ปกติแล้วหลายคนที่เลือกซื้อคอนโดก็จะต้องมองว่าคอนโดนั้นมีทำเลที่ดีไหม หรือคอนโดที่จะซื้ออยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรือทางเดินที่สะดวกตอบที่ทำงานหรือการซื้ออาหาร, ช้อปปิ้งต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าการซื้อคอนโดก็มีปัจจัยหลายอย่างแต่ถ้าสมมุติว่าคุณอยากได้คอนโดที่มีราคาประมาณ 2 ล้านขึ้นไปคุณจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? บทความนี้จะพูดถึงการเตรียมตัวที่จะซื้อคอนโด 2 ล้านต้องมีเงินเดือนที่ควรจะได้เท่าไหร่, หรือดูราคาที่ต้องผ่อนชำระว่าคุณจะผ่อนหมดเมื่อไหร่, และดูเงินดาวน์ที่ต้องลง, หรือรีไฟแนนซ์เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมต่างๆทำนองนี้เราจะมาดูทีละขั้นกันว่าควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาเริ่มที่ขั้นแรกกันเลยดีกว่าเราจะให้ข้อมูลดังต่อไปนี้กับคุณ…

condo thailand

Cbenjasuwan/shutterstock.com

ดูเงินเดือนที่ควรได้

salary thailand

EvMedvedeva/shutterstock.com

แน่นอนว่าหลายคนก็คงคิดอยู่แล้วว่าก่อนที่จะซื้อคอนโดคุณก็จะต้องมีความสามารถในการผ่อนซึ่งแน่นอนการผ่อนก็ต้องมาจากเงินเดือนที่คุณได้รับจากการทำงานในแต่ละเดือนซึ่งอันที่จริงหลายๆคนก็ไม่สามารถซื้อสดเลยได้ทีเดียว ดังนั้นเป็นเรื่องที่หลายคนทำกันมากหลายในทุกวันนี้คือจะต้องผ่อนเดือนต่อเดือนเพื่อที่จะให้หนีมันหมดเร็วขึ้น ซึ่งคุณอาจจะลองทำบัญชีรายรับรายจ่ายของคุณสักระยะหนึ่งก่อนที่คุณจะมีเป้าหมายซื้อคอนโดคุณอาจจะลองดูว่าในแต่ละเดือนคุณมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่และมีรายรับเท่าไหร่ซึ่งหลายคนก็จะมีร้านสไตล์ที่ต่างกันซึ่งบางเดือนคุณอยากซื้อสินค้าหรือช้อปปิ้งหลายๆอย่าง แต่คุณอาจจะลองทำดูสัก 2 หรือ 3 เดือนในการเก็บเงินในแต่ละเดือนให้เหมือนกับว่าคุณจะผ่อนคอนโดแต่ที่จริงแล้วคุณแค่ลองดูเฉยๆว่าคุณสามารถให้เงินตรงนี้ได้ไหมในแต่ละเดือน ซึ่งการทำรายรับรายจ่ายนั้นบางคนอาจใช้เงินหมดไปในแต่ละเดือนโดยที่ไม่มีเงินเก็บเลยแต่บางคนก็เก็บเงินอยู่บ้างแต่ก็อดไม่ได้ที่จะซื้อของบางอย่างหรือบางคนก็ใช้จ่ายเกี่ยวกับการลงทุนทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งคุณอาจจะต้องลองดูว่าคุณสามารถทำได้หรือเปล่าซึ่งนี่ก็เป็นอีกวิธีนึงที่คุณสามารถลองทำดูได้ว่าคุณจะทำอย่างไรในการจัดการเรื่องเงินของคุณให้ไม่ฟุ่มเฟือยในสิ่งที่ไม่จำเป็นคุณอาจจะต้องลองประหยัดหรือปรับลดลงในการใช้จ่ายและเพิ่มอัตราส่วนในการออมให้มากขึ้น ถ้าคุณทำได้การซื้อคอนโดก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณแล้ว

