ทุกวันนี้ คอนโดมิเนียม หรือที่เราเรียกติดปากกันแบบสั้นๆว่า “คอนโดฯ” เป็นที่ต้องการของใครหลายๆคนที่ต้องทำงานในเมืองใหญ่ เหตุผลที่อยากมีคอนโดฯก็ล้วนแตกต่างกันไป  ไม่ว่าจะเป็น ไม่อยากเสียค่าเช่าเลยอยากเอามาซื้อทรัพย์สินที่สามารถเป็นของตัวเองได้ หรือบางคนก็มามีครอบครัวในช่วงที่ทำงานในเมืองใหญ่ จึงอยากให้ครอบครัวมีที่พักที่สบายแต่ครั้นจะซื้อบ้านพร้อมที่ดินก็คงเป็นไปไม่ได้ คอนโดฯจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ที่คนเราอยากได้คอนโดฯ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องทำเหมือนกันคือ การกู้เงินซื้อคอนโดฯ  การกู้เงินซื้อคอนโดฯเป็นทางออกของใครหลายๆคนที่อยากมีที่พักในเมืองใหญ่ แต่เราต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพื่อให้การกู้ซื้อคอนโดฯของเราได้รับการพิจารณาจากสถาบันทางการเงินต่างๆ

สำรวจตัวเองว่าพร้อมไหม

หลายคนอาจถามว่ามีเงินเดือนเท่านี้สามารถซื้อคอนโดฯได้ไหม นี่เป็นคำถามแรกๆที่คนอยากมีคอนโดฯถามกัน ดังนั้นการสำรวจความพร้อมของตัวเองเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่มีใครสามารถบอกคุณได้ว่าเงินเดือนเท่าไรถึงซื้อคอนโดฯได้ บางคนได้เงินเดือนเป็นแสนแต่ขาดการบริหารจัดการเรื่องเงินก็ไม่สามารถซื้อได้ แต่ในทางกลับกันบางคนมีเงินเดือนหลักหมื่นก็ผ่อนได้สบายแล้ว  เราจะสำรวจตัวเองได้อย่างไรว่าเรามีความพร้อม มีอะไรบ้างที่เราสามารถตรวจสอบความพร้อมของตัวเอง

  • รายได้สุทธิกับวงเงินที่ขอกู้  รายได้สุทธิคืออะไร  คำตอบคือ รายได้ที่มีการคำนวนมากจากเงินเดือนที่เราได้แล้วนำมาลบกับรายจ่ายที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือน นั่นคือความหมายของคำว่ารายได้สุทธิ  ดังนั้นถ้าเราอยากทราบว่าเราสามารถกู้จริงๆได้เท่าไหร่ ธนาคารจะไม่คิดว่าคุณได้เงินเดือนเท่าไหร่เท่านั้นแต่จะดูว่าในแต่ละเดือนคุณจ่ายเงินไปกับอะไรด้วย
  • มีเงินก้อนสำหรับเหตุการฉุกเฉินไหม   โดยปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นการผ่อนบ้าน หรือ ผ่อนคอนโดฯล้วนต้องใช้เวลาในการส่งเหมือนกัน ซึ่งระยะเวลาอาจนานถึง30ปี ระหว่างการผ่อนชำระเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น หัวหน้าครอบครับ ไม่สามารถส่งต่อได้เนื่องจากความเจ็บป่วย หรือแม้แต่การเสียชีวิต ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้จริงๆ หากคนข้างหลังส่งต่อไม่ไหว ทรัพย์สินที่สร้างมาก็อาจถูกธนาคารยึดคืนได้ ส่วนเรื่องการจะเก็บเงินสำรองจำนวนเท่าไร อันนี้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละคน สิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้คล้ายกันคือ ทำการจำลองแผนเงินฉุกเฉินดูว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจริงๆเงินก้อนนี้จะอยู่ได้อีกนานกี่เดือน แต่โดยหลักๆแล้วการเก็บเงินฉุกเฉินควรอยู่ที่ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายที่เราจ่ายในแต่ละเดือน
  • วินัยในการออมเป็นอย่างไร  การที่ผ่อนบ้านหรือผ่อนคอนโดฯเป็นการฝึกเราในการออมไปในตัวเพราะเหมือนที่บอกไว้การผ่อนคอนโดฯใช้เวลานานสูงสุด 30 ปีก็เป็นได้ มีการสำรวจพบว่าช่วงเวลาที่ลำบากในการออมคือช่วงเริ่มต้นของการเป็นหนี้ เพราะการผ่อนคอนโดฯช่วงแรกๆเราอาจรู้สึกว่าทุกๆเดือนเงินเราเริ่มหาย หลายคนมักมีความเครียดในช่วงเริ่มต้นของการเป็นหนี้ ดังนั้นเพื่อให้ไม่เกิดความเครียดที่จะตามมา ลองๆฝึกเก็บเงินออมให้ได้เท่ากับราคาเงินที่เราต้องผ่อนดู เช่น ถ้าเรามั่นใจแล้วว่าเราต้องเสียค่าผ่อนคอนโดฯเดือนละหนึ่งหมื่นบาท เมื่อเราได้เงินเดือนหรือรายได้ที่มาจากแหล่งที่แน่นอนเรารีบเก็บเงินหนึ่งหมื่นบาทเลยทันที เราก็จะทราบแล้วว่าเราออมได้จริงๆไหม

เครดิตของเราเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้

วิธีการตรวจสอบเครดิตของตัวเองก็ไม่ได้อยากกอะไร เราอาจจะไปยื่นขอตรวจสอบ เครดิตบูโรกับธนาคาร เพราะการตรวจสอบเครดิตถือเป็นเรื่องสำคัญในการขอกู้เงินเพื่อซื้อคอนโด แต่ถ้าตอนนี้เครดิตของเรายังไม่ค่อยดีเราสามารถำอะไรได้เพื่อให้ทางธนาคารมั่นใจในตัวเรา ขั้นตอนการสร้างเครดิตที่สามารถทำได้ด้วยตัวเราเองคือ:

  • มีบัญชีเงินฝาก การมีบัญชีเงินฝากถือเป็นหลักฐานที่แสดงว่าเรามีเครดิตดี อันแรกที่ธนาคารจะพิจารณาเรา โดยเฉพาะถ้าหากบัญชีเรามียอดเงินฝากที่เป็นยอดเงินสูงๆที่มีการฝากต่อเนื่องเป็นประจำและมีรายการถอนเงินฝากแต่ละครั้งในจำนวนที่น้อยกว่าเงินฝาก เราสามารถสร้างบัญชีให้ดูน่าสนใจได้โดยทำบัญชีเงินฝากประจำกับทางธนาคารและทำการฝากเป็นประจำ และต้องให้เงินที่ฝากค้างในบัญชี ยิ่งนานยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือ
  • ความสำเร็จในหน้าที่การงาน การอยู่ในระดับที่ทำงานดีๆในที่ทำงานของเราเป็นฐานเงินเดือนแรกที่ทางธนาคารจะพิจารณา เพราะเขาจะตรวจสอบประวัติส่วนตัวของเรา เครดิตทางการเงินของเรา และหน้าที่หรือตำแหน่งงานของเราในตอนนั้น ถ้าหากเราทำงานที่อยู่ในระดับสูงๆ อัตราเงินเดือนเราก็จะสูงตามไปด้วยและเราก็มีความมั่นคงทางการเงินแน่นอน คนไหนที่มีหน้าที่มั่นคงทางการงานได้รับสิทธิ์อนุมัติเงินกู้ หรืออนุมัติบัตรเครดิตหรือสินเชื่อต่าง ๆ ง่ายกว่าและวงเงินที่จะได้ในการกู้ก็จะสูงกว่าคนทั่วๆไปแน่นอน ดังนั้นหากเรามีเครดิตดี มีงานที่ดี มีเงินเดือนที่สูง เป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้
  • มีบัตรเครดิตสักใบ ถ้าหากคุณยังไม่เคยมีบัตรเครดิต หรือไม่เคยกู้อะไรเลย และไม่เคยทำธุรกรรมใด ที่ต้องผ่อนชำระ ลองๆสมัครบัตรเครดิตสักใบและพอได้มาก็เริ่มใช้บ้างตามความสามารถที่เราจ่ายคืนไหว เพราะการทำแบบนี้จะทำให้ทางธนาคารเห็นว่าคุณมีความรับผิดชอบในการจ่ายหนี้ แต่เมื่อได้บัตรเครดิตมาแล้วห้ามเลยครับที่จะไปซื้อของแล้วขอจ่ายขั้นต่ำเพราะการทำแบบนี้หนี้คุณจะเยอะมากและเครดิตของคุณจะไม่น่าเชื่อถือ
  • ไม่ทำสิ่งที่ทำให้เสียประวัติเรื่องเงิน สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน บางครั้งอาจคิดว่าหนี้นิดหน่อยค่อยๆจ่ายก็ได้ แต่ลองคิดดูถ้าหากหนี้เล็กน้อยคุณยังมองข้าม ก็จะทำลายความเชื่อมั่นที่ทางธนาคารมีให้กับคุณแน่นอน เพราะถ้าหากคุณไม่ชำระหนี้เล็กๆน้อยเป็นเวลานาน หนี้ก้อนนั้นก็จะเพิ่มมูลค่าขึ้นแน่นอนและทางธนาคารก็จะแจ้งว่าคุณเป็นบุคคลหนี้เสีย เมื่อถึงเวลาที่คุณไปขอกู้ไม่ว่าจากที่ไหนชื่อของคุณก็จะขึ้นประวัติที่ไม่ดีแน่นอน

