เชื่อว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนหาเช้ากินค่ำอย่างเรา ๆ แต่ละปีที่ยิ้มได้กว้างเป็นพิเศษก็คงเป็นตอนใกล้สิ้นปี เพราะไม่ใช่แค่วันหยุดแต่ช่วงเวลาปลายปียังมีอะไรที่รออีกหลายอย่าง เช่น ปลายปีแล้วจะเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนดี ปีหน้าจะได้ปรับตำแหน่งหรือเปล่ารวมทั้งสิ่งที่รอมานานคือ “เงินโบนัส” หรือเงินเดือนพิเศษนั่นเอง.เพราะถ้าเรารู้จักต่อยอดลงทุน และหาเทคนิคทำให้เงินก้อนที่ได้รับมานั้นงอกเงยขึ้น ก็ถือว่าบัญชีเงินเก็บของเรานั้นจะสามารถเติบโตได้ไม่แพ้ใครเลยทีเดียว.

เงินโบนัสคืออะไร

bonus

OneSideProFoto/shutterstock.com

โบนัส คือ เงินพิเศษที่จ่ายให้เป็นบำเหน็จรางวัลแก่พนักงาน นอกเหนือจากเงินเดือนปกติ, เงินที่ให้เป็นส่วนแบ่งพิเศษแก่ผู้ถือหุ้น.จึงเป็นค่าตอบแทนที่บริษัทจ่ายให้กับพนักงานเมื่อบริษัทมีผลประกอบการที่ดี เป็นเงินก้อนที่แยกออกจากเงินเดือน เพื่อเป็นแรงจูงใจและกระตุ้นพนักงานให้มีกำลังใจในการทำงาน ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ โบนัสเป็นเงินค่าตอบแทนที่บริษัทจ่ายให้พนักงานเนื่องจากผลประกอบการดี เป็นไปตามเป้า หรือมีกำไรนั่นเอง ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีหลักการในการจ่ายโบนัสแตกต่างกันไป เช่น จ่ายให้ 1 - 2 ครั้งต่อปี ,จ่ายให้ตามผลงานพนักงานหรือจ่ายเท่ากันทุกคน แต่ไม่ว่าบริษัทจะมีหลักการจ่ายอย่างไร บรรดามนุษย์เงินเดือนก็ยังคอยเฝ้าและอยากเห็นเงินเข้าบัญชีไว ๆ อยู่แล้ว

หลังจากได้โบนัสก้อนโตกันมาแล้วหลายคนมองเห็นโอกาสต่างกัน บางคนมองเงินโบนัสคือเงินเก็บ ,เงินใช้หนี้ หรือรางวัลที่จะมอบให้กับตัวเองแต่มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่มองเห็นโอกาสจากเงินก้อนนี้ เพราะหากมองว่าเป็นแค่เงินเก็บ เงินก้อนนี้อาจลดค่าไปตามอัตราเงินเฟ้อ ถ้าเป็นเงินใช้หนี้ก็อาจหมดไปในพริบตา หรือถ้าจะให้รางวัลกับตัวเอง เงินก้อนนี้ก็คือความสุข ที่ประทับความทรงจำดี ๆ ไว้แค่นั้นไหม บทความนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากได้เงินโบนัสเพิ่มและต้องการวางแผนการใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นไอเดียดีๆไว้ก็ได้ไม่ว่ากัน

ใช้โบนัสอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

แน่นอนว่าเราไม่ควรใช้เงินโบนัสตามใจอยากเท่านั้น แต่ควรคิดให้รอบคอบว่าจะใช้เงินก้อนนี้อย่างไรให้คุ้มค่าหายเหนื่อยและมีความสุขในระยะยาว จึงนำเคล็ดลับดี ๆ เพื่อจัดการเงินโบนัสก้อนใหญ่ของเราให้มีประสิทธิภาพมาฝากกัน ดังนี้

เพิ่มอิสระ ด้วยการชำระหนี้สิน

เมื่อได้เงินโบนัสมาแล้ว สิ่งสำคัญอันดับแรกสุดคือ การซื้ออิสรภาพด้วยการปลดหนี้สิน ซึ่งหนี้จากบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดมักตามมาด้วยอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูงถึง 18-28% ต่อปีเลยทีเดียว หากไม่รีบชำระเงินดอกเบี้ยก็จะยิ่งเพิ่มพูนสูงขึ้นจนเกิดปัญหาวุ่นวายใจตามมา เมื่อเราหมดหนี้นั้นก็เหมือนกับว่าสภาพคล่องการเงินในแต่ละเดือนของเราก็จะดีขึ้นไม่จำเป็นจะต้องถูกหักเงินเพื่อไปจ่ายหนี้สินอีกแล้ว ทำให้ได้รับเงินเดือนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เรียกได้ว่าเป็นฟ้าหลังฝนที่ปลอดโปร่งโล่งสบายเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีหนี้ก้อนต่อไปที่ต้องใส่ใจ นั่นก็คือ เงินกู้หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ที่กู้มาเพื่อผ่อนซื้อบ้านซื้อรถยนต์ หรือใช้จ่ายเพื่อการศึกษาแม้ว่าหนี้ส่วนนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า แต่ก็ไม่ควรละเลยที่จะชำระและควรที่จะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน หากว่าส่วนของการใช้หนี้ที่แบ่งมาไม่พอจะใช้หนี้ให้หมดก็ไม่เป็นไร ให้เราค่อยๆ ทยอยรีบใช้ส่วนที่เหลือให้หมด ซึ่งก็คงใช้เวลาไม่น่าจะนานมากเพราะเรานั้นได้นำเงินก้อนมาจ่ายหนี้สินที่เรามีไปแล้วส่วนหนึ่งแล้วค่อยตามเคลียร์หนี้ส่วนที่เหลือให้หมดโดยเร็ว

ออมเงินเพื่ออนาคต ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน

หากว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละปีนั้นมีอัตราเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เงินเดือนคงที่ทำให้การเก็บออมเงินในแต่ละเดือนของเราเป็นไปด้วยความยากลำบากดังนั้นเมื่อได้รับเงินโบนัสมาแล้ว เราต้องจัดสรรปันส่วนให้ดีเพื่อเป็นเงินสำรองสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต เช่น การซ่อมแซมบ้านและรถยนต์ รักษาสุขภาพหรืออุบัติเหตุที่ไม่ได้คาดคิด หรือใช้วิธีการเก็บออมเพิ่มเติมโดยซื้อสลากออมสินก็ได้เพราะเป็นการฝากเงินที่มีโอกาสลุ้นรับรางวัลด้วยถือเป็นการเก็บออมในรูปแบบการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและหากเราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่นานเงินก้อนเล็กๆ ที่เราแบ่งมาเก็บออมนี้อาจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ขึ้นมาก็ได้

เอาไปลงทุนให้เกิดผลกำไร

การมีชีวิตที่มั่นคง จะนำความสุขมาให้อย่างแท้จริง ดังนั้น การเตรียมการสำหรับอนาคต ไม่ว่าจะเป็น งานแต่งงาน ค่าเล่าเรียนของลูก ๆ หรือชีวิตหลังจากเกษียนก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก การนำเงินไปลงทุนจึงเป็นหนทางที่สามารถเพิ่มรายได้และเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้เป็นอย่างดี แต่เราต้องไม่ลืมว่าควรจะศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เราจะลงทุนให้ดี รวมถึงอย่าลืมดูถึงความเสี่ยงจากการลงทุนด้วย และที่สำคัญมากคือ เราควรลงทุนในระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้เท่านั้นเรื่องนี้ก็ต้องมีการวางแผนที่รอบคอบซึ่งเราสามารถสร้างกำไรจากเงินโบนัสนี้ได้ โดยการลงทุนตามช่องทางต่าง ๆ เช่น เงินฝากประจำตราสารหนี้ กองทุนหุ้น หรือ ธุรกิจส่วนตัว เป็นต้น โดยไม่เกินกำลังของตัวเราเอง