ดูราคาที่ต้องผ่อนชำระ

แน่นอนว่าเราก็ต้องดูว่าการผ่อนชำระเดือนต่อเดือนนั้นจะมีราคาเท่าไหร่เราก็ต้องมาชั่งดูว่าราคานั้นเราจะจ่ายไหวไหม การงานที่เรามีพอที่จะจ่ายชำระในแต่ละเดือนได้ไหม ซึ่งคุณจะต้องคิดดูว่างานที่คุณมีอยู่สามารถเก็บเงินได้ส่วนหนึ่งเพื่อที่จะมาผ่อนชำระคอนโดที่คุณกำลังจะซื้อ เพราะว่ามันจะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเฉพาะทุกๆเดือนในการผ่อนคอนโดเท่านั้น ยังมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามมาอย่างเช่นค่าไฟและค่าน้ำและยังมีค่าส่วนกลางอีกด้วย แล้วไหนจะมีค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันของคนด้วยที่คุณจะต้องกลับเงินไว้ส่วนหนึ่งเพื่อคิดถึงเรื่องนี้หรือเรื่องฉุกเฉินอย่างเช่นถ้าคุณหรือคนในครอบครัวป่วย ถ้าสมมุติว่าคุณคำนวณดูแล้วคุณสามารถที่จะผ่อนได้หรือคุณสามารถมีเงินเก็บที่จะผ่อนชำระได้นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีมากและการซื้อคอนโดก็จะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณ แต่ถ้าสมมุติว่าคุณคำนวณแล้วรายได้ของคนมีน้อยจริงๆและไม่สามารถที่จะผ่อนชำระได้ในแต่ละเดือนไม่ว่าจะเป็นเรื่องอื่นๆด้วยอย่างเช่นค่าไฟค่าน้ำเปล่ามันก็อาจเป็นเรื่องยากมากที่คุณจะซื้อคอนโดและเป็นการไม่ฉลาดเลยถ้าคุณซื้อคอนโดในเมื่อคุณไม่ได้คำนวณว่าคุณมีเงินหรือเปล่า

ดูเงินดาวน์ที่ต้องลง

การคำนวณดูเงินดาวน์ก่อนที่จะซื้อก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะถ้าคุณมีเงินดาวน์มากเท่าไหร่การผ่อนชำระคอนโดก็จะยืดหยุ่นใช้เวลาน้อยลง คุณสามารถชำระผ่อนในเวลาที่ไม่นานจนเกินไปเพื่อคุณสามารถเป็นเจ้าของคอนโดได้เลยโดยไม่ใช้เวลานานเกินไป ซึ่งอันที่จริงแล้วคุณจะต้องกำหนดราคาขั้นต่ำของคุณคิดว่าคอนโดที่คุณจะซื้อน้ำราคาเท่าไหร่และลองประเมินดูว่าคุณมีเงินดาวน์ประมาณเท่าไหร่ อันที่จริงมันก็อยู่กับว่าธนาคารหรือคอนโดนานๆมีเงื่อนไขอย่างไรในการผ่อนชำระคอนโดอีกด้วย

ดูระยะเวลาที่ต้องผ่อนชำระ

how long home loan

Yom Bangyai/shutterstock.com

อันที่จริงคุณควรที่จะคิดดูว่าถ้าคุณใช้เวลาระยะการผ่อนนานจนเกินไปดอกเบี้ยก็จะสูงตามมาด้วยดังนั้นให้คุณลองคิดดูว่าคุณอยากให้เวลาลดลงมาในการผ่อนให้น้อยลงดีกว่าไหมเพื่อที่จะเก็บเงินและไม่ต้องเสียเงินมากเกินไปกับดอกเบี้ย ซึ่งตามปกติแล้วถ้าคุณมีเงินอยู่แล้วคุณตั้งสัญญาการผ่อนประมาณ 20 ปีสมมุติว่าคุณผ่อนประมาณ 5 ปีแล้วแล้วคุณมีความสามารถที่จะจ่ายทั้งหมดในตอนนั้นก็จะเป็นการฉลาดกว่าที่จะจ่ายเพราะถ้าคุณไม่จ่ายตอนนั้น 20 ปีข้างหน้าคุณอาจจะต้องให้ดอกเบี้ยหลายแสนบาทเลยทีเดียว เพราะเนื่องจากมีประสบการณ์จากตัวเองมาด้วยครอบครัวก็เคยผ่อนบ้านกับธนาคารก็จะเป็นประมาณนี้ ซึ่งดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นแน่นอนยิ่งระยะเวลานานเท่าไหร่ดอกเบี้ยก็จะเพิ่มมากเท่านั้น ซึ่งเป็นการไม่คุ้มมากๆถ้าคุณใช้เวทแล้วเวลาในการผ่อนนานจนเกินไป

รีไฟแนนซ์เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

ความหมายของการทำรีไฟแนนซ์ก็คือการชำระเงินกู้ที่อยู่ในปัจจุบันทั้งหมดด้วยเงินกู้ใหม่อีกทีนึงซึ่งจะใช้ทรัพย์สินตัวเดิมเป็นหลักประกันเพื่อที่จะขอเงินกู้จากสถาบันการเงินแห่งใหม่เพื่อที่จะนำไปปลดภาระเงินกู้เก่าที่มีอยู่ ซึ่งรีไฟแนนซ์ในกรณีผ่อนบ้านนั้นหรือผ่อนคอนโดปกติแล้วก็จะมีปัญหาของอะไรคนซึ่งหมุนเงินไม่ทันซึ่งมีก้อนเดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงอยู่แล้วก็จะต้องจ่ายสูงขึ้นอีกดังนั้นเป้าหมายของการรีไฟแนนซ์ก็คือทำให้อัตราดอกเบี้ยต่ำลงและค่างวดต้องจ่ายแต่ละเดือนนั้นก็ลดลงด้วย ดังนั้นการทำรีไฟแนนซ์ที่ถูกต้องจะต้องเป็นการกู้เงินที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวของผู้กู้มากที่สุดซึ่งอัตราส่วนค่าใช้จ่ายนั้นทั้งหมดกับหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมก่อนหน้านี้การทำรีไฟแนนซ์นั้นก็จะช่วยคุณให้ลดลงจากเดิม อันที่จริงแล้วการทำรีไฟแนนซ์นั้นก็จะมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่ที่ถูกกว่าซึ่งจะทำให้เราผ่อนชำระดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิมลงมาหน่อยนึง แต่บางกรณีแล้วได้วงเงินกู้มากขึ้นกว่ายอดคงค้างเดิมแต่แค่บางกรณีเท่านั้น การทำรีไฟแนนซ์น้ำยังช่วยรับการลดภาระหนี้ทำให้จำนวนเงินที่ต้องผ่อนต่อเดือนนั้นลดลงซึ่งการได้เงินส่วนต่างๆจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงนั้นทำให้มีเงินเหลือใช้จ่ายส่วนอื่นๆที่จำเป็นมากขึ้นได้หรือสามารถนำเอาไปหมุนเวียนใช้จ่ายหรือทำธุรกิจ แต่การทำรีไฟแนนซ์ก็มีข้อเสียด้วยซึ่งระยะเวลาการผ่อนชำระก็จะนานขึ้นก็จะเสียค่าจัดรีไฟแนนซ์ใหม่อีกด้วยเพราะตอนที่คนทำรีไฟแนนซ์ใหม่ควรจะต้องเสียค่าดำเนินการเสียเวลาและอาจจะต้องเสียค่าปรับถ้าคุณมีการถ่ายถอนก่อนกำหนด และอีกเรื่องนึงก็อาจจะมีความยุ่งยากในการเตรียมเอกสารต่างๆเช่นเอกสารเกี่ยวกับรายได้ของผู้กู้ซึ่งปัจจุบันนั้นผู้กู้ตกงานไม่มีรายได้หรือไม่สามารถหาเอกสารที่ยืนยันรายได้ของตัวเองมาได้นั้นก็จะไม่สามารถทำการรีไฟแนนซ์ได้

ดังนั้นคุณอาจจะลองหาขั้นตอนการทำรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านหรือคอนโดดูซึ่งอันดับแรกคุณอาจจะลองพิจารณากับพนักงานก่อนว่าธนาคารไหนที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกที่สุดหรือต่ำที่สุดซึ่งมี 1 ธนาคารที่เป็นที่รู้จักกันดีและมีชื่อเสียงอยู่ก็คือสินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่จริงแล้วมีหลายธนาคารแต่อาจจะให้ตัวอย่างมา 1 ธนาคารซึ่งธนาคารนี้ก็มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเหมือนกัน เพราะคุณรู้ว่าอัตราดอกเบี้ยมาจากสถาบันไหนหรือคุณจะใช้ธนาคารใดแล้วคุณจะต้องคำนวณว่าว่าจะต้องนำข้อมูลสินเชื่อในสัญญาเก่าครูบ้านอันเก่าที่ยังคงเหลืออยู่นั้นมาเปรียบเทียบกับสัญญาเงินกู้ที่ทำรีไฟแนนซ์ฉบับใหม่ว่ามันต่างกันอย่างไร แล้วคุณก็สามารถยื่นตัดสินใจขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารที่คุณปักใจว่าอยากจะขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารนั้นต่อมาคุณอาจจะติดต่อกับธนาคารเก่าเพื่อขอสเตทเม้นสรุปยอดหนี้เงินกู้ทั้งหมดและนำเอกสารนี้ไปยื่นที่ธนาคารใหม่ที่คุณจะขอรีไฟแนนซ์ ตอนนี้คุณทำการยื่นเรื่องเงินกู้ใหม่กับธนาคารใหม่คุณอาจจะต้องรอผลอนุมัติจากธนาคารที่เงินกู้ใหม่สักพักก่อนที่ธนาคารเขาจะอนุมัติให้กับคุณแล้วพวกเขาจะติดต่อกับธนาคารเก่าเพื่อนัดวันไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดินเจ้าหน้าที่เขาจะทำการโอนที่ดินหรือโอนเรื่องต่างๆพูดถึงบ้านและจากนั้นก็เป็นอันเสร็จสิ้น

ได้อ่านดูกันแล้วก็รู้ได้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะซื้อบ้านหรือคอนโดหลังนึงได้ง่ายๆคุณจะต้องพิจารณาหลายอย่างว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้างและคุณมีความสามารถที่จะจ่ายผ่อนชำระในแต่ละเดือนได้หรือเปล่า จะเชื่อได้เลยว่าเพื่อนๆก็คงจะหาข้อมูลมากพอสมควรก่อนที่เพื่อนๆจะลงรายละเอียดหรือยื่นเรื่องในการซื้อคอนโด ซึ่งการพิจารณาในแต่ละอย่างก็มีความยากง่ายและมีข้อดีข้อเสียซึ่งควรจะต้องมีความรู้อยู่บ้างก่อนที่คุณจะตัดสินใจดังนั้นการที่คุณจะพิจารณาว่าการรีไฟแนนซ์แต่ละครั้งคุ้มค่าหรือไม่นั้นคุณจะต้องพิจารณาดูว่าส่วนต่างที่ประหยัดจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงนั้นลดลงประมาณเท่าไหร่จากเดิม ซึ่งคุณอาจจะเช็คดูก่อนก่อนตัดสินใจก็ได้ว่ามันคุ้มค่าไหมถ้าคุณจะทำในไฟแนนซ์มันลดอัตราดอกเบี้ยไปประมาณเท่าไหร่และรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการทำรีไฟแนนซ์ครั้งใหม่ของคุณนั้นมีประโยชน์หรือเสียประโยชน์มากกว่ากัน คุณจะต้องชั่งดูว่ามันคุ้มค่าไหมที่คุณจะทำการรีไฟแนนซ์หรือยื่นเรื่องทำ งั้นขอให้เพื่อนๆลองพิจารณาดูปัจจัยต่างๆดูว่าคุ้มค่าหรือเปล่าถ้าเพื่อนๆคิดว่าเพื่อนๆสามารถทำได้ก็อาจจะลองดูและลองถามรายละเอียดจากเพื่อนที่รู้จักหรือจากพนักงานธนาคารโดยตรงเลยก็ได้ซึ่งปัจจุบันคุณสามารถคุยกับพนักงานของธนาคารต่างๆได้ผ่านทางออนไลน์ได้ด้วยซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องไปหาเขาที่ธนาคารเลย แล้วประหยัดเวลาของคุณเพื่อที่จะทำสิ่งอื่นด้วย ดังนั้นขอให้เพื่อนๆหารายละเอียดและข้อมูลอย่างละเอียดคิดดูดีๆแล้วปรึกษาคนที่คุณพอจะไว้ใจได้ก่อนที่คุณจะลงมือทำหรือลงมือตัดสินใจซื้อคอนโด จากเรื่องที่อ่านไปข้างบนนั้นเป็นเพียงแค่ข้อมูลความรู้นิดหน่อยเท่านั้นอันที่จริงมีมากกว่านั้นซึ่งคุณสามารถหาได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ตโดยตรง