การเป็นพนักงานเซเว่นนั้นก็สามารถเป็นได้ใกล้บ้านเรา ซึ่งเหมาะกับวัยรุ่นที่ต้องการที่จะมีรายได้เสริมให้กับตัวเองก็สามารถทำได้ และเป็นงานที่ไม่ยากเกินไปแต่ก็ต้องมีเวลาทำงานนี้ด้วย ซึ่งเราจะได้มาดูกันว่า ประวัติความเป็นมาของ 7-eleven นั้นเป็นอย่างไร และจะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง เอกสารที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง และสุดท้ายก่อนที่เราจะทำงานนี้เราจะต้องรู้อะไรก่อน ให้เรามาดูด้วยกันดังต่อไปนี้ค่ะ

7-Eleven เป็นธุรกิจในระบบแฟรนไชส์  เป็นบริษัทที่มีชื่อว่าเซาท์แลนด์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศสหรัฐอเมริกา พวกเขาไม่ได้มีเวลาเปิดบริการ 24 ชั่วโมงแต่จะเปิดทุกวันวันละ 16 ชั่วโมงต่อวันค่ะ เริ่มแรกนั้นพวกเขาจะบริการจำหน่ายน้ำแข็งเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส สหรัสอเมริกา จนมาถึงปี พ.ศ. 2470 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาในช่วงพ.ศ 2489 พวกเขาได้พบปัญหาเรื่องการเงินก็เลยมีประเทศญี่ปุ่นได้เข้ามาช่วยเหลือ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจาก ก็สามารถพัฒนาทำให้เซเว่นอีเลฟเว่นนั้นเติบโตถึงในปัจจุบันและเปิดรับสมัครพนักงาน Part Time ที่มีหลายตำแหน่งและจัดให้มีหลายเวลาด้วยกัน ซึ่งเป็นตลาดกลุ่ม แฟรนไชส์ นิยมกันมากที่สุดในปัจจุบันนี้นั่นเองค่ะ

คุณสมบัติการเป็นพนักงานเซเว่น

พนักงานเซเว่นนั้นจะต้องมีวุฒิตั้งเเต่ม. 3 ขึ้นไปค่ะซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักเรียนนักศึกษาที่ต้องทำงาน Part-Time ในช่วงปิดเทอม เราสามารถไปสมัครได้เลยค่ะวิธีการสมัครก็ไม่ได้ยากอะไรเพียงแค่เราได้เตรียมเอกสารให้พร้อมแล้วเข้าไปสมัครที่ร้านเซเว่นสาขาที่ใกล้บ้านเราค่ะ หรืออีกช่องทางหนึ่งก็คือการสมัครผ่านทางเว็บไซต์นั่นเองค่ะซึ่งเราสมัครแล้วก็ต้องรอไปสัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่เราจะได้เริ่มงานถ้าไปสัมภาษณ์แล้วพวกเขาก็จะให้เริ่มงานได้ทันทีค่ะ และการอบรมนั้นก็ จะอยู่ที่สำนักงานใหญ่พวกเขาก็จะบอกมาว่าต้องไปอบรมโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพนักงานประจำที่ต้องไปอบรมค่ะ

พูดถึงค่าแรงของพนักงานเซเว่นจะอยู่ที่ประมาณ 40 บาทต่อชั่วโมงค่ะซึ่งจะต้องทำงานวันละ 6-8 ชั่วโมงเพราะการทำงานของ Part Time นั้นหน้าที่หลายอย่าง มีหน้าที่คอยเติมของชั้นวางให้เต็ม ชงกาแฟ จัดของให้เป็นระเบียบ ทำความสะอาดและดูแลสต๊อกสินค้าให้ดี โดยที่พนักงานพาร์ทไทม์จะไม่ได้ทำงานในส่วนของแคชเชียร์นะคะแต่ว่าจะได้ทำงานในช่วงเวลากลางวันเท่านั้นส่วนกลางคืนจะเป็นของพนักงานประจำค่ะ และจะมีพนักงานประจำที่เป็นผู้ชายก็ดูแลงานส่วนใหญ่ด้วยเพราะเพื่อความปลอดภัยของพนักงานหญิง

