ทำไมกู้ไม่ผ่าน คำถามนี้คงกวนใจเพื่อนๆหลายคนแน่นอน ทำไม ธนาคารมีเหตุผลอะไรถึงไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับเรา  และปัญหาที่ตามมาสำหรับเพื่อนๆที่กู้ไม่ผ่านคือ ภาระหนี้สินที่ไม่สามารถจ่ายได้นั่นเอง ทำไม และอะไร เหตุผลของการกู้สินเชื่อไม่ผ่าน วันนี้เราจะมาดูด้วยกันว่า อะไรเป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้การขอกู้สินเชื่อของเพื่อนๆไม่ผ่าน

ไม่ผ่านเกณฑ์ที่ธนาคารตั้งไว้

กฏเกณฑ์อะไรที่ทางธนาคารตั้งไว้ เพื่อนๆหลายคนอาจสงสัยใช่ไหมครับ กฏเกณฑ์อะไรเหรอที่ธนาคารกำหนด จะว่าไปแล้วทุกธนาคารตั้งกฏเกณฑ์แบบนี้เหมือนกันหมด  นั่นก็คือคุณสมบัติของผู้กู้ ซึ่งจะว่าไปแล้วคุณสมบัติของผู้กู้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่ทางธนาคารจะพิจารณาเป็นอันดับแรก ธนาคารจะตั้งคุณสมบัติต่างๆของผู้กู้ดังนี้  ผู้ที่จะทำการกู้สินเชื่อต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เพราะว่าธนาคารมองว่าผู้ที่อายุต่ำว่า 20 ปีเป็นผู้ที่ไม่สามารถสร้างรายได้ (ซึ่งจริงๆแล้วบางคนอายุต่ำกว่า20ก็มีรายได้) ที่ธนาคารคิดแบบนี้เพราะโดยปกติแล้วคนอายุที่น้อยกว่า 20 ปีส่วนใหญ่ยังเรียนและยังต้องใช้เงินจากผู้ปกครอง และคุณสมบัติต่อมาคือ อายุของคนที่จะขอกู้ต้องไม่เกิน 60 ปี ทำไมถึงเป็นแบบนั้น เพราะทางธนาคารถือว่าคนที่อายุมากกว่า60ปี อยู่ในช่วงที่ต้องเกษียณจากการทำงาน(คือธนาคารดูจากคนรับราชการ) และถือว่า บุคคลเหล่านี้ไม่สามารถสร้างรายได้ สรุปง่ายๆคือธนาคารจะปล่อยสินเชื่อให้กับคนอายุ 20-60ปี และรวมสัญญาการกู้ไม่เกิน60ปี

ประวัติการใช้หนี้ไม่ดี

จะพูดง่ายๆก็คือเพื่อนๆเป็นหนี้ต่างๆแล้วไม่ยอมจ่ายหรือจ่ายไม่ครบไม่ตรงเวลานั้นเอง เพื่อนๆต้องตรวจสอบตัวเองก่อนว่าขณะที่จะขอกู้สินเชื่อ เพื่อนๆมีหนี้ที่ค้างชำระไหมเช่น  อาจจะลืมจ่ายค่างวดบัตรเครดิตบางใบไหม  บางทีเราเป็นหนี้ในวงเงินน้อยๆแล้วเราลืมไปว่าต้องผ่อนชำระก็เป็นไปได้  เมื่อเป็นแบบนี้เพื่อนๆจะเสียคะแนนเครดิตบูโร ไม่ใช่แค่หนี้บัตรเท่านั้นนี่ยังรวมไปถึงการเรียกเก็บจากบิลต่างๆด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบกับความน่าเชื่อถือได้ ซึ่งถ้าเพื่อนๆค้างชำระหนี้ไม่ว่าหนี้นั้นจะมาจากอะไรก็ตาม ข้อมูลของเพื่อนๆก็จะถูกเก็บไว้ ดังนั้นถ้าเพื่อนๆไม่แน่ใจว่าเป็นหนี้หรือค้างชำระอะไรไว้บ้างเรื่องดีที่สุดก่อนที่เพื่อนๆจะขอก็คือ  ให้เพื่อนๆไปที่ธนาคารแห่งชาติหรือศูนย์ตรวจบัตรเครดิตที่มีทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งจะมีค่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆไม่เกิน 200 บาท เพียงเท่านี้เพื่อนๆก็จะทราบสถานะการเป็นหนี้ของเพื่อนๆแล้วว่าลืมจ่ายที่ไหนไว้บ้างและเมื่อรู้ว่ามีที่ไหนบ้าง เพื่อนๆก็ค่อยๆดำเนินการผ่อนชำระให้จบ ก่อนไปขอกู้สินเชื่อ ต่อไป

ตำแหน่งและฐานะทางอาชีพ

ตำแหน่งและหน้าที่ทางการงานถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ธนาคารจะพิจารณาเมื่อเพื่อนๆจะขอกู้สินเชื่อ เพราะอะไร ธนาคารจะดูว่าถ้าหากปล่อยกู้ให้กับเราแล้ว เมื่อผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่งเราสามารถผ่อนชำระได้ไหมและธนาคารก็จะให้ความสำคัญกับคนที่ทำงานประจำและมีรายได้ที่แน่นอนมากกว่า เพราะเขามั่นใจว่าบุคคลที่อยู่ในกลุ่มคนที่ทำงานประจำมีเงินเดือนที่แน่นอนและถ้าหากไม่สามารถชำระหนี้ได้จริงๆ เมื่อถึงขั้นฟ้องศาลธนาคารก็ยังสามารถยื่นขออายัดเงินเดือนของบุคคลที่ทำงานประจำได้ ดังนั้นถ้าเราไม่มีฐานงานที่ดีเราสังเกตได้เลยว่าพอเราจะขอสินเชื่อกับทางธนาคารเขามักจะคุยและตรวจสอบเรานานเป็นพิเศษ ดังนั้นหากเพื่อนๆอยากขอสินเชื่อแต่ไม่มีงานประจำ ต้องหันกลับมามองดูตัวเองแล้วครับว่าจะทำอะไรได้บ้างให้ทางธนาคารมั่นใจในตัวเรามากขึ้น  ลองหางานประจำดูดีไหมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทางธนาคารแต่เพื่อนๆก็ต้องอดทนรอนะครับอาจต้องใช้เวลานานพอสมควรถ้าเราเริ่มทำงานแล้วไปขอสินเชื่อ

ไม่มีประวัติเรื่องการเงิน

เพื่อนๆอาจจะงงว่ามันหมายความว่าอย่างไร ที่บอกว่าไม่เคยมีประวัติทางการเงิน พูดง่ายๆคือเพื่อนๆไม่เคยทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับเงินเลยถึงแม้จะมีเงินก็ตามเช่น ไม่เคยฝากเงิน ไม่เคยถอนเงิน และไม่เคยเป็นหนี้อะไรเลย

ถ้าหากเพื่อนๆอยู่ในคนกลุ่มนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง ถ้าเพื่อนๆคิดอยากจะขอสินเชื่อในอนาคต เพื่อนๆต้องสร้างเครดิตให้กับตัวเองครับ มีอะไรบ้างที่เพื่อนๆสามารถทำเพื่อเป็นการสร้างเครดิตให้กับตัวเองได้

  • สร้างเครดิตโดยการหัดเป็นหนี้ เพื่อนๆอ่านไม่ผิดครับ การสร้างหนี้จะทำให้เครดิตเพื่อนๆดีได้อย่างไร ขออธิบายง่ายๆแบบนี้นะครับ ปกติเราอยู่โดยไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย  ดังนั้นเหมือนที่บอกธนาคารไม่ทราบความมั่นคงทางการเงินของเราแน่นอน ดังนั้นการมีหนี้จะช่วยธนาคารเห็นการใช้เงินของเรา เพื่อนๆสามารถเริ่มเป็นหนี้ง่ายๆแบบนี้  แทนที่เพื่อนๆจะใช้เงินสดเหมือนเมื่อก่อนตอนนี้ลองทำบัตรเครดิตดูสักใบ เลือกบัตรเครดิตที่เราสามารถจ่ายได้สบายๆ แล้วเอาบัตรเครดิตนี้ไปใช้จ่ายในเรื่องประจำวันเช่น ซื้อของใช้ภายในบ้าน หรือเอาไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายเพียงแค่เปลี่ยนช่องทางการจ่ายจากเงินสดเป็นบัตรเครดิตเท่านั้นเอง
  • ชำระหนี้ให้ตรงเวลา ตอนนี้เพื่อนๆมีบัตรแล้วแสดงว่าเพื่อนๆเป็นหนี้แน่นอน ดังนั้นขอให้จ่ายให้ตรงเวลา หลักการคือเราต้องสร้างประวัติที่ดีแบบต่อเนื่อง การที่เราชำระหนี้ตรงเวลาแสดงว่าเรามีวินัยที่ดีเรื่องเงินของเรานั่นเองแล้วคราวนี้ธนาคารก็จะมั่นใจเรามากขึ้น
 เคล็ดลับของการเป็นหนี้แบบนี้คือ อย่าพยายามทำบัตรเครดิตหลายใบในเวลาใกล้เคียงกันเพราะธนาคารอาจคิดเอาเองว่าเราหมุนหนี้บัตรเครดิต ทางที่ดีสมัครหนึ่งใบก็น่าจะพอ ป้องกันตัวเราเองด้วย และอย่ายกเลิกบัตรที่เราสมัครให้ใช้ไปเรื่อยจนกว่าเราจะได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้วค่อยยกเลิก

ความสามารถที่จะชำระหนี้ได้

สถาบันทางการเงิน หรือธนาคารทุกที่จะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ที่เราไปขอสินเชื่อด้วย ว่าเราขอกู้แล้วเราสามารถทำการชำระหนี้ได้อย่างสม่ำเสมอไหม เพราะว่าธนาคารจะไม่เสี่ยงแน่นอนถ้าหากคุณทำการขอสินเชื่อที่เกินความสามารถในการผ่อนชำระของคุณ สถาบันทางการเงินหรือธนาคารเขามีวิธีการตรวจสอบความสามารถที่คุณจะผ่อนชำระได้โดยวิธีไหน วิธีที่เขาตรวจสอบง่ายมากๆ เขาจะทำการรวมหนี้สินทั้งหมดของเพื่อนๆเท่าที่เขาจะหามาได้ ไม่ว่าจะเป็น ค่าบ้าน ค่ารถ หนี้บัตร และธนาคารจะกำหนดว่าหนี้ที่มีอยู่ต้องไม่เกิน 30%ของรายได้ที่คุณมีอยู่ ลองคิดดูว่าเราตรวจสอบแล้วพบว่าคุณเป็นหนี้เกินครึ่งหนึ่งของเงินที่คุณได้ สถาบันทางการเงินหรือธนาคารอยากจะให้คุณขอสินเชื่อไหม เพราะเขามั่นใจว่าคุณไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามที่ตกลงอย่างแน่นอน และถึงแม้หากการตรวจสอบถือว่าเพื่อนๆผ่านแต่เขายังตรวจสอบต่อไปอีกว่าหนี้ต่างๆที่เพื่อนๆชำระนั้นทำการชำระตรงตามเวลาไหม ชำระล่าช้าไหม ถ้าหากล่าช้าทางธนาคารก็จะไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับเพื่อนๆแน่นอนเพราะไม่มีความน่าเชื่อถือนั่นเอง

หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน

การขอสินเชื่อส่วนใหญ่แล้วเราต้องมีหลักประกัน โดยเฉพาะถ้าเราอยากขอสินเชื่อที่มีมูลค่ามากๆ สิ่งที่สถาบันทางการเงินหรือธนาคารต่างๆจะพิจารณาคือ ตัวของหลักประกันเป็นอย่างไรมีสภาพที่คล่องไหม สภาพคล่องของสินทรัพย์คืออะไร  หากเราไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดสถาบันทางการเงินหรือธนาคารมีความจำเป็นที่จะนำสินทรัพย์ที่เพื่อนๆเอาไปค้ำประกันออกขาย เขาจะตรวจสอบดังนี้ หากเพื่อนๆเอาบ้านหรือที่ดินไปเป็นหลักค้ำประกันเขาจะดูว่าบริเวณนั้นเป็นอย่างไรมีโอกาสที่จะเติบโตไหม มีถนน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไหม ไฟฟ้า น้ำประปา เพราะถ้าเขานำหลักทรัพย์เหล่านี้ออกมาขายจะได้รับความสนใจจากผู้คนแน่นอน ซึ่งหลักประกันนั้นทางสถาบันทางการเงินหรือธนาคารจะทำการเปรียบเทียบราคาว่ามีความเหมาะสมกับวงเงินที่คุณขอไหม หลักประกันและวงเงินที่เพื่อนๆขอต้องมีค่าใกล้เคียงกัน

