อย่าพึ่งคิดว่านี่เป็นแค่ความฝันนะคะ เพราะมันมีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อยที่คนทำงานมีเงินเดือนแค่น้อยนิด แค่เดือนละ 15,000 บาท จะสามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้ บทความเรื่องนี้อาจจะช่วยให้ฝันของใครหลายต่อหลายคนเป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะบทความที่เขียนมาให้อ่านกันนี้จะมีตัวช่วยให้เราได้ คิดใคร่ครวญ ตริตรอง สภาพทางการเงินของเรา และความต้องการของเรา ถ้าทุกอย่างมันพอดีลงตัวมันก็มีความเป็นไปได้ที่คุณ หรือใครที่ฝันอยากจะมีบ้านแสนอบอุ่นเป็นของตัวเองและครอบครัวเกิดขึ้นจริงได้ จึงมีวิธีการมาฝากกันทั้งหมด 4 วิธีด้วยกัน คือ วิธีคำนวณกำลังในการซื้อ/ลงมือหาบ้านในงบที่คำนวณแล้ว/รักษาประวัติเครดิตบูโรให้ดี/เลือกผู้กู้ร่วมที่เหมาะสม ถ้าอย่างนั้นอย่ารอช้าเรามาดูวิธีแรกกันเลยค่ะ

home thailand

OlegD/shutterstock.com

วิธีคำนวณกำลังในการซื้อ

มันเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วว่าการที่คุณมีเงินเดือนแค่เดือนละ 15,000 บาทเท่านั้นคุณไม่สามารถอดออมเก็บเงินเองให้ได้เป็นหลักแสนหลักล้านเพื่อซื้อบ้านในราคาเงินสดแน่ๆ การที่คุณมีเงินเดือนแค่เดือนละ 15,000 บาทนี้การซื้อบ้านของคุณยังไงก็ต้องมีการพึ่งพาสถาบันทางการเงินหรือธนาคารแน่ๆ โดยหลักการของธนาคารส่วนมาก็มีอยู่ว่า การกู้เงินซื้อบ้านนั้นจะพิจารณาว่าผู้ที่กู้หรือตัวคุณนั้นต้องสามารถรับผิดชอบชำระเงินในแต่ละเดือนได้ที่จำนวน 40% ของรายได้ในเดือนนั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีเงินเดือน 15,000 บาท คุณต้องสามารถชำระเงินผ่อนให้ทางธนาคารได้ในทุกๆเดือนอยู่ที่จำนวนเงิน 6,000 บาทค่ะ [ คิดแบบนี้นะคะ 15,000 x 40% = 6,000 บาท ] ดังนั้นถ้าคุณได้ผ่อนชำระเงินให้แก่ธนาคารเพื่อการซื้อบ้านไปแล้วในจำนวนเงิน 6,000 บาท คุณจะมีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆอยู่ที่จำนวน 9,000 บาท เงินจำนวนนี้คุณอาจจะสามารถนำไปใชชำระค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จำเป็นได้อีก แต่ถ้าเกิดตัวคุณมีหนี้สินอย่างอื่นที่ต้องผ่อนชำระอีก เช่น ค่าผ่อนรถ หรือหนี้อื่นๆ แน่นอนว่าเงินที่เหลือจากการผ่อนบ้านนั้นคงไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆแน่ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ค่อนข้างจะยากสักหน่อยที่ทางธนาคารจะอนุมัติเงินกู้เพื่อการซื้อบ้านให้กับคุณ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่คุณจะต้องเคลียร์หนี้สินอื่นๆให้หมดไปซะก่อนยิ่งไม่มีหนี้สินอะไรเลยได้จะยิ่งดีมาก เพราะคุณจะสามารถได้รับการอนุมัติจากธนาคารสำหรับการกู้เงินเพื่อซื้อบ้านได้แน่นอน และทุกๆเดือนที่คุณต้องผ่อนชำระหนี้สำหรับกู้ซื้อบ้านนั้นก็จะไม่ถือเป็นภาระที่หนัก เพราะถึงแม้ต้องชำระหนี่เงินกู้ซื้อบ้านคุณก็ยังมีเงินเหลือไว้ใช้ตั้งเดือนละ 9,000 บาทเชียวนะ และอีกข้อมูลที่จะเอาให้อ่านกันก็คือ ระยะเวลาและวงเงินที่สามารถกู้ได้ถ้าคุณมีรายได้เดือนละ 15,000 บาท ตามนี้ค่ะ

ระยะเวลาในการผ่อนชำระ / วงเงินที่สามารถกู้ได้* 15 ปี / 647,000 บาท

  • 20 ปี / 744,000 บาท
  • 25 ปี / 811,000 บาท
  • 30 ปี / 858,000 บาท
  • 35 ปี / 889,000 บาท

ซึ่งจะมีการคิดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 7.5 ค่ะ

ลงมือหาบ้านในงบที่คำนวณแล้ว

หัวข้อก่อนหน้านี้ก็ได้บอกระยะเวลาและวงเงินที่คนที่มีเงินเดือนแค่เดือนละ 15,000 จะสามารถกู้ได้แล้ว ดังนั้นขั้นตอนต่อไปคุณต้องหาบ้านที่มีราคาไม่เกินงบประมาณที่ทางธนาคารสามารถให้คุณกู้ได้เท่านั้น เช่น ราคาบ้านต้องไม่เกิน 889,000 บาท ในระยะเวลา 35 ปี นี่คือสูงสุดแล้ว แต่การที่คุณจะกู้ในวงเงินจำนวนนี้ได้และในระยะเวลายาวนานแบบนี้ได้ทางธนาคารก็จะดูที่อายุของคุณเป็นหลักด้วยนะคะ ถ้าคุณอายุยังน้อยก็สามารถกู้ได้แต่ถ้าคุณอายุมากขึ้นมาหน่อยละก็ การกู้ในระยะเวลายาวและวงเงินจำนวนสูงสุดนี้อาจจะเป็นไปไม่ได้ค่ะ ดังนั้นดีที่สุดอย่างที่บอกไปควรเลือกสิ่งมันพอดีกับเราไม่มากจนเกินไป การเลือกซื้อบ้านก็เช่นกันเพื่อไม่เป็นภาระการชำระหนี้ที่ยาวนานและเหนื่อยล้าคุณอาจจะหาบ้านที่ราคาไม่แพงมาก เพื่อจะไม่ต้องผ่อนนานเกินไปแบบนี้น่าจะดีกว่านะคะ ซึ่งทุกวันนี้ก็มีบ้านในหลายๆโครงการที่ราคาไม่กี่แสนไม่ถึงล้าน อาจจะอยู่แถบชานเมืองไปหน่อยแต่ถ้าคุณไม่รีบไม่ร้อนหาไปเรื่อยๆก็อาจจะเจอบ้านดีๆสักหลังที่อาจจะอยู่ในพื้นที่ที่คุณสะดวกก็เป็นได้ค่ะ หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็คือ บ้านมือสองที่มีสภาพดีก็น่าสนในนะคะ

รักษาประวัติเครดิตบูโรให้ดี

และถ้าก่อนหน้านี้ก่อนที่คุณจำทำการกู้เงินธนาคารเพื่อการซื้อบ้านคุณเคยมีบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสดต่างๆ คุณได้จ่ายอย่างส่ำเสมอหรือไม่ และมีประวัติที่ดีหรือไม่ในการจ่ายชำระนี้ เพราะข้อมูลตรงนี้นั้นจะไปไปแสดงในเครดิตบูโรเมื่อทางธนาคารตรวจสอบก่อนที่จะทำการอนุมัติการกู้เงินของคุณ ถ้าเกิดคุณมีประวัติไม่ดี เช่นไม่ชำระหนี้ ติดค้าง เมื่อธนาคารตรวจสอบก็จะพบว่าชื่อของคุณติด Blacklist อยู่นั่นก็จะทำให้การกู้เงินเพื่อจะซื้อบ้านจากธนาคารสะดุดได้ค่ะ เพราะธนาคารเกิดความไม่มั่นใจในตัวคุณว่าจะสามารผ่อนชำระหนี้เงินกู้ซื้อบ้านได้หรือไม่ และอีกกรณีหนึ่งถ้าคุณมีบัตรเครดิตในจำนวนที่เยอะเกินไปหลายๆบัตรถึงแม้จะไม่มีการติดค้างหรือไม่มีประวัติไม่ดีหรือ Blacklist ก็ตาม แต่เมื่อทางธนาคารมีการประเมินเปรียบเทียบรายได้ของคุณกับค่าบัตรเครดิตที่คุณต้องชำระนั้นแล้วซึ่งอาจจะทำให้คุณน่าจะไม่เงินเหลือมาชำระเงินกู้ที่กู้เพื่อซื้อบ้านนี้ได้ ธนาคารก็จะอนุมัติยากเหมือนกันค่ะ ทางที่ดีที่สุด คือปลดทุกอย่างออกให้หมด ไม่มีหนี้เลยยิ่งดี บัตรเครบัตรกดเงินสดต่างๆก็ยกเลิกไปบ้างได้ก็ดีนะคะ

เลือกผู้กู้ร่วมที่เหมาะสม

เรื่องนี้ต้องเป็นความจำเป็นจริงๆนะคะ เพราะเรื่องเงินนั้นไม่เข้าใครออกใคร การที่คุณเริ่มมีความคิดอยากจะให้มีใครสักคนมากู้เงินเพื่อการซื้อบ้านร่วมกับคุณนั้น ต้องดูให้แน่ใจและต้องสนิทกันมากจริงๆ เราไว้ใจเค้า เค้าไว้ใจเรา แบบนี้นะคะ และเหตุผลของการที่จะต้องกู้ร่วมกันเพราะ แค่เงินเดือนของคุณคงไม่พอสำหรับบ้านที่เราต้องการจะซื้อ หรือการกู้คนเดียวนั้นเงินกู้ที่ทางธนาคารอนุมัติไม่เพียงพอพอเพียงสำหรับบ้านที่เราอยากจะได้ และคุณอยากจะได้เงินกู้ที่มีจำนวนมากกว่านั้น การที่เอาอีกสักคนมาร่วมกู้ก็จะทำให้เงินกู้ที่ทางธนารอนุมัตินั้นเพิ่มจำนวนขึ้นมาจนเพียงพอเพื่อจะได้บ้านหลังนั้นในฝันมาครอบครอง และในอีกกรณีหนึ่ง เมื่อคุณเองมีภาระการผ่อนชำระในแต่ละเดือนที่มากเกินไปทำให้ทางธนาคารอนุมัติได้ยาก การกู้ร่วมกันเพื่อจะซื้อบ้านก็เป็นทางเลือกที่ดีเพื่อให้ได้รับการอนุมัติง่ายขึ้น เพราะถือว่าเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับธนาคารเพิ่มเป็นสองเท่านั่นเอง ก็พูดง่าย คือชวนเพื่อนมาเป็นหนี้ไปด้วยกันนั่นเอง และมีส่วนร่วมกันในการชำระหนี้โดยทางกฏหมายและเงื่อนไขในสัญญา แต่ในความเป็นจริงแล้วคือคุณอาจะเป็นคนที่ชำระแต่ผ่ายเดียวเพราะเพื่อหรือคนที่มายอมกู้ร่วมกับคุณนั้นคุณแค่ใช้ชื่อของเขาเท่านั้น ดังนั้นอย่าพลาดพลั้งทำให้เขาเสียเครดิตไปด้วยล่ะ ไม่งั้นความเป็นเพื่อนแตกหักแน่ๆ หรือถ้าจะให้สะดวกกว่านั้นไม่ต้องมองหน้ากับใครไม่ติดการกู้ร่วมที่เป็นการกู้ร่วมกับญาติขงอเราก็เป็นสิ่งที่ดีกว่า และในบางธนาคารก็มีเงื่อนไขแตกต่างกันออกไป อาจจะกำหนดว่าต้องเป็นพี่น้องที่พ่อแม่เดียวกัน นามสกุลเดียวกัน พ่อแม่กู้ร่วมกับลูก สามีกู้ร่วมกับภรรยา ซึ่งไม่ว่าจะแบบไหนก็จะต้องมีเอกสารที่มายืนยันตามที่ทางธนาคารเรียกร้องและต้องการค่ะ ซึ่งในการกู้ร่วมเพื่อการซื้อบ้านนั้นสามารถทำได้ 2 แบบ คือ ให้กรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของบ้านนั้นเป็นชื่อของบุคคลคนเดียวเท่านั้น แต่เวลากู้ยืมใช้การกู้ร่วมกัน ให้กรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของบ้านกับทุกคนที่มีชื่อในการกู้ร่วมกันเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนรวม ซึ่งทางธนาคารจะตรวจสอบพินิจพิจารณารายได้ของทุกคนที่จะทำการกู้ร่วมกัน โดยทำเช่นเดียวกับการกู้คนเดียว คือดูภาระค่าใช้จ่ายของทุกคน ตรวจเช็คเครดิตบูโร ประวัติการเงินต่างๆ ก่อนที่จะทำการอนุมัติเงินก้อนให้ นี่ก็เป็น 4 วิธีในการเริ่มต้นเมื่อคิดจะกู้เงินเพื่อซื้อบ้านสักหลังที่คุณต้องลองทำดู แต่ยังมีเคล็ดลับที่จะนำมาฝากกันอีกสำหรับการจัดการเงินกู้ที่กู้มาเพื่อซื้อบ้านสิ่งสำคัญหลังจากได้เงินกู้แล้วได้รับการอนุมัติมาแล้วต่อมา คือช่วงเวลาการผ่อนชำระเงินคืนนี่ละที่ทำให้ใครหลายคนปวดหัวมากมาย แต่เราจะจัดการอย่างไรให้มันไม่เกิดขึ้นกับตัวคุณ มาดู 6 วิธีนี้กันค่ะ