การเลือกบุคคลที่จะมาค้ำประกัน

ในการขอสินเชื่อต่างๆธนาคารจำเป็นอย่างมากที่จะขอดูหลักทรพย์ในการค้ำประกัน และจะดูว่าบุคคลที่มาค้ำประกันมีความน่าเชื่อถือขนาดไหน การขอซื้อคอนโดฯก็ใช้หลักการแบบเดียวกัน ทำไมทุกสถาบันทางการเงินถึงต้องการมีคนค้ำประกัน เราจะมาดูความสำคัญด้วยกันว่าทำไมการที่เรามีคนค้ำประกันถึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

  • คนค้ำประกันทำให้มีความน่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อถือคำนี้สำคัญมากถ้าเราอยากไปขอกู้เงินเพื่อซื้อคอนโดฯ หากคุณอยากไปขอสินเชื่อ แต่รายได้ไม่ดี หรือรายได้ต่อเดือนไม่เพียงพอกับวงเงินที่ต้องการ คนค้ำประกันสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสถาบันทางการเงินที่เราจะไปขอกู้ได้ และทำให้คุณมั่นใจมากขึ้นว่าคำร้องขอของคุณจะได้การอนุมัติแน่นอน
  • คนค้ำประกันทำให้หมดความกังวลในความสามารถการชำระหนี้  ถ้าหากสถาบันทางการเงินตรวจสอบแล้วว่าคุณไม่สามารถชำระสินเชื่อตามที่ขอได้อย่างแน่นอนและเพื่อป้องกันการเกิดหนี้เสียกับทางธนาคาร จึงจำเป็นต้องมีคนค้ำประกันเอาไว้ในกรณีผู้ขอกู้ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้
  • คนค้ำประกันทำให้สถาบันทางการเงินอุ่นใจ  อุ่นใจในเรื่องอะไร สิ่งที่สถาบันทางการเงินหรือธนาคารกลัวที่สุดคือผู้กู้เบี้ยวหนี้ หรือไม่สามารถชำระได้ตามเงื่อนไข อย่างน้อยคนค้ำประกันก็ทำให้สถาบันทางการเงินอุ่นใจว่าสามารถตามตัวผู้กู้เจอ และให้ผู้ค้ำประกันช่วยติดต่อผู้กู้แทนเหมือนเพิ่มช่องทางในการติดตามทวงหนี้ของธนาคารอีกช่องทางหนึ่ง