กู้ไม่ผ่านเป็นเพราะ สถาบันทางการเงินหรือธนาคาร

หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่า กู้ไม่ผ่านเป็นเพราะ สถาบันทางการเงินหรือธนาคาร สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราในฐานะผู้ขอสินเชื่อไม่สามารถทราบได้เลย ถึงแม้เราจะผ่านทุกอย่างที่สถาบันทางการเงินหรือธนาคารตรวจสอบก็ตาม  เพราะเป็นเรื่องภายในของธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เพื่อนๆไปขอกู้เงิน เนื่องจากแต่ละที่มีนโยบายภายในไม่เหมือนกัน ดังนั้น การอนุมัติสินเชื่อจึงแตกต่างกันไปนั่นเอง  มีอะไรบ้างที่บอกว่ากู้ไม่ผ่านเป็นเพราะ สถาบันทางการเงินหรือธนาคาร เช่นข้อกำหนดในการขอสินเชื่อ ขั้นต่ำ-ขั้นสูงในการอนุมัติไม่เท่ากัน  หรือข้อเรียกร้องเกี่ยวกับหลักประกันก็แตกต่างกันไป และอาจจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นลงในช่วงนั้นด้วย และเพื่อลดความเสี่ยงที่เขาจะสูญเสียจากเรา ดังนั้นก่อนที่เพื่อนๆจะขอสินเชื่อควรสอบถามข้อมูลหลายๆที่ก่อนตัดสินใจว่าจะขอสินเชื่อจากธนาคารไหนหรือสถาบันทางการเงินไหนที่ตรงกับความต้องการของเพื่อนๆมากที่สุด แต่ถ้าเพื่อนๆไม่ได้รับการอนุมัติด้วยเหตุผลภายในเพื่อนๆจะทำอะไรได้ไหม ได้ครับเพื่อนๆสามารถยื่นคำร้องขอทราบเหตุผลที่เขาปฏิเสธคำร้องขอสินเชื่อของเราได้ครับ โดยธนาคารหรือสถาบันการเงินจะส่งเหตุผลในการปฏิเสธสินเชื่อเป็นลายลักษณ์อักษรให้กับเพื่อนๆ เพื่อให้ทราบว่าทำไมถึงไม่ได้รับการอนุมัติ

ปัจจัยอื่นๆ

เหตุผลที่ไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อสุดท้ายนี้เกิดจากสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เพราะเป็นเหตุผลที่อาจเกิดขึ้นในตอนนั้นและเราไม่ได้ตั้งตัว อย่างเช่น สภาพเศรษฐกิจในช่วงนั้น ว่ามีสภาพเงินเฟ้อมากน้อยขนาดไหน หรือช่วงนั้นมีปัญหาเรื่องการเมือง หรือมีสงครามไหม ซึ่งสิ่งนี้นี้อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ เพราะหากถึงตอนนั้นจริงๆคนที่ขอสินเชื่ออาจได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน และนี่คือเหตุผลจากปัจจัยอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นซึ่งเป็นเหตุให้เราไม่ได้รับอนุมัติการขอสินเชื่อก็เป็นได้

กู้ไม่ผ่านต้องอดทนรอ

หากเพื่อนๆเป็นคนหนึ่งที่ขอสินเชื่อกับทางสถบันทางการเงินหรือธนาคารต่างๆแล้วได้รับการปฏิเสธไม่ว่าจะมาจากเหตุผลใดๆก็ตาม การอดทนรอถือเป็นเรื่องสำคัญกับเพื่อนๆเป็นอย่างมาก เครดิตที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืนเท่านั้นครับ จริงๆแล้วอาจต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะเรียกเครดิตที่ดีกลับคืนมาได้ ดังนั้น ในช่วงที่อดทนรอ ขอให้เพื่อนๆพยายามสร้างเครดิตที่จะทำให้สถาบันทางการเงินหรือธนาคารต่างมั่นใจในตัวเพื่อนๆต่อไป