ใครยังผ่อนรถอยู่บ้างยกมือขึ้น การซื้อรถสักคันก็เหมือนเป็นการสร้างภาระทางการเงินขึ้นมาอย่างหนึ่ง หรือจะเรียกว่าเป็นการสร้างหนี้ก็ว่าได้ ซึ่งหนี้รถก็จัดว่าอยู่ในหนี้ที่จำเป็นและไม่ใช้หนี้เสีย แต่ว่าก็มีความเป็นไปได้ที่หนี้รถจะกลายเป็นหนี้เสียได้เหมือนกันนะ ถ้าเกิดว่าเงินหมุนไม่ทันธุรกิจสะดุดขาดรายได้ขึ้นมาก็เป็นปัญหาได้เหมือนกัน ดังนั้นตอนนี้ใครที่กำลังผ่อนสินเชื่อรถยนต์อยู่ขอให้มาเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดกันดีกว่า ไม่แน่นะใครบางคนอาจจะกำลังมีปัญหาผ่อนสินเชื่อรถยนต์ไม่ไหวอยู่ในตอนนี้ก็เป็นได้ ถ้าอย่างนั้นบทความนี้คงจะชี้ทางออกให้คุณไม่น้อยเลยทีเดียว

ปัจจุบันนี้มีความเป็นไปได้สูงที่คนส่วนใหญ่จะเจอปัญหาการเงินสะดุดไม่คล่องตัว เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนบวกกับสถานการณ์โรคระบาดที่เป็นเหมือนพายุที่โหมกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำอีก พอจะเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวก็กลับต้องเจอมรสุมลูกใหม่อยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าคนทำงานหรือเจ้าของธุรกิจก็ต้องออกความพยายามเพื่อเอาตัวรอดกันทั้งนั้น แล้วอุปสรรคอย่างหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่เอาตัวรอดได้ยากก็คือ หนี้รถ หนี้บ้าน หรือหนี้สินอื่นๆนั่นเอง บทความนี้เราจะมาพูดถึงคนที่มีหนี้รถกันค่ะ ใครที่กