การเปิดธุรกิจสำหรับขายเครื่องสำอางเป็นที่นิยมและมีอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่เริ่มที่จะรักสวยรักงามมากขึ้นและมีราคาที่ไม่แพงด้วย เอาเครื่องสำอางบางตัว ก็ไม่ใช่เป็นแบรนด์ที่รู้จักกันหรือไม่ใช่เป็นแบรนด์ดังแต่คุณภาพก็ดีเยี่ยม ไม่แพ้กับร้านเครื่องสำอางแบรนด์ดังทั่วไปในทีเดียว ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดว่ามีร้าน ขายเครื่องสำอางหรือร้านต่างๆเช่น ร้านคอสเมติกส์ อะไรทำนองนี้มีอยู่เต็มไปหมด และสำหรับผู้หญิงที่ชอบเสริมสวยอยู่แล้วพวกเขาก็อยากที่จะแชร์ประสบการณ์ในการเป็นช่างแต่งหน้าหรือเปิดร้านขายเครื่องสำอางเพราะเป็นอาชีพที่เรารัก

ดังนั้น ในบทความนี้เราจะรู้จักอาชีพการเปิดร้านขายเครื่องสำอางหรือร้านบิวตี้ช็อปมากขึ้นแล้วเราจะรู้ว่าการเปิดร้านแบบนั้นต้องมีการเริ่มต้นอย่างไร? เราควรตรวจสอบอะไรบ้างว่าควรเปิดร้านขายเครื่องสำอางดีไหม? แล้วหน้ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง? ให้เรามาเริ่มกันที่การเปิดร้านขายเครื่องสำอางหรือร้านบิวตี้ช็อปเริ่มต้นมาจากอะไรบ้าง ดังต่อไปนี้…

การเปิดร้านขายเครื่องสำอางหรือร้านบิวตี้ช็อปเริ่มต้นจากอะไรบ้าง?

จากการสำรวจมาในการเปิดร้าน หรือเปิดธุรกิจต่างๆไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทางด้านไหนก็ตามก็จะต้องมีการวางแผนอย่างล่วงหน้าอย่างดี ดังนั้น บทความนี้จะให้เรารู้มากขึ้น ในการเริ่มต้นที่ดีมีอยู่ 7 จุดด้วยกัน ที่เราสามารถนำมาปรับปรุงและวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเริ่มเปิดร้านขายเครื่องสำอางหรือร้านบิวตี้ช็อปดังต่อไปนี้…

1. การวางแผนเกี่ยวกับเงินทุนต่างๆ

ปกติแล้วเครื่องสำอางทุกอย่างก็จะมีทั้งแง่ที่ดีในแง่ไม่ดีก่อนที่คุณจะเริ่มทำ ธุรกิจ เกี่ยวกับการเปิดร้าน ขายเครื่องสำอางหรือร้านบิวตี้ช็อปต่างๆนั้นคุณเองก็จะต้องคิดถึงเรื่องนี้เป็นอันดับแรกก็คือเรื่องของเงินทุนที่ควรจะนำมาเปิดธุรกิจด้านเอง เพราะถ้าคุณอยากเปิดธุรกิจคุณจะต้องรู้ว่าคุณจำเป็นต้องมีเงินสำหรับ ร้านทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น แผงเพื่อที่จะโชว์สินค้าของคุณหรือคำนวณทุกอย่างที่อาจทำให้คุณ ต้องคิดดูว่าจะมีประโยชน์มากกว่าหรือเสียประโยชน์มากกว่าคุณจะต้องคิดถึงเงินทุนหรือเงินสำรองและมีเงินออมอยู่บ้างเมื่อเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด เพื่อที่จะทำให้เราหมุนเวียนเงินได้อย่างดี

