ประกันสังคม เรื่องสำคัญที่ต้องศึกษาสำหรับคนทำงานทุกคน ปัจจุบันประกันสังคมไม่ได้มีบทบาทเฉพาะแค่พนักงานประจำเท่านั้น แต่คนทำงานในอาชีพอื่นๆก็สามารถมีประกันสังคมได้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งประกันสังคมจะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ มันก็คือมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 การทำประกันสังคมเป็นทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มครอง ไม่ว่าจะเจ็บป่วยเกิดอุบัติเหตุ ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง และเงินสมทบสำหรับประกันสังคมก็ไม่เกินกำลังหรือไม่มากจนเกินไปเมื่อเทียบกับการซื้อประกันอื่นๆ และปัจจุบันนี้ระบบของประกันสังคมได้พัฒนาไปมากไปพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างที่บอกไปว่าไม่ใช่แค่พนักงานประจำเท่านั้นที่สามารถเป็นผู้ประกันตนและทำประกันสังคมได้ คนที่มีอาชีพอิสระ หรือ พนักงานประจำที่ถูกเลิกจ้างก็สามารถเป็นผู้ประกันตนได้เช่นกัน ประกันสังคมยังมีความพิเศษอีกหลายอย่าง อย่างหนึ่ง คือ ให้ความคุ้มครองเมื่อขาดรายได้ อย่างเช่นในกรณีว่างงาน ประกันสังคมจะมีเงินชดเชยให้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ความพิเศษอย่างที่ 2 ที่ประกันสังคมมีให้ คือ เงินกู้จากประกันสังคม บางคนอาจจะเพิ่งเคยได้ยินเรื่องราวของเงินกู้จากประกันสังคมเป็นครั้งแรกและเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องใหม่ของหลายๆคนด้วย คุณอยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะว่าเงินกู้จากประกันสังคมมีไว้เพื่อใคร?

ไม่ต้องสงสัยนานเลยค่ะ เพราะบทความนี้ได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้คุณอ่านแล้ว คุณจะรู้จักประกันสังคมมากขึ้น และ รู้จักบทบาทของประกันสังคมที่มีต่อทั้งนายจ้างและลูกจ้างด้วย รวมถึงเรื่องราวของเงินกู้จากประกันสังคม ยิ่งถ้าผู้อ่านคนไหนมีประกันสังคมอยู่ด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งควรจะต้องศึกษาหาความรู้ และอ่านบทความนี้อย่างละเอียดเลยค่ะ เพื่อจะรักษาสิทธิ์และไม่เสียสิทธิ์ที่คุณควรจะได้นะคะ

ประกันสังคมมีบทบาทต่อนายจ้างอย่างไร?

ทำไมการเปิดบริษัทและเริ่มมีลูกจ้างจะต้องเริ่มทำประกันสังคม? หลายคนคงเคยสงสัยเรื่องนี้ใช่ไหมคะ? เหตุผลอย่างหนึ่งนั่นก็คือ กฎหมายกำหนดให้เป็นอย่างนั้น เมื่อธุรกิจหรือกิจการใดกิจการหนึ่งเริ่มมีลูกจ้างมากกว่า 1 คนขึ้นไปจะต้องไปลงทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วัน เพื่อส่งเงินสมทบ และทำประกันสังคมให้ลูกจ้างในบริษัท ถึงแม้ว่าสิทธิ์จากประกันสังคมดูเหมือนว่าลูกจ้างเท่านั้นที่ได้ประโยชน์แต่เมื่อมองให้ลึกๆเข้าไปมากกว่านั้น นายจ้างเองก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน ประโยชน์ที่นายจ้างได้รับมีอะไรบ้าง?