มองความสามารถของตัวเองตามความเป็นจริง

ไม่มโนนะคะทุกคนวิธีนี้ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนกู้เงินไปเลย คือรู้สภาพการเงินของเราในปัจจุบันซึ่งจะช่วยให้คุณมองออกถึงสภาพทางการของคุณในอนาคตด้วย ว่าจะสามารถผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือนได้มากน้อยแค่ไหนกัน และอย่าลืมหักค่าใช้จ่ายออกด้วยค่ะ และอย่าลืมนึกถึงเงินเก็บด้วยนะคะ และอย่าลืมคำนี้ กู้มาก ดอกเบี้ยมาก เอาตามความจริงตามความต้องการของเราดีกว่าค่ะอย่าเกินความจริงเกินความต้องการ อนาคตจะลำบาก

เลือกสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ย

แต่ละธนาคารก็มีสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไป ควรเลือกอย่างดให้ตรงกับความต้องการของคุณ เนื่องจากความไม่เหมือนของแต่ละธนาคารจึงควรนำมาเปรียบเทียบเพื่อเราจะมีทางเลือกมากขึ้น เพื่อการกู้เงินซื้อบ้านของเราจะทำให้เราได้ประโยชน์มากที่สุดค่ะ

มีระเบียบในการผ่อนชำระ

ห้ามลืมการผ่อนชำระโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้คุณสูญเสียค่าใช้จ่ายอื่นโดยไม่จำเป็น อาจจะทำวิธีให้การผ่อนชำระเป็นการตัดผ่านบัญชีไปเลยก็ได้เพื่อตัดปัญหาตรงนี้สำหรับคนขี้ลืมค่ะ

เมื่อมีเงินพิเศษหรือเหลือใช้ให้นำมาโปะ

ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านั้นเป็นดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เราจึงจำเป็นต้องลดต้นให้ได้มากที่สุดเร็วที่สุด เพื่อให้ดอกเบี้ยในแต่ละงวดนั้นลดลงตามมา แต่ก็อย่าลืมดูเงื่อนไขและสัญญาด้วนะคะว่าสามารถเริ่มการโปะหนี้นี้ได้เมื่อไหร่

จัดการรีไฟแนนซ์เมื่อเห็นว่ามีโอกาสที่ดี

นี่เหมือนการเปลี่ยนการกู้และผ่อนชำระกับธนาคารไปกู้และผ่อนชำระกับสถาบันทางการเงินอื่นแทน เมื่อสถาบันทางการเงินั้นมีข้อเสนอที่ดีกว่า ถ้าคุณต้องการจะทำอย่างนี้อย่าลืมดูค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขด้วยค่ะ เช่นจะมี ค่าธรรมเนียมการยกเลิกสัญญาเงินกู้ก่อนกำหนด หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น ค่าจดจำนองลักประกัน/ค่าอากรแสตมป์/ค่าใช้จ่ายในการประเมิน

อย่าลืมผลประโยชน์จากภาษีในทุกๆปี

ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระเงินกู้ซื้อบ้านนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท เห็นมั้ยคะว่า เงินเดือนแค่เดือนละ 15,000 บาทก็สามารถทำให้คุณเป็นเจ้าบ้านหลังหนึ่งได้เช่นกัน ถ้าคุณรู้จักความต้องการของตัวเอง ประเมินตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ฉลาดเลือกใจเย็นๆ มีวินัยความเป็นระเบียบด้านการเงิน และขยันในการตรวจเช็คผลประโยชน์และอัตราดอกเบี้ย ทำให้คุณสามารถกู้ได้และมีช่วงเวลาที่ดีในการผ่อนชำระและมีความสุขในบ้านในฝันของคุณค่ะ