2. การมองหาทำเลที่ดีก่อนเปิดธุรกิจ

การเปิดร้านขายเครื่องสำอางมืออาชีพก่อนอื่นคุณต้องมองหาทำเลที่เหมาะสมและทำเลนั้นจะต้องเป็นที่ที่ผู้คนสังเกตเห็นได้ง่ายซึ่ง จะต้องเป็นสถานที่ที่ใกล้ๆกับจุดเด่นบางอย่างทำให้ผู้คนสังเกตเห็นได้ง่าย อาจจะอยู่ใกล้ๆตลาดหรือ ถนนที่มีคนผ่านไปมาอยู่สม่ำเสมอเพื่อจะเห็นสินค้าและร้านค้าของคุณได้ง่ายขึ้นและเข้ามาใช้บริการ

3. การมองหาหรือเลือกเครื่องสำอางมาวางขาย

พูดถึงเรื่อง การที่เราจะมองหรือเรื่องหาสินค้าที่จะมานำขายเราควรที่จะมองหา สินค้าที่ตรงกับ ความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่มากที่สุดวาดหลุมส่วนใหญ่แล้วนิยมใช้สินค้าแบบไหนและมีแปลงยี่ห้ออะไรบ้าง ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับการที่เราตามเทรนของยุคปัจจุบันให้ทัน เพราะแต่ละเดือนแต่ละปีหลายคนก็จะนิยมกันแตกต่างกันไปดังนั้นสินค้าในร้านค้าของคุณควรที่จะเอาใจใส่ปรับเปลี่ยนสินค้าให้เข้ากับลูกค้า และความคิดถึงสินค้าที่  มีคุณภาพอีกด้วยไม่เพียงแต่เฉพาะชื่อแบรนด์เท่านั้น

4. การมองหาสินค้าที่มีการรับประกัน

เราควรที่จะให้คุณภาพหรือมาตรฐานทางสินค้า มาก่อนเพราะว่าสินค้าต่างๆนั้นก็จะมีการรับประกันสินค้าของคุณภาพที่ไม่หมดอายุหรือหมดสภาพได้ง่ายซึ่งการรับประกันแบบนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกมีความเชื่อถือกับสินค้าของเราที่เรานำขายอยู่  และไม่เพียงเท่านั้นเราควรที่จะรับประกันสินค้าด้วยหากลูกค้าซื้อไปแล้ว มีตำหนิหรืออะไรขึ้นมาเราก็ควรที่จะ คิดถึงใจของลูกค้าและมีบริการระหว่างหลังขายและการขายอีกด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจเมื่อซื้อของของเรา ดังนั้น เราควรใส่ใจลูกค้าคล้ายๆกับว่าเราเป็นลูกค้าเราจะรู้สึกอย่างไรควรเอาใจเขามาใส่ใจเราลองคิดดูว่าถ้าเป็นคุณคุณอยากให้สินค้าเป็นแบบไหนและอยากได้สินค้าแบบไหนซึ่งเมื่อคุณแสดงความสนใจกับลูกค้าเป็นส่วนตัวแบบนี้ก็จะทำให้ลูกค้าติดใจและมาซื้อขายกับร้านของคุณเป็นประจำอย่างแน่นอนซึ่งนั่นส่งผลให้ธุรกิจของคุณมั่นคงและก็เติบโตได้

5. การส่งคืนสินค้า

ปัจจุบันนี้มีการซื้อขายสินค้าผ่านทางระบบออนไลน์ด้วยซึ่งถ้าสมมุติว่าร้านของคุณมีการส่งสินค้าผ่านทางระบบออนไลน์ด้วยคนก็จะต้องมีทางเลือกให้กับลูกค้าถ้าลูกค้าไม่ได้ของตามที่ตัวเองต้องการก็สามารถมีบริการส่งคืนสินค้าได้ซึ่งก็แล้วแต่ว่าทาง ร้านค้าของคุณนั้น ได้มีโปรโมชั่นแบบไหนกับลูกค้าตัวอย่างเช่นลูกค้าซื้อครีมโลชั่นตัวหนึ่งราคา 200 บาทรวมค่าส่ง 50 บาท แต่พอลูกค้าได้ของมาแล้วอาจจะไม่พอใจกับสินค้าหรือสั่งสินค้ามาผิด คุณก็สามารถบอกลูกค้าว่าสามารถส่งสินค้ากลับคืนมาได้ และให้ลูกค้าสั่งสินค้าอีกทีว่าต้องการแบบไหน แล้วจะดีไปมากกว่านั้นถ้าคุณฟรีค่าจัดส่งให้ลูกค้า เพื่อเป็นการรักษาลูกค้าไว้ในระยะยาว

