พ.ร.บ.รถยนต์เป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายๆคนมองข้าม เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเอามากๆนั่นเองจึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักคุณสมบัติของเจ้าพ.ร.บ.รถยนต์มากพอ แต่ก่อนอื่นก็ขอชมเชยคนที่มีความรู้เรื่องพ.ร.บ.รถยนต์อยู่แล้วด้วยนะ การที่คุณมีความรู้เรื่องพ.ร.บ.รถยนต์อยู่แล้วเป็นสิ่งที่ดี เพราะความเป็นจริงแล้วพ.ร.บ.รถยนต์ คือ สิ่งสำคัญสำหรับรถยนต์ทุกๆคันที่วิ่งไปมาบนท้องถนน ใครที่มีรถยนต์คงรู้ดีว่าทุกๆปีจะต้องต่อภาษีประจำปีพร้อมทั้งต่อพ.ร.บ.แล้วก็ยังมีการต่อประกันรถยนต์ด้วย ซึ่งหลักๆแล้วก็มีอยู่ 3 เรื่องสำคัญด้วยกันที่คนมีรถต้องจัดการไปพร้อมๆกัน แต่ในเมื่อต้องจัดการทั้ง 3 เรื่องไปพร้อมๆกันนี่แหละจึงทำให้ไม่ค่อยสนใจศึกษาคุณสมบัติของพ.ร.บ.รถยนต์มากเท่าที่ควร บางคนคิดว่าไม่สำคัญที่จะต้องสนใจเพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ประกันรถยนต์ จะคิดแบบนั้นก็ไม่ผิดเพราะว่าประกันรถยนต์ก็สำคัญมากๆเหมือนกัน แต่พ.ร.บ.รถยนต์ก็สำคัญมากไม่แพ้กันนะ เพราะความเป็นจริงแล้วพ.ร.บ.รถยนต์ก็คือ ประกันรถยนต์ตัวหนึ่งที่ให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นด้วยเหมือนกัน แต่จะให้ความคุ้มครองคนละส่วนกับประกันรถยนต์ทั่วๆไป แล้วพ.ร.บ.รถยนต์ให้ความคุ้มครองในส่วนไหนล่ะ?

คุณไม่ต้องสงสัยเรื่องความคุ้มครองและเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพ.ร.บ.รถยนต์อีกต่อไปเมื่อได้อ่านบทความนี้ เพราะเราได้เตรียมข้อมูลสำคัญๆที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.รถยนต์มาเล่าสู่กันฟังแบบจุใจ รับรองได้เลยว่าคุณจะได้รู้จักคุณสมบัติของพ.ร.บ.รถยนต์มากขึ้นแน่นอน ไม่ว่ารถที่คุณขับจะเป็นรถยนต์ยี่ห้ออะไร? เป็นรถยนต์ประเภทไหน? เมื่อซื้อพ.ร.บ.ต้องจ่ายเท่าไหร่? คุณจะได้รับคำตอบแน่นอนในบทความนี้ ไปอ่านกันต่อเลยดีกว่านะ

ประโยชน์จากพ.ร.บ.รถยนต์มีอะไรบ้าง?

ถ้าจะให้พูดถึงประโยชน์ของพ.ร.บ.รถยนต์ก็ต้องบอกเลยว่ามีเยอะพอสมควรซึ่งส่วนมากก็เป็นประโยชน์ที่มีโดยตรงต่อผู้ที่ขับรถยนต์คันนั้นๆ อย่างที่บอกไปแล้วว่าพ.ร.บ.รถยนต์ คือ ประกันรถยนต์ตัวหนึ่งแต่ให้ความคุ้มครองคนละส่วนกับประกันรถยนต์ทั่วๆไป ซึ่งส่วนมากเรียกพ.ร.บ.รถยนต์ว่าประกันรถยนต์ภาคบังคับ ดังนั้นพ.ร.บ.จึงเป็นสิ่งที่รถยนต์ทุกคันต้องมีเพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง หากไม่มีพ.ร.บ.รถยนต์ก็จะเกิดอุปสรรมากมายในการใช้รถยนต์คันนั้นตามกฎหมาย เช่น ไม่สามารถต่อภาษีได้ ไม่สามารถซื้อประกันรถยนต์ทั่วๆไปได้ และที่สำคัญไม่ได้รับความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ มาดูความแตกต่างของความคุ้มครองระหว่างพ.ร.บ. และ ประกันรถยนต์กันดีกว่า