ผู้จัดการสาขานั้นสามารถเป็นได้ตั้งแต่อายุ 25 ถึง 40 ปีขึ้นไปทางเพศหญิงและเพศชายค่ะโดยที่จะต้องจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีเป็นขึ้นไปซึ่งถ้าจบสาขาการตลาดนั้นจะพิจารณาให้เป็นพิเศษค่ะ จะต้องมีคุณสมบัติที่ดีมีความรับผิดชอบ มีความเป็นผู้ใหญ่และผู้นำ โรงงาน 4 เดือนบรรจุทันทีซึ่งหน้าที่รับผิดชอบนั้นจะต้องดูแลลูกค้า บริการลูกค้า จัดการระบบภายในร้าน สั่งสินค้า สรุปยอดรายวันรายเดือนรายปี นั่นเองค่ะ

ในส่วนของพนักงานส่งสินค้านั้นจะรับเพศชายตั้งแต่อายุ 20 ถึง 25 ปีค่ะโดยที่จะต้องจบการศึกษาตั้งแต่ป 3 ขึ้นไปคุณสมบัติที่ต้องมีนั้นก็คือความอดทนต่องานที่ได้รับและมีความรับผิดชอบที่ดีซึ่งสามารถเดินทางไปต่างจังหวัดได้ มีใบขับขี่ หน้าที่รับผิดชอบนั้นก็คือส่งสินค้าตามสาขาต่างๆในกรุงเทพฯและปริมณฑล

ในส่วนของพนักงานแคชเชียร์นั้นจะรับเพศชายและเพศหญิงที่จบการศึกษาม 3 ขึ้นไปที่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้และทำงานอย่างน้อย 6 วันต่อสัปดาห์ซึ่งจะสามารถทำงานเป็นกะได้คุณสมบัติที่ต้องมีนั้นก็คือ รักในอาชีพการบริการมีความรับผิดชอบที่สูง แต่ถ้าเราอยากสมัครงานพาร์ทไทม์นั้นก็สามารถสมัครอยู่ที่ใกล้บ้านเราได้เลยซึ่งถ้าให้ดีควรมีสถานที่พักอยู่ใกล้ที่ทำงานเพราะจะมีหน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญคือ คิดเงิน ทอนเงิน ดูแลความเรียบร้อยภายในร้านและสามารถแก้เหตุการณ์เฉพาะหน้าได้  พนักงาน Part Time การแบ่งงาน คือ พนักงานแคชเชียร์ พนักงานทำความสะอาด พนักงานยกของค่ะ

เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครงานคือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาบัญชีธนาคาร สำเนาทะเบียนบ้าน วุฒิการศึกษา รูปถ่าย และสวัสดิการที่เราจะได้รับก็คือชุดฟอร์มในการทำงาน อาหาร 1 มื้อ เบี้ยความขยัน OT ประกันสังคม ประกันอุบัติเหตุ รับข่าวสารดีๆทาง 7-eleven ซึ่งพนักงานที่สนใจสมัครงานพาร์ทไทม์นั้น จะมีหน้าที่หมุนเวียนกันไปในแต่ละรอบสัปดาห์ค่ะจะมีการฝึกทักษะการทำงานใหม่ๆด้วยและเปิดโอกาสให้เราเพื่อที่จะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีใจรักการบริการ

วิธีการสมัครงานก็คือสามารถติดต่อได้ที่ 7- Eleven สาขาที่อยู่ใกล้บ้านเรา อย่างนั้นตอนนี้ให้เรามาดูว่ามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้างที่เราจะต้องรู้ ข้อดีของการทำงาน คือ สามารถเลือกเวลาทำงานได้ สามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้ ไม่จำกัดเพศวุฒิการศึกษา ได้ซื้อสินค้าลดราคาโปรโมชั่นก่อนใครด้วย มีสาขารองรับเยอะซึ่งสามารถเลือกสาขาใกล้บ้านเราได้เลยค่ะ สามารถกดน้ำดื่มฟรีได้ ต่อไปนี้ให้เรามาดูว่าข้อเสียของการทำงานนี้คืออะไร ข้อเสียก็คือ ทำงานแทบตลอดเวลา ใช้แรงเยอะ เงินขาดเงินไม่ครบต้องใช้เงินส่วนตัวชดใช้ เสี่ยงโจรและเลิกงานเลท