ให้รางวัลกับตัวเอง

invest

anon_tae/shutterstock.com

คงไม่ต้องบอกกล่าวอะไรมากเพราะถึงเวลาซื้อความสุขให้กับตัวเราเองแล้ว ใครชอบอะไร รักอะไรก็ทำได้เลย แต่ข้อสำคัญคืออย่าใช้เงินเกินจากที่เราแบ่งมาอย่างเด็ดขาด เพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวเราเอง. หากใครที่ไม่ได้มีภาระหนี้สินมากมาย ก็สามารถใช้เงินโบนัสเพื่อซื้อประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับตัวเองหรือคนในครอบครัว ด้วยการไปท่องเที่ยวในที่ที่แปลกใหม่ ในประเทศหรือต่างประเทศก็แล้วแต่เพื่อเป็นรางวัลชีวิตให้กับตัวเองหลังจากที่ได้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งปีเพราะการได้พักผ่อนถือเป็นการเติมพลังให้กับร่างกายและจิตใจให้กลับมาทำงานในปีถัดไปได้อย่างเต็มที่โดยต้องเตรียมการให้รอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดค่าใช้จ่ายที่บานปลายโดยไม่จำเป็น และเลือกทำประกันการเดินทางควบคู่ไปด้วย หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นระหว่างการท่องเที่ยวเช่น ล้มป่วย เกิดอุบัติเหตุ กระเป๋าเดินทางถูกส่งไปผิดประเทศ หรือเดินทางมาขึ้นเครื่องไม่ทัน เป็นต้น ในส่วนของประกันการเดินทางก็สามารถรับผิดชอบได้หมดโดยที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

เลือกหาส่วนลดเพิ่มเติมทุกการใช้จ่าย

เลือกหาอะไรๆที่ดีมีโปรโมชั่น. การช้อปปิ้งอย่างจุใจคงเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดสำหรับหลาย ๆ คนที่ได้รับเงินโบนัสก้อนโตในช่วงท้ายปีอย่างแน่นอน ถือว่าเป็นการซื้อความสุขและสามารถผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี แต่หากไม่มีสติในการช้อปปิ้งแล้วนั้นก็อาจจะหมดตัวจนทำให้เครียดหนักมากกว่าเดิม ดังนั้นหากอยากจะซื้อของดี มีคุณภาพ แต่ราคาย่อมเยาว์นั้น อาจจะเลือกใช้การซื้อของออนไลน์เพราะสามารถเปรียบเทียบราคาจากหลาย ๆ ร้านค้าได้ก่อนตัดสินใจซื้อ อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นอยู่ตลอดทั้งปีในบางเว็บไซต์ หรือแอปฟริเคชั่น เช่น แจกโค้ดคูปองส่วนลด ที่จะช่วยให้เราซื้อของได้ในราคาที่ถูกลงได้ เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับคนที่กำลังมองหาโอกาสจากเงินโบนัสก้อนโต นี่อาจจะเป็นเคล็ดลับในการบริหารจัดการเงินโบนัสอย่างมีประสิทธิภาพ อย่าลืมลองทำตามกันดูหรือเป็นไอเดียสำหรับการใช้โบนัสได้ส่วนคนที่เผลอใช้เงินโบนัสไปล่วงหน้าแล้ว ก็ไม่ต้องโอดครวญกันไป ปีหน้าฟ้าใหม่ สามารถเอาไอเดียเหล่านี้ไปลงมือเพิ่มโบนัสกันได้ แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ก็ขอให้ทุกคนศึกษาเรียนรู้ให้รอบคอบก่อนที่จะลงทุน เพื่อจะได้ทำให้โบนัสเพิ่มขึ้นมาจริง ๆ ไม่สูญเปล่าไปกับการขาดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องนั่นเอง