  • พ.ร.บ.รถยนต์จะให้ความคุ้มครองต่อตัวบุคคลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • ประกันรถยนต์ทั่วไปจะให้ความคุ้มครองต่อตัวรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

การเปรียบเทียบแบบนี้คงทำให้คุณเห็นชัดเจนแล้วว่าประกันรถยนต์ทั้งสองแบบให้ความคุ้มส่วนไหนและอย่างไรบ้าง เรามาดูกันต่อว่าพ.ร.บ.รถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองต่อบุคคลนั้นให้ความคุ้มครองใครบ้าง? และส่วนไหนบ้าง? มี 2 ส่วนหลักๆด้วยคือ ค่าเสียหายที่จ่ายให้กับทุกคน และ เงินชดเชยที่จ่ายให้กับคู่กรณี พ.ร.บ. รถยนต์จะจ่ายให้เท่าไหร่อย่างไรบ้าง?

ค่าเสียหายที่จ่ายให้กับทุกคน คือ ทุกคนที่อยู่เหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งนั้นทั้งคนขับ คนซ้อน คู่กรณี ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคนอื่นๆโดยที่ไม่ต้องดูว่าใครถูกใครผิด ซึ่งจะจ่ายให้ในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อชีวิต หรือ ร่างกายเท่านั้น ไม่จ่ายให้สำหรับกรณีทรัพย์สินเสียหาย พ.ร.บ.รถยนต์จ่ายให้กี่บาท? ในกรณีเสียชีวิต พิการ สูญเสียอวัยวะ จ่ายเงินชดเชยให้ 35,000 บาท จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ 30,000 บาท/คน  หากจำเป็นต้องจ่ายให้ทั้ง 2 กรณีก็จะรวมอยู่ในวงเงินไม่เกิน 65,000 บาท

เงินชดเชยที่จ่ายให้กับคู่กรณี คือ พ.ร.บ.จะจ่ายเงินให้คู่กรณีที่มีการพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น ซึ่งจะจ่ายให้คู่กรณีในทุกเรื่องไม่ว่าจะค่ารักษาพยาบาล เมื่อเสียชีวิต หรือ พิการสูญเสียอวัยวะ จ่ายให้กี่บาท? กรณีเสียชีวิต พิการ จ่ายเงินชดเชยให้ 500,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลจ่ายให้ 80,000 บาท/คน กรณีสูญเสียอวัยวะ จ่ายเงินชดเชยให้ 200,000 – 300,000 บาท กรณีต้องนอนโรงพยาบาลจ่ายเงินชดเชยให้ 200 บาท/วัน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 20 วัน

คุณคงเห็นแล้วว่าพ.ร.บ.รถยนต์มีประโยชน์มากจริงๆเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ความคุ้มครองที่มีให้ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินไปได้มากเลยทีเดียว

พ.ร.บ.รถยนต์ซื้อได้ที่ไหน?

พ.ร.บ.รถยนต์หาซื้อได้ไม่ยากเลย ปัจจุบันนี้สะดวกมากกว่ายุคไหนๆ คุณสามารถซื้อพ.ร.บ.รถยนต์ได้พร้อมกับประกันรถยนต์ตามบริษัทประกันทั่วๆไป แล้วก็ยังสามารถซื้อพ.ร.บ.ออนไลน์ได้ด้วย หรือจะซื้อพ.ร.บ.รถยนต์ที่ 7-Eleven ก็ยังได้ คุณคิดว่าช่องทางไหนสะดวกที่สุดก็ให้เลือกช่องทางนั้นได้เลย แต่ทุกๆครั้งก่อนจะซื้อพ.ร.บ.หรือต่อทะเบียนรถก็ต้องนำรถของคุณไปทำการตรวจสภาพรถก่อนนะ ซึ่งสถานที่ตรวจสภาพรถก็เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณสามารถซื้อพ.ร.บ.รถยนต์ได้ด้วยนะ เห็นแล้วนะว่าไม่ยากเลยถ้าหากอยากซื้อพ.ร.บ.หรือต่ออายุพ.ร.บ. ตอนนี้คุณคงอยากรู้ราคาแล้วใช่ไหม? มาศึกษากันต่อเลยดีกว่าว่ารถแต่ละคันต้องจ่ายค่าพ.ร.บ.กี่บาท?