ต่อไปนี้ให้เรามาดูส่วนเพิ่มเติมที่เราควรจะรู้ก็คือข้อที่เราควรระวัง เรื่องนึงที่เราควรระวังเป็นอย่างยิ่งก็คือการนับเงิน ถอนเงินและถ้าเงินหายไปคนที่ยืนเครื่องเก็บเงินนั้นจะต้องชดใช้ด้วยเงินของตัวเอง และข้อระวังอีกเรื่องนึงก็คือการทำความสะอาดตู้เย็นนั้นตู้ที่ไม่มีกระจกถ้านำสินค้าตกแตกหรือเอามาขายไม่ได้เราก็ต้องจ่ายสินค้านั้นด้วยค่ะ ฉะนั้นเป็นเรื่องที่เราจะต้องระวัง ในการทำงานนี้อย่างดีเพื่อที่เราจะไม่ต้องชดใช้ด้วยเงินส่วนตัวของเรา และเรื่องที่เราควรทราบเพิ่มเติมก็คือค่าชุดนั้นสำหรับพนักงานประจำซึ่งชุดแรกนั้นจะหักจากเงินเดือน และต้องถูพื้นไม่มีลูกค้าหรือถ้ามีลูกค้าแต่คุณไม่ได้ยืนเครื่องก็ต้องถูพื้นค่ะ ซึ่งสังคมในเซเว่นนั้นบางร้านแบ่งพรรคพวกภายในร้านด้วยค่ะ  
# เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับพนักงานเซเว่น

ตอนนี้ให้เรามาดูถึงเรื่องที่เราจะต้องรู้เกี่ยวกับพนักงานเซเว่นเรื่องที่เราต้องรู้คือ คนที่มีปกครองเพื่อข้าสีแดงนั้นจะเป็นผู้จัดการซึ่งจะเป็นผู้จัดการผู้ชายค่ะ เราสามารถอ่านหนังสือตรง Book Smile ได้ตลอดเวลาโดยที่เราไม่ต้องเสียตังค์ได้ด้วย สินค้าส่วนใหญ่นั้นทุเรียนวันหมดอายุไว้เรียบร้อยแล้วโดยที่เราเอาจากวันหมดอายุก่อนมาอยู่หน้านะคะ เลเซอร์เขียวนี้จะมีบางสาขาเท่านั้น เพราะบางครั้งอาจขายไม่ดีหรือว่าเครื่องพังและบางสาขานั้นก็อยู่ไกลกันจึงทำให้ไม่สามารถให้เลเซอร์มีทุกร้านได้ สุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นสามารถขายได้ในเวลา 11.00 นถึง 14.00 นและ 17.00 นถึง 24.00 น เครื่องดื่มทุกอย่างภายในร้านเมื่อลูกค้ากดก็ต้องเสียเงิน แต่ถ้าพนักงานเซเว่นกดเราไม่ต้องเสียเงินสักบาทเลยค่ะ แล้วถ้าเกิดว่าเราทำเงินหายเราต้องรับผิดชอบค่ะ

และงานพาร์ทไทม์แบบนี้ เราก็ต้องรับมือว่าเป็นงานที่หนักแน่นอนค่ะเพราะว่าต้องทำทุกอย่าง เราต้องเสียสละมากกว่าดังนั้น เราก็ควรที่จะมีความขยันมากๆในการทำงานนี้ ซึ่งถ้าถามว่างานนี้คุ้มไหมเราก็ต้องคิดดูว่าเราทำไหวไหมหรือว่าช่วยเราให้มีรายได้เสริมที่ดีไหมแต่จริงๆแล้ว ก็ถือว่าพอใช้ได้เพราะว่ามีสวัสดิการหลายอย่างที่เราจะได้รับ และอีกเรื่องหนึ่งที่เราควรรู้ก็คือในเซเว่นอีเลฟเว่นนั้นจะมีการแบ่งพรรคพวกภายในร้านถ้าเราปรับตัวได้เราจะต้องสามารถเป็นกลางเข้าได้กับทุกคน จริงๆแล้วทุกการทำงานก็มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอยู่แล้วซึ่งเราจะต้องรับมือในเรื่องนี้ด้วย