  1. เมื่อบริษัทใดบริษัทหนึ่งมีสวัสดิการประกันสังคมก็เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทนั้น
  2. ทำให้ลูกจ้างอยากจะทำงานในบริษัทนั้นมากกว่าบริษัทอื่นๆที่ไม่มีสวัสดิการประกันสังคมให้
  3. เงินกู้จากประกันสังคมก็เป็นอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์ที่นายจ้างจะได้รับ

ตอนนี้คุณคงรู้แล้วนะคะว่า ประกันสังคมไม่ได้มีประโยชน์ต่อลูกจ้างเท่านั้นแต่นายจ้างเองก็ได้รับประโยชน์ด้วยเมื่อบริษัทใดบริษัทหนึ่งมีสวัสดิการที่ดีให้แก่พนักงานก็เป็นการดึงดูดให้พนักงานอยากทำงานกับบริษัทนั้นมากขึ้นและทำงานกับบริษัทนั้นนานขึ้นช่วยให้บริษัทมีความมั่นคงแข็งแรง และส่งผลดีต่อธุรกิจในอนาคตค่ะ แล้วนายจ้างยังมีสิทธิ์ที่จะกู้เงินจากประกันสังคมได้ด้วย เรามาอ่านกันต่อดีกว่าว่า นายจ้างจะกู้เงินจากประกันสังคมได้อย่างไร? แล้วจะได้รับประโยชน์จากเงินกู้ส่วนนี้อย่างไรบ้าง? ลูกจ้างล่ะมีสิทธิ์ในเงินกู้จากประกันสังคมบ้างไหม?

ประกันสังคมมีบทบาต่อลูกจ้างอย่างไร?

ในฐานะลูกจ้างนอกจากเงินเดือนที่ได้รับแล้วลูกจ้างหลายๆคนก็คาดหวังสวัสดิการจากบริษัท สวัสดิการอย่างหนึ่งที่ลูกจ้างหลายคนต้องการนั่นก็คือ ประกันสังคม เพราะลูกจ้างเองจะได้รับประโยชน์จากประกันสังคมในหลายๆเรื่อง มีเรื่องอะไรบ้าง?

  1. เมื่อเจ็บป่วย และเกิดอุบัติเหตุ
  2. เมื่อคลอดบุตร
  3. เมื่อทุพพลภาพ
  4. สงเคราะห์บุตร
  5. เมื่อเสียชีวิต
  6. เงินชราภาพ หรือเงินบำเหน็จบำนาญ

นี่คือประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับจากประกันสังคมเป็นเงินชดเชยในกรณีต่างๆ แล้วประกันสังคมก็ยังจ่ายเงินชดเชยในกรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างหรือพักงานด้วย ดังนั้นเมื่อเริ่มเข้าทำงานที่ใดที่หนึ่งประกันสังคมจึงเป็นสวัสดิการหนึ่งที่คนเป็นลูกจ้างให้ความสนใจและอยากจะได้รับ เพราะให้สิทธิประโยชน์หลายอย่างหลายเรื่อง ซึ่งเหมือนเป็นหลักประการให้ความมั่นคงในชีวิตการทำงานค่ะ คราวนี้เรามาพูดกันต่อในเรื่องของเงินกู้จากประกันสังคมที่ได้พูดค้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในปัจจุบันก็มีข่าวคราวและข่าวสารออกมามากมายที่พูดถึงสินเชื่อจากประกันสังคม แต่สำหรับลูกจ้างจะไม่มีสิทธิ์ขอสินเชื่อจากประกันสังคมโดยตรง แต่ในฐานะลูกจ้าง อาจจะได้รับเงินเยียวยา หรือสิทธิ์ในการดึงเงินในส่วนของเงินชราภาพบำเหน็จบำนาญออกมาใช้ได้ ในบางช่วง และในบางสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่งลูกจ้างเองก็ต้องคอยติดตามข่าวสารอยู่เรื่อยๆว่าประกันสังคมจะมีสิทธิประโยชน์อะไรเยียวยาลูกจ้างบ้าง? แล้วสินเชื่อหรือเงินกู้จากประกันสังคมที่มีออกมาให้กู้โดยเฉพาะนั้น มีไว้เพื่อใคร? มาดูกัน

เงินกู้จากประกันสังคมมีไว้เพื่อใคร? และเพราะอะไร?