พ.ร.บ.รถยนต์มีราคาเท่าไหร่?

รถยนต์ก็มีหลายประเภทและจำกัดจำนวนผู้โดยสารไม่เท่ากัน ดังนั้นราคาของค่าเบี้ยพ.ร.บ.จึงแตกต่างกันไปตามประเภทของรถที่ใช้งาน ดังนี้

  • รถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง หรือ รถเก๋ง 600 บาท
  • รถยนต์ไม่เกิน 15 ที่นั่ง หรือ รถตู้ 1,100 บาท
  • รถยนต์ไม่เกิน 20 ที่นั่ง 2,050 บาท
  • รถยนต์ไม่เกิน 40 ที่นั่ง 3,200 บาท
  • รถยนต์ที่เกิน 40 ที่นั่ง 3,740 บาท
  • รถยนต์ที่เป็นรถบรรทุกก็มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างออกไปด้วยดังนี้
  • รถบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน หรือ รถกระบะ 900 บาท
  • รถบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 6 ตัน 1,220 บาท
  • รถบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 12 ตัน 1,310 บาท
  • รถบรรทุกน้ำหนักเกิน 12 ตัน 1,700 บาท
  • รถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ บรรทุกแก๊สน้ำหนักไม่เกิน 12 ตัน 1,680 บาท
  • รถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ บรรทุกแก๊สน้ำหนักเกิน 12 ตัน 2,320 บาท
  • รถยนต์ประเภทอื่นๆนอกเหนือจากนี้ก็ต้องมีพ.ร.บ.เช่นกันซึ่งมีราคาดังนี้
  • รถพ่วง 600 บาท
  • รถที่ใช้สำหรับการเกษตร 90 บาท
  • รถลากจูง 2,370 บาท

ค่าเบี้ยพ.ร.บ.ทั้งหมดนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงขึ้นๆลงๆแต่จะมีจำนวนแน่นอนตามที่ให้ข้อมูลไป ใครที่กำลังอยากจะซื้อพ.ร.บ. หรือต่อพ.ร.บ.ก็เตรียมเงินให้เพียงพอสำหรับรถยนต์ของคุณได้เลยค่ะ

พ.ร.บ.รถยนต์สิ่งสำคัญที่ต้องมีติดรถอยู่เสมอ

ถ้าหากถามว่ามีรถแต่ไม่มีพ.ร.บ.ได้หรือไม่? ตอบได้เลยว่า ไม่ได้!! เพราะพ.ร.บ.เป็นประกันยนต์ภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย หากไม่มีจะถือว่าทำผิดกฎหมายและถูกปรับเงินตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจจะถูกปรับเงินสูงสุดถึง 10,000 บาทเลยทีเดียว ถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่อยู่นะตัวเบากันเลยทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายต่อปี ถ้าอย่างนั้นเลือกที่จะต่อพ.ร.บ.ตามกำหนดจะดีกว่าจะได้ไม่เสียค่าปรับก้อนใหญ่จริงไหม? แต่การกลัวเสียเงินค่าปรับก้อนใหญ่ก็ไม่เหตุผลอย่างเดียวที่คุณควรมีพ.ร.บ.รถยนต์นะ มีเหตุผลมากมายที่คุณควรจะมีพ.ร.บ. อย่างเช่น ความคุ้มครองต่อบุคคลที่พ.ร.บ.มีให้ ทั้งต่อตัวคุณเองคนรอบข้างและคู่กรณีด้วย ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมารถยนต์ที่มีพ.ร.บ.จะจัดการปัญหาต่างๆง่ายมากกว่า ถึงแม้จะเจ็บตัวแต่ไม่เจ็บใจเพราะต้องเสียเงินเยอะๆนะคะ พ.ร.บ.รถยนต์ว่าสำคัญแล้วแต่อย่าลืมทำประกันรถยนต์ด้วยล่ะ เพราะสำคัญไม่แพ้กันเพื่อที่คุณจะมีความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ของคุณและของคู่กรณีด้วย ขับรถแบบมีความคุ้มครบเครื่องจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็พร้อมรับมือ