6. การให้บริการ

เรื่องนี้นับว่าสำคัญมากกับคนที่เป็นเจ้าของร้านควรเลือก พนักงานที่สามารถบริการการขายได้เป็นอย่างดีซึ่งนี่เป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะว่าการเอาใจใส่ของพนักงานกับลูกค้า จะเพิ่มความสบายใจให้กับลูกค้าในการเลือกสินค้ามากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการยิ้มให้ลูกค้าและสามารถตอบคำถามของลูกค้าได้อย่างมีเหตุมีผลและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการบริการแบบนี้จะทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกอายที่จะถามคุณเกี่ยวกับสินค้าหรือเครื่องสำอางต่างๆที่อยู่ในร้าน

7. การมีโปรโมชั่นดีๆและบริการหลังการขาย

ปกติแล้วลูกค้าก็จะชอบการจัด โปรโมชั่นที่ลดแลกแจกแถมอยู่แล้ว ซึ่งเป็นโปรโมชั่นที่สามารถกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าในร้านของคุณมากขึ้นและยังทำให้ยอดขายของคุณ เพิ่มขึ้น แล้วลูกค้าจะชอบมากถ้าพวกเขารู้สึกว่าเขาได้กำไรคืนบ้างจากujการซื้อสินค้าของคุณในทุกๆปี ซึ่งคุณอาจจะลองจัดโปรโมชั่นเช่น ซื้อครบ 500 บาทขึ้นไปแถมฟรีครีมกันแดดขนาดเล็ก หรือมีส่วนลดให้กับลูกค้าเป็นต้น หรืออาจจะมีการขายแบบออนไลน์ซึ่งมีบริการที่สามารถจัดส่งฟรีได้ โปรโมชั่นดีๆแบบนี้ก็จะทำให้ร้านค้าของคุณมีลูกค้า ที่ดีและคุณเองก็ได้รับประโยชน์ด้วยดังนั้นคุณควรลองที่จะวางแผนดูว่าจะจัดการอย่างไรในเรื่องโปรโมชั่นดี อาจจะต้องคิดหน้าคิดหลังหน่อยว่าโปรโมชั่นนั้นจะส่งผลดีหรือผลเสียมากน้อยกว่ากันอย่าลืมว่าคุณเป็นคนเปิดธุรกิจและ การเปิดธุรกิจก็ต้องการกำไรซึ่งอย่าให้ลูกค้ามากจนเกินไปละ จนไม่มีกำไรเลย

และนี่ก็เป็นทั้งหมด 7 ข้อที่ทำให้ทุกคนทราบคร่าวๆว่าก่อนที่จะ เปิดร้านขายเครื่องสำอางนั้น จะต้องมีอะไรบ้างที่ควรรู้ดังนั้นให้เรามาดูต่อไปว่า เราจะตรวจสอบอย่างไรว่าการเปิดร้านขายเครื่องสำอางนั้นดีไหมซึ่งในหัวข้อต่อไปจะทดสอบตัวเราเอง ดังนี้…

เราจะตรวจสอบตัวเองอย่างไรบ้างว่าจะเปิดร้านขายเครื่องสำอางดีไหม?