เตรียมเอกสารสำหรับขอกู้ให้พร้อม

ตามปกติแล้วเราต้องเตรียมเอกสารก่อนยื่นกู้ซื้อคอนโดฯ ซึ่งเอกสารในการยื่นขอกู้ซื้อคอนโดฯไม่แตกต่างกับการขอกู้ซื้อบ้าน เพราะทั้งสองมีเอาไว้เป็นที่อยู่อาศัยเหมือนกัน จึงใช้เอกสารที่เหมือนกัน  มีเอกสารอะไรบ้างที่ผู้กู้ซื้อคอนโดฯต้องเตรียมให้พร้อม

เอกสารส่วนบุคคล

-บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรข้าราชการ / บัตรรัฐวิสาหกิจ -สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบมรณะบัตร (ถ้ามี) -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี) -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส (ถ้ามี)
 เอกสารทางการเงิน   พนักงานประจำ

  • ใบรับรองเงินเดือน / หนังสือผ่านสิทธิสวัสดิการ
  • สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
  • สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน (กรณีอาชีพประจำ)
 ผู้ประกอบอาชีพอิสระ
  • สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน/หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่นๆ (พร้อมเอกสารฉบับจริง)
  • สำเนาทะเบียนการค้า/ทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
  • หลักฐานการเสียภาษีเงินได้
  • รูปถ่ายกิจการ
  • สำเนาใบประกอบวิชาชีพ   เอกสารหลักประกัน
  • สำเนาหนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย
  • สำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดทุกหน้า
  • หลักฐานการผ่อนดาวน์ (ถ้ามี)
 ทั้งนี้  ธนาคารอาจขอเอกสารต่างๆ ของผู้กู้เพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบพิจารณาการให้สินเชื่อ

เลือกธนาคารที่อยากขอกู้ซื้อคอนโดฯ

การเลือกว่าจะขอกู้กับธนาคารไหนยากพอๆกับว่าจะเลือกคอนโดฯที่ไหนเลยทีเดียว เพราะแต่ละธนาคารมักมีรายละเอียดสินเชื่อที่แตกต่างกัน เราจึงต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ ดังนั้นก่อนที่จะเลือกธนาคารไหน ต้องทำการพิจารณาเรื่องหลักดังต่อไปนี้

  • สินเชื่อที่ธนาคารปล่อยกู้คือสินเชื่ออะไร โดยปกติแล้วแบ่งเป็นสองสินเชื่อ คือ สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อ สร้าง ซ่อมแซม หรือต่อเติม  ซึ่งต้องทำความเข้าใจให้ดีๆว่าเราจะกู้มาทำอะไรกันแน่
  • วงเงินกู้และระยะเวลาที่ธนาคารเสนอ   ถ้าหากเราอยากกู้แล้วไม่อยากที่จะแบกภาระหนี้ที่หนักเกินไปเราควรเลือกธนาคารที่ให้ระยะเวลาในการผ่อนที่ค่อนข้างนาน เพราะค่างวดนานเท่าไร หนี้ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนก็จะน้อยลง
  • ดูอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารคิด ปกติแล้วเราไม่อยากจ่ายดอกเบี้ยที่แพงๆ เมื่อจะกู้ก็ต้องดูอัตราดอกเบี้ยให้ดีๆไม่ควรสูงเกินไป

พร้อมแล้วที่จะยื่นกู้ซื้อคอนโดฯ

มาถึงตอนนี้คิดว่าเราทุกคนคงพร้อมแล้วที่จะยื่นกู้เพื่อขออนุมัติจากธนาคารเพื่อจะได้อยู่ในคอนโดฯที่เราอยากได้  เราเห็นว่าที่กล่าวมาทั้งหมดในการเตรียมความพร้อมไม่ได้มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องเลยส่วนมากแล้วก็อยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเครคิดที่น่าเชื่อถือกับทางธนาคารหรือเรื่องอื่นล้วนแล้วเริ่มมาจากตัวเราทั้งนั้น ดังนั้นเราต้องถามตัวเองแล้วละครับว่าตอนนี้เราพร้อมแค่ไหนที่จะต้องการยื่นขอกู้ซื้อคอนโดฯ