หลายคนในทุกวันนี้อยากมีสภาพคล่องทางการเงินทั้งนั้น เพราะนั่นหมายความว่าเรามีเงินใช้อย่างไม่ขัดสนไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไปและไม่มีหนี้ นอกจากนี้ยังมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจด้วย เพื่อจะทำแบบนั้นได้ต้องมีการบริหารการเงินเป็นอย่างดี คนที่มีสภาพคล่องทางการเงินจริงๆจึงมีให้เห็นได้ยาก แล้วสำหรับคนที่ไม่สภาพคล่องหละ จะทำอย่างไร เดี๋ยวนี้ธนาคารได้มีข้อเสนอหลายอย่างรวมถึงสินเชื่อหลายแบบด้วย วันนี้เรามี 4ความแตกต่างระหว่างสินเชื่อส่วนบุคคลกับบัตรกดเงินสด มาให้อ่านกัน เพราะทั้งสองอย่างนี้ก็เป็นทางเลือกของผู้ที่ไม่ได้มีสภาพคล่องทางการเงิน แต่สองอย่างนี้จะมีความแตกต่างกันอย่างไรให้เรามาดูกัน

loan and cash card thailand

leungchopan/shutterstock.com

1.ลักษณะของเงินที่ได้รับ

ลักษณะของเงินที่ได้รับก็ควรเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ผู้สนใจควรต้องพิจารณา เพราะบางคนต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วนในจำนวนมากหรือบางคนต้องการเพียงเงินจำนวนไม่มากและมีความต้องการเงินแต่ละครั้งมีจำนวนไม่เท่ากันการรู้ความแตกต่างของสินเชื่อแบบนี้ทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมากแน่ๆให้เรามาดูกันดีกว่าว่าสินเชื่อสองชนิดนี้แตกต่างกันอย่างไร

สินเชื่อส่วนบุคคล

ลักษณะของเงินที่ได้รับจากสินเชื่อส่วนบุคคลจะเป็นเงินก้อนใหญ่ได้รับเงินเป็นก้อนทั้งหมดทันทีที่ได้รับกรอนุมัติสินเชื่อแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วนและต้องใช้เงินจำนวนมาก เช่น การซื้อบ้าน ซื้อรถ

บัตรกดเงินสด

ลักษณะเงินที่ได้รับของบัตรกดเงินสดจะเป็นในรูปแบบของบัตรที่สามารถกดเงินจากตู้ ATM เพื่อนำมาใช้ได้ ทางธนาคารจะกำหนดวงเงินองบัตรให้และเมื่อเราต้องการใช้เมื่อไหร่เราก็ต้องไปกดเงินจากตู้ ATM เพื่อนำมาใช้ ไม่สามารถนำไปรูดเพื่อซื้อสินค้าโดยตรงด้วย สินเชื่อชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากจะมีเงินเพื่อติดกระเป๋าไว้เพื่อความสบายใจจะได้ไม่ต้องพกเงินไว้ในกระเป๋าเยอะๆให้รู้สึกระแวง และเหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการเงินเยอะมากและไม่ได้ต้องการที่จะใช้เงินจำนวนเท่าเดิมทุกครั้งเพราะเนื่องจากมีรายจ่ายที่ไม่แน่นอน

2.การคิดดอกเบี้ย

การคิดดอกเบี้ยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้สนใจต้องคำนึงเพราะดอกเบี้ยเป็นเงินที่เพิ่มขึ้นจากเงินที่เรายืมไป เรื่องดอกเบี้ยจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องคำนึงถึง การคิดดอกเบี้ยระหว่างสองสินเชื่อนี้จะแตกต่างกันอย่างไรไปดูกัน

