนั้น เพราะถ้าเราอยากเอาเงินออกมาใช้ก่อนที่จะครบตามสัญญาในกรมธรรม์แล้วละก็ ผู้ถือกรมธรรม์จะต้องทำเรื่อง เวนคืนกรมธรรม์ ก่อนและจำนวนเงินที่เวนคืนก็อาจจะถูกหักไปในส่วนหนึ่ง เนื่องจากการทำประกันแบบะสมทรัพย์เป็นการลงทุนในระยะยาว นี่แหละความไม่คล่องในการใช้เงินค่ะ

ผลตอบแทนที่ไม่สูงมากนัก

ถ้าเปรียบเทียบกับการออมเงินในประกันประเภทอื่นๆ แตกต่างตรงที่ว่าการออมเงินประกับแบบสะสมทรัพย์นั้นมีเงินทุนที่ไม่ค่อยสูงเหมือนประกันประเภทอื่นๆ และผลตอบแทนจากการออมที่ไม่สูงนี้เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น เหมาะจะมีไว้ออมเรื่อยๆ ให้อุ่นใจ พร้อมความคุ้มครองที่ทำให้รู้สึกมั่นคง แต่ถ้าอยากได้ผลตอบแทนสูงๆก็ควรนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆแทนค่ะ แต่อาจจะตามซึ่งความเสี่ยงอื่นๆด้วย ข้อมูลนี้อาจจะทำให้หลายคนเริ่มวางแผนอยากจะทำประกันแบบสะสมทรัพย์กันดูบ้างแล้วใช่มั้ยคะ ถ้าอย่างนั้นเรามาดูสิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนจะซื้อประกันสะสมกันกันดูสักหน่อย

คุณมีความต้องการแบบไหน

ประกันสะสมทรัพย์นี้เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองชีวิต และการออมเงินแต่ถ้าคุณเองต้องการเน้นเรื่องความคุ้มครองชีวิตมากกว่า ก็ควรเลือกกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองชีวิตสูงๆ หรือถ้าอยากได้ผลตอบแทนสูงๆก็ควรลงทุนในสินทรัพย์แบบอื่นๆดูก่อน

กำลังความสามารถของคุณในการจ่ายเบี้ยประกัน

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคุณจึงควรมีความสามารถจ่ายเบี้ยประกันไม่เกิน 10% ของรายได้ต่อปีของคุณ หรือหากว่าคุณเองมีภาระหนี้สินอย่างอื่นเพิ่มเติมเข้ามา ก็สามารถปรับลดเบี้ยประกันได้ตามความเหมาะสม เพราะถ้าเลือกจ่ายเบี้ยประกันสูงเกินไปเกินกำลังความสามารถแล้วละก็เมื่อจ่ายไปหลายๆงวดอาจจะรูสึกท้อได้ และอาจจะจ่ายไม่ครบตามสัญญาและมีปัญหาเกิดขึ้นได้

เป้าหมายทางการเงินของคุณ

คุณต้องสำรวจตัวคุณเองอย่างดี ว่าอยากได้ความคุ้มครองในระยะเวลาเท่าไหร่ สั้นหรือว่ายาว ตั้งใจว่าจะเก็บเงินออมไว้สัก 5 ปีค่อยเอาออกมาใช้ หรือ 10 ปี แล้วค่อยเอาออกมาใช้ ต้องวางแผนให้ดี เพราะถ้าเกิดเลือกในระยะยาวไปแล้วจะเป็นปัญหาถ้าเกิดจำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมาก่อนหน้านั้นค่ะ

ความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันที่คุณซื้อ

ควรเลือกบริษัทที่น่าไว้ใจ และศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยดูจากประวัติ หรือสอบถามจากญาติสนิทมิตรสหายก็ได้ว่าเขาทำประกับแบบสะสมทรัพย์กันที่ไหนและเป็นอย่างไรบ้าง และควรเลือกตัวแทนที่เราจะซื้อประกันด้วยให้ดีไว้ใจได้และให้คำปรึกษาที่ดี ซึ่งเขาจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และชัดเจนกับเราค่ะ