ปัญหาเศรษฐกิจที่ถดถอยลงในทุกวันนี้ พาให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆมีราคาแพงกันมากขึ้น ในขณะที่รายได้ยังคงไม่มีที่ท่าว่าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย มิหนำซ้ำการหางาน หาเงินเพิ่มล้วนไปเป็นในทิศทางที่ยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเหตุเกิดปัญหาปากท้อง เงินใช้จ่ายในครัวเรือนมีไม่เพียงพออีกต่อไปตามมา ซึ่งพาให้หลายๆคนในทุกวันนี้จำต้องหันหน้าเดินเข้าหาสินเชื่อจากธนาคารสักแห่ง เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินของตัวเอง ไว้ใช้ตั้งหลักให้กับธุรกิจหรือครอบครัวให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ในขณะที่ปัจจุบันนี้สถาบันการเงินต่างๆก็จำกัดการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น เพื่อที่ทางสถาบันการเงินเองจะสามารถรักษาสภาพคล่องทางการเงินของตัวเองในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยแบบนี้ไว้ได้เช่นกัน เป็นเหตุให้การขอสินเชื่อจากธนาคารในทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมีเงื่อนไขเยอะขึ้น อนุมัติกันยากขึ้น จึงทำให้หลายๆคนที่เข้ามาขอสินเชื่อกับธนาคารในทุกวันนี้รู้สึกเริ่มเป็นกังวลว่าใบสมัครของตัวเองนั้นจะได้รับการอนุมัติไหม? แล้วถ้าอยากกู้ให้ผ่าน ต้องมีวิธีอะไร เตรียมตัวแบบไหนที่จะพอทำให้ธนาคารอนุมัติได้บ้าง ซึ่งในวันนี้ล่ะค่ะเรามีทริคดีๆในการขอสินเชื่อให้ผ่านได้ไม่ยากมาฝากเพื่อนๆ กับ “ขอสินเชื่อให้ผ่านในครั้งเดียว.. ไม่ยากอย่างที่คิด..” จะไม่ยากจริงไหม? อันนี้ก็ต้องไปพิสูจน์กันได้เลยค่ะ

มีประวัติดี ก่อนยื่นขอกู้เงิน

เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วที่ธนาคารจะให้โอกาสปล่อยกู้กับลูกค้าชั้นดี หรือลูกค้าที่มีประวัติการเงินที่ดีมาโดยตลอดค่ะ ซึ่งหากเรามีประวัติการชำระที่ดี ส่งค่างวดอะไรต่างๆตรงเวลา ไม่เคยมีประวัติเบี้ยวหนี้หรือผิดนัดชำระใดๆมาก่อน ก็มีโอกาสสูงที่จะได้รับการอนุมัติการขอสินเขื่อกับธนาคารในครั้งนี้ค่ะ ซึ่งการมีประวัติดี ก่อนยื่นขอกู้เงินนับเป็นสิ่งสำคัญด่านแรกๆเลยที่ธนาคารจะใช้พิจารณาสินเชื่อต่อให้กับคุณที่จะต้องผ่านในขั้นตอนต่อๆไปค่ะ การมีประวัติการเงินที่ดีนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถที่จะปกปิด หรือบิดเบือนความจริงจากการให้ข้อมูลหรอกได้นะคะ เพราะถึงแม้ข้อมูลที่เราระบุไว้จะเป็นจริงมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ทางธนาคารเองจะเข้าทำการตรวจสอบประวัติการเงินของเราจนแน่ใจจากถังข้อมูลกลางของศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือที่เราเรียกกันว่า “เครดิตบูโร” นั่นเองค่ะ ซึ่งในถังข้อมูลนี้จะแสดงหนี้สินและประวัติการชำระของเราทั้งหมดที่มีอยู่ ถ้าตลอดมาเรามีประวัติการชำระที่ดี เป็นลูกหนี้ที่ดีมาโดยตลอด โอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อให้กับเราก็สูงตามไปด้วยค่ะ