สินเชื่อส่วนบุคคล

เนื่องจากเงินจากสินเชื่อส่วนบุคคลเราจะได้รับเงินเป็นก้อนใหญ่เพราะฉะนั้นเวลาคิดดอกเบี้ยจึงคิดดอกเบี้ยจากเงินก้อนนั้นทั้งก้อนซึ่งอัตราการคิดดอกเบี้ยนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารหรือสถาบันทางการเงินจะกำหนด เราจึงต้องศึกษาข้อมูลของสินเชื่อประเภทนี้ให้ดีๆเพราะเนื่องจากดอกเบี้ยจะคิดจากจำนวนเงินทั้งก้อนเพราะฉะนั้นดอกเบี้ยต้องมีอัตราสูงมากแน่ๆ เราจึงต้องคิดด้วยว่านอกจากที่เราจะสามารถคืนเงินที่เรากู้มาได้แล้วนั้นเรายังจะสามารถชำระเงินดอกเบี้ยได้ด้วยไหม ถ้าได้การทำสินเชื่อส่วนบุคคลก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณ แต่ถ้าไม่ก็ควรที่จะหาสินเชื่อแบบอื่นที่เข้ากับคุณมากกว่าดีกว่า

บัตรกดเงินสด

การคิดดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดก็ขึ้นอยู่กับลักษณะองเงินที่ได้รับเช่นกันซึ่งเงินที่ได้รับจะเป็นเงินที่เรากดออกไปจาก ATM ซึ่งธนาคารหรือสถาบันการเงินก็จะคิดดอกเบี้ยจากเงินที่เรากดออกไป ดอกเบี้ยที่ธนาคารคิดนั้นจึงไม่คิดจากเงินวงเงินที่เราได้รับเราจึงไม่ต้องกังวลถึงเงินในวงเงินที่เราไม่ได้ใช้อย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วบัตรกดเงินสดมีดอกเบี้ยน้อยกว่าแน่นอนหากเงินที่คุณกดไปจากวงเงินนั้นไม่มากว่าสินเชื่อที่คุณคิดจะกู้อะนะ แต่ว่าการคิดดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดนั้นคิดเป็นวัน นับตั้งแต่วันที่คุณกดเงินออกมาใช้

อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นคิดดอกเบี้ยเป็นรายปีคิดดอกเบี้ยจากเงินที่เรากู้ไปทั้งก้อน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยในแต่ละธนาคารนั้นก็มีอัตราตั้งแต่ 1%-20% หรืออาจจะมากกว่านั้น อัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดนั้นคิดจากเงินที่เรากดไปจากวงเงิน ซึ่งบัตรกดเงินสดนั้นจะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันจากเงินที่เรากดไป ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดนั้นก็มีตั้งแต่ 1%-28%

วิธีการนำเงินออกมาใช้

สินเชื่อส่วนบุคคล

สินเชื่อที่เราได้รับธนาคารจะโอนเงินก้อนใหญ่ ที่เราได้ทำการกู้ทั้งหมดเข้าบัญชีผู้กู้เงิน ซึ่งบัญชีเป็นบัญชีที่ผู้กู้ได้เลือกไว้ก่อนหน้าแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อธนาคารได้ทำการโอนเงินเข้าบัญชีแล้วผู้กู้ก็สามารถนำเงินไปใช้ตามความประสงค์ของท่านได้ทันที

บัตรกดเงินสด

สำหรับบัตรกดเงินสดนั้น เงินที่ได้นั้นจะมาในรูปแบบของบัตร ซึ่งเงินที่ได้จะเป็นวงเงินที่อยู่ในบัตรนั้นซึ่งเมื่อเราจะใช้เงินเราก็เพียงไปที่ตู้ATMเพื่อกดเงินออกมาใช้ตามความต้องการของท่าน จากบทความนี้ ดิฉันหวังว่าท่านที่ได้อ่านบทความนี้จะได้เข้าใจความแตกต่างของสินเชื่อส่วนบุคคลกับบัตรกดเงินสดแล้ว และขอให้คุณนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ การเปรียบเทียบจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสินเชื่อความต้อการของคุณได้ถูกต้องมากขึ้น