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้สาวๆตรวจสอบก่อนที่จะเปิดร้านขายเครื่องสำอางก็คือคุณรู้จักเครื่องสำอางต่างๆมากพอไหมหรือคุณเพียงแค่รู้เบื้องต้นเรื่องนี้นับว่าเป็นอีกเรื่องที่สำคัญถ้าลูกค้าเข้ามาถามเกี่ยวกับสินค้าและอยากรู้มากขึ้นถ้าคุณตอบไม่ได้ก็จะทำให้เขารู้สึกไม่อยากซื้อสินค้า ธุรกิจของคุณจะก้าวหน้าไปได้ไกลแค่ไหนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่กล่าวกันไปใน 7 ข้อด้านบนนั้นซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการตรวจสอบตัวคุณเอง รายการตรวจสอบตัวของคุณก็จะเริ่มต้นไม่ได้เลยถ้าไม่ได้คิดถึงเงินทุนที่ควรที่จะมีก่อนลงทุน ซึ่งการรู้จักเครื่องสำอางแต่ละชนิดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียวที่จะทำความรู้จักพวกมันแต่ถ้าคุณเป็นคนที่แนะนำสินค้าเก่งพูดเก่งและเป็นคนที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจในการพูดคุยของคุณได้คุณจะสามารถผ่านจุดนี้ไปได้อย่างดีเลยทีเดียว มันก็ไม่ได้ยากอะไรมากเกี่ยวกับการตรวจสอบตัวเองแต่คุณจะทำให้ หลายๆคนรักและมั่นใจกับสินค้าของร้านของคุณมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับวิธีปฏิบัติการพูดและลักษณะภายนอกของคุณนั่นเอง ถ้าคุณทำตามและตรวจสอบตัวเองอย่างที่บทความได้เขียนไป ด้านบนนี้ก็จะทำให้คุณมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ในการเปิดร้านขายเครื่องสำอางได้อย่างแน่นอนให้เรามาดูกันว่ามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้างสำหรับเครื่องสำอางที่เราควรรู้ ดังนี้…

มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้างของเครื่องสำอางที่เราควรรู้?

ข้อดี คือ คุณสามารถนำสินค้าต่างๆเหล่านั้นนำมาแปรรูปได้เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์เช่นครีมทาผิวต่างๆหรือรวมไปถึงโลชั่นด้วยซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งประโยชน์ ของสินค้าและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สามารถนำมาแปรรูปได้และยังสามารถ นำสินค้าหล่อนั้น มาดัดแปลงเพื่อที่จะลดต้นทุนในการสั่งสินค้าเพิ่มเติมหรืออะไรต่างๆทำนองนี้

ข้อเสีย คือ ถ้าคุณนำสินค้ามาแปรรูปอาจจะส่งผลเสียได้ก็คือถ้าผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นไม่มีการพิมพ์เลขจดแจ้งบรรจุภัณฑ์ก่อนหรือไม่ได้ผ่านการตรวจสอบผ่านทางสินค้าที่มี อย.ก็จะผิดกฎหมายได้ซึ่งควรจะต้องใส่ใจในเรื่องนี้ด้วยถ้าคุณนำสินค้ามาแปรรูป

ถ้าคุณอยากเปิดร้านขายเครื่องสำอางให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องทำแบบนี้แหละ!!

การทำธุรกิจเปิดร้านขายเครื่องสำอางแน่นอนสาวๆจะต้องหลงรักในอาชีพนี้อย่างแน่นอนถ้าคุณตัดสินใจ ที่จะทำอาชีพนี้ ก็อาจจะเหนื่อยแต่คุณจะสัมผัสได้ว่าเป็นอาชีพที่คุณรักอยู่แล้วและคุณอยากจะแบ่งปันความรักสวยรักงามให้กับคนรอบข้างอาชีพนี้รับรองได้เลยว่าคุณจะสนุกกับมันอย่างแน่นอนจากข้อมูลที่เราได้ อ่านกันในตอนต้นทำให้เรายิ่งหลงรักในอาชีพนี้ในอยากที่จะคิดเปิดธุรกิจขายเครื่องสำอางมาเลยทีเดียวขอให้เพื่อนๆลองนำข้อความเหล่านี้ไปใช้และลองทำตามดูเพื่อที่จะเป็นมืออาชีพในการเปิดธุรกิจขายเครื่องสำอางหรือร้านบิวตี้ช็อปที่มีประสิทธิภาพและขยายกว้างจนขายดิบขายดีแน่นอน!!