มีความสามารถในการชำระหนี้

แน่นอนว่าการมีประวัติการเงินที่ดีมาโดยตลอดของเราเป็นแค่เพียงขั้นตอนหนึ่งที่จะช่วยให้การขอสินเชื่อของเรามีโอกาสที่ได้รับการอนุมัติสูงขึ้น ในส่วนขั้นตอนถัดมาที่ไม่แพ้กันเลยก็คือ ทางธนาคารจะดูว่าเรามีความสามารถในการชำระหนี้ไหมค่ะ ซึ่งหากเรามีรายรับประจำที่แน่นอนในทุกๆเดือน แต่ก็มีหนี้สินอื่นๆที่ต้องชำระในแต่ละเดือนอยู่ด้วย การพิจารณาการขอสินเชื่อใหม่ในครั้งนี้ของเรา ธนาคารก็จะทำการรวมยอดหนี้ทั้งหมด และประเมินความสามารถในการชำระหนี้จากรายรับของเราค่ะ ซึ่งหากพบว่าสูง ทางธนาคารอาจปรับลดวงเงินสินเชื่อให้กับเราต่ำลง  หรือในกรณีที่เรามีหนี้ยอดรวมที่สูงจนเกินไป ทางธนาคารก็อาจไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับเราเลยค่ะ ดังนั้นการขอสินเชื่อของเราในครั้งนี้ หากอยากให้ได้โอกาสที่จะผ่านการอนุมัติได้สูง และได้จำนวนเงินตามที่เราต้องการมากขึ้นล่ะก็ควรจะปิดหนี้ที่มีอยู่ลงไปให้มากที่สุดเสียก่อนค่ะ เมื่อหนี้ที่เคยมีนั้นเหลือน้อย หรือไม่มีแล้ว แน่นอนว่าการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้กับเราย่อมมีโอกาสสูงตามไปด้วย เพราะทางธนาคารเห็นแล้วว่าเรามีความสามารถในการชำระหนี้คืนให้กับเขาได้แน่นอนนั่นเองค่ะ

มีรายได้ตามข้อกำหนด

ก่อนที่เราจะไปยื่นขอเชื่อสินเชื่อจากธนาคารควรตรวจสอบเงื่อนไขในเรื่องของรายได้เราเสียก่อนนะคะ ว่าเรามีรายได้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของธนาคารไหม ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งก็จะมีข้อกำหนดและเงื่อนไขในเรื่องรายได้ของผู้ขอสินเชื่อที่แตกต่างกันออกไปค่ะ บางทีนับรายรับที่ใช้ในการพิจารณาเฉพาะเงินเดือนที่รับเต็มเท่านั้น ในขณะที่ทางสถาบันการเงินบางแห่งนับรายรับที่มีทั้งเงินเดือน ค่าล่วงเวลา และรายได้เสริมอื่นๆรวมกันเป็นรายรับทั้งหมดให้กับผู้กู้ด้วย ดังนั้นก่อนจะไปยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารใดก็ควรสอบถามและศึกษาถึงเงื่อนไขในเรื่องรายได้นี้ให้ชัดเจนกันด้วยนะคะ เพื่อที่การพิจารณาสินเชื่อที่เราขอไปจะได้รับอนุมัติได้ง่ายขึ้น เพราะเรามีรายได้ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดที่ทางธนาคารได้ระบุไว้นั่นเองค่ะ

มีหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจน

โดยปกติการขอสินเชื่อของธนาคารนั้น เรามักจะต้องมีเอกสารสำคัญยื่นประกอบการขอสินเชื่อร่วมเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อสกุล และเอกสารสำคัญที่ขาดเสียมิได้เลยคือ ต้องมีหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจนค่ะ ซึ่งหากเป็นพนักงานประจำ พนักงานออฟฟิศ หรือที่เราเรียกกันว่ามนุษย์เงินเดือนนั้น เอกสารหลักฐานทางการเงินก็คือ สลิปเงินเดือน หรือใบรับรองการทำงานนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ก็ยังต้องเตรียมสำเนาสมุดบัญชีย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งหากว่าใครไม่ค่อยได้ไปอัปเดตสมุดบัญชีธนาคารไว้ล่ะก็คงต้องไปขอ Statement ย้อนหลังจากธนาคารเจ้าของบัญชีเตรียมกันไว้ก่อนได้เลยค่ะ เพราะการขอสินเชื่อนั้นทางธนาคารจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เอกสารสำคัญเหล่านี้ในการประกอบการพิจารณาให้เราค่ะ