อีกเรื่องนึงที่เราจะต้องรู้ก็คือการที่มีใจบริการนั้น ก็ต้องเข้าใจว่า ลูกค้าก็ใช่ว่าจะรู้ทุกเรื่อง ดังนั้นเมื่อลูกค้าถาม ให้เราตอบแบบเต็มใจและแสดงความช่วยเหลือที่ลูกค้าต้องการ ยิ่งถ้าเราบริการลูกค้าดีลูกค้าก็จะชอบทำให้เรามีความสุขส่วนตัวด้วย จริงอยู่บางครั้งเราทำงานเหนื่อยและเมื่อมีลูกค้ามาถามหลายอย่างแล้วอะคิดว่าพวกเขา ไม่หัดคิดเอาเองบ้างว่าต้องทำอะไรหรือมันคืออะไร แต่การบริการถ้าเราไม่มีจิตใจที่ เอื้อเฟื้อและอดทนกับลูกค้าเราก็ไม่ควรทำงานนี้ดีกว่าค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งคือการนินทาลูกค้าเรื่องนี้คือเรื่องที่เสียหายและไม่ดีอย่างยิ่งถ้าพูดถึงลูกค้าคนนั้นในแง่ที่ไม่ดีโดยเฉพาะงานบริการนั้นต้องการเป็นความที่มีมืออาชีพถ้าเราพูดออกไปมันทำให้เราดู ไร้ศักดิ์ศรีและเขาจะมองว่า เราไม่ได้ทำงานเพราะความเต็มใจแต่เราทำงานเพราะเงินโดยส่วนใหญ่ และถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆก็จะทำให้เราทำงานบริการยากขึ้น รายงานบริการนั้นบางอย่างอาจเป็นแค่ หน้าที่ของเราแต่บางอย่างถ้าเราสามารถจัดการช่วยได้เราก็สามารถทำได้ ถ้าเราทำได้เราก็ทำเพราะเราอยากจะช่วยให้งานเบาลง และทำให้เราอยู่ในสังคมการบริการได้ดีค่ะ

บางครั้งอาจมีเรื่องราวเช่นการโต้เถียงกับลูกค้า บางครั้งเราอาจจะอยากทำเพื่อที่จะเอาชนะ แต่นั่นเป็นความต้องการของตัวเองที่เราอยากจะมีไอเดียที่จะเอามาโต้เถียงให้เรารู้สึกภูมิใจในตัวเอง เพราะว่าเราสามารถเอาชนะลูกค้าได้ ดังนั้นดีที่สุดที่เราจะไม่มีอคติกับเรื่องนี้และผ่อนหนักผ่อนเบาได้ไม่จำเป็นที่จะเข้มงวดกับลูกค้ามากเกินไป นี่ก็เลยทำให้ลูกค้ารู้สึกเองว่าพวกเขาควรที่จะตัดสินใจดีๆก่อนซื้อของ

สุดท้ายนี้เราควรที่จะคิดให้ดีก่อนที่เราจะตัดสินใจทำงานเป็นพนักงานเซเว่นเพราะการบริการนั้นเป็นเรื่องสำคัญจริงๆและรวมถึงทั้งความขยันขันแข็งของเรา ในเมื่อตัดสินใจทำงานนี้แล้วเราไม่ควรบ่นเพราะว่าเราเป็นคนตัดสินใจจะทำงานนี้เองอย่างนั้นเราต้องรับมือให้ได้ ไม่ว่าเราจะเจออะไรเราจะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ นี่ก็จะทำให้เราฝึกตัวเองไปด้วยทำให้เรามีความอดทนมากขึ้นและมีประสบการณ์หลายอย่างในการบริการ และต่อไปถ้าหากว่าเราต้องไปเปิดธุรกิจของตัวเองในอนาคตโดยการที่เราต้องทำงานบริการเหมือนกันเราก็จะมีความสุขและสนุกเมื่อทำงานบริการแบบนี้ นั่นเองค่ะ

"พนักงานเซเว่นทำได้ไม่ยาก"

พนักงานเซเว่นนั้นทำได้ไม่ยากเลย จากที่เราได้อ่านไปเราก็เห็นว่ามีหลายอย่างที่เราควรจะรู้แต่จุดสำคัญในบทความนี้ก็คือคุณสมบัติของการทำงานบริการและการสมัครเป็นพนักงานเซเว่นนั้นทำอย่างไรจริงๆแล้วก็ไม่ได้มีมากมายอะไรและไม่ได้เข้มงวดเกินไปซึ่งเหมาะมากถ้าวัยรุ่นจะตัดสินใจทำงานพาร์ทไทม์แบบนี้ก็เป็นเรื่องดีเหมือนกันเพราะสามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้ เวลาที่ตรงกับเวลาเรียนของเราก็มีด้วยเช่นเดียวกันซึ่งเราสามารถเลือกงานแต่ละเวลาได้ว่าเราจะเลือกทำเวลาไหน นี่ก็เป็นข้อดีมากและเป็นงานที่มีอีกอย่างหนึ่งสำหรับวัยรุ่นที่ต้องทำมาหากินไปด้วยระหว่างเรียน และถ้าหากว่าในอนาคตต้องมีธุรกิจของตัวเองซึ่งเป็นงานบริการลูกค้า เราก็จะสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นเพราะเราเคยมีประสบการณ์บริการลูกค้ามาแล้วนั่นเองค่ะ