เงินกู้ หรือ สินเชื่อจากประกันสังคมมีไว้เพื่อนายจ้าง หรือ ผู้ประกอบการเท่านั้น เพราะเป้าหมายของการปล่อยเงินกู้หรือสินเชื่อครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีกำลังในการจ้างงานมากขึ้น และมีเป้าหมายเพื่อที่จะลดการว่างงานลง ซึ่งเงินกู้หรือสินเชื่อจากประกันสังคมนี้นอกจากจะเพิ่มกำลังในการจ้างงานให้แก่ผู้ประกอบการแล้วยังช่วยให้บริษัทหรือธุรกิจมีความมั่นคงมากขึ้น สามารถใช้เงินกู้เพื่อลงทุนเพิ่มเติมได้ด้วย เงื่อนไขของเงินกู้จากประกันสังคมมีอะไรบ้าง?

  • สถานประกอบการนั้นต้องขึ้นทะเบียนกับประกันสังคมมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน
  • เงินกู้ที่สถานประกอบการสามารถกู้ได้นั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนลูกจ้างในบริษัท อย่างเช่น บริษัทที่มีลูกจ้าง ไม่เกิน 50 คน สามารถกู้ได้ในวงเงินประมาณ 5 ล้านบาท
  • เมื่อมีหลักทรัพย์ค้ำประกันอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์
  • เมื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 5%

สถานประกอบการใดอยู่ในเงื่อนไขดังต่อไปนี้ก็สามารถติดต่อขอกู้เงินจากประกันสังคมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกสาขาค่ะ

ประกันสังคมมีบทบาทสำคัญต่อทุกๆอาชีพในปัจจุบันนี้

เมื่อเวลาเปลี่ยนไปอะไรๆก็เปลี่ยนแปลง เมื่อนึกย้อนกลับไปในสมัยก่อน ประกันสังคม ก็อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีบทบาทกับชีวิตของคนทำงานทุกๆอาชีพเหมือนในสมัยนี้ ประกันสังคมเหมือนจะเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับพนักงานประจำหรือลูกจ้างในบริษัทเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้แม้แต่คนทำอาชีพอิสระพ่อค้าแม่ค้า ก็สามารถจะเป็นผู้ประกันตนได้ ซึ่งสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับก็ไม่ต่างกันกับลูกจ้างหรือพนักงานประจำเลย จากในบทความนี้ก็เห็นว่าแม้แต่นายจ้างหรือผู้ประกอบการเองก็ได้รับประโยชน์จากประกันสังคมด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องของเงินกู้จากประกันสังคมที่มีไว้สำหรับผู้ประกอบการ เท่านั้น ถือว่าเป็นการ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุของสำนักงานประกันสังคมเหมือนกันนะคะ เพราะปัจจุบันมีผู้ว่างงานและตกงานมากมายแต่เงินกู้และสินเชื่อจากประกันสังคมที่มีให้กับผู้ประกอบการนี้ จะทำให้คนตกงานหรือว่างานลดน้อยลงได้เมื่อสถานประกอบการมีเงินทุนเพิ่มมากขึ้นที่จะจ้างพนักงานเพิ่มขึ้น แต่ถึงแม้ว่าเงินกู้จากประกันสังคมจะมีไว้เพื่อผู้ประกอบการก็ตาม แต่คนทำงานทุกคนก็เหมือนกับว่าจะได้รับประโยชน์จากเงินกู้นี้ไปด้วยเหมือนกันนะคะ แถมยังได้สิทธิประโยชน์อื่นๆอีกทั้งในช่วงสถานการณ์ปกติ และ ในช่วงที่เกิดความเดือดร้อนในเรื่องการงานและรายได้ค่ะ