แต่หากว่าเพื่อนๆท่านใดที่เป็นเจ้าของกิจการแต่ประสงค์อยากจะขอสินเชื่อนั้น เอกสารประกอบการพิจารณาอย่างสลิปเงินเดือน หรือใบรับรองการทำงานก็คงจะไม่มีจริงไหมคะ ซึ่งในกรณีนี้หลักฐานทางการเงินของบรรดาเจ้าของกิจการทั้งหลายที่จะต้องยื่นเพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อก็จะเป็น Statement ย้อนหลัง 6 เดือนเท่านั้นค่ะ ดังนั้นในส่วนนี้ก็อยากจะขอแนะนำเพื่อนๆที่เป็นเจ้าของกิจการกันไว้สักหน่อยว่า เนื่องจากว่ารายได้จากการดำเนินธุรกิจนั้นไม่มีความสม่ำเสมอเหมือนกับชาวมนุษย์เงินเดือน เราจึงควรทำการ “เดินบัญชี” เพื่อให้มีหลักฐานทางการเงินก่อนการไปยื่นขอสินเชื่อค่ะ ด้วยการนำเงินรายได้ทั้งหมดที่เข้ามาในแต่ละครั้งนั้นเข้าไปฝากไว้ในบัญชีธนาคารก่อนที่จะเบิกถอนเพื่อนำไปใช้จ่ายในส่วนอื่นๆค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อจะมีหลักฐานทางการเงินมาแสดงเมื่อทางธนาคารต้องการเอกสารหลักฐานทางการเงินของเรานั่นเองค่ะ เมื่อเราสามารถนำเอกสารประกอบการขอสินเชื่อมาได้ครบถ้วนตามที่ธนาคารต้องการได้ ที่นี้การพิจารณาขั้นตอนต่างๆต่อๆไปก็จะเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นค่ะ

ใช้เงินสินเชื่อที่ได้..อย่างคุ้มค่าที่สุด

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ “ขอสินเชื่อให้ผ่านในครั้งเดียว.. ไม่ยากอย่างที่คิด..” ที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้ การขอสินเชื่อคงเป็นเรื่องง่ายดายกันไปเลยสำหรับท่านที่มีวินัยทางการเงินมาตลอด แต่ในส่วนเพื่อนๆที่ยังขาดข้อใดข้อใดหนึ่งไปจากที่เราได้แนะนำมาก็ใช่ว่าจะหมดหวังกับการขอสินเชื่อธนาคารกันไปเลยนะคะ เพียงแค่คงต้องกลับไปเตรียมตัวกันใหม่ให้พร้อมเสียก่อนแล้วค่อยทำการยื่นขอสินเชื่อค่ะ ซึ่งสิ่งสำคัญในการขอสินเชื่อคงไม่ใช่เรื่องที่จะมากังวลว่าธนาคารจะอนุมัติไหม? แต่สิ่งที่เราควรจะเน้นและให้ความสำคัญให้มากนั่นก็คือ เมื่อเราได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารแล้วก็ขอให้นำเงินสินเชื่อที่ได้ไปใช้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์ให้คุ้มค่าให้ได้มากที่สุดค่ะ นอกจากนี้ก็ต้องรักษาวินัยการเงินให้มากอย่างเคร่งครัด รู้จักชำระหนี้ให้ตรงเวลา เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าเราเป็นผู้ที่มีประวัติการเงินที่ดี เพื่อที่การขอสินเชื่อในครั้งต่อๆไปยามที่เราเดือดร้อนขาดสภาพคล่องทางการเงินก็จะเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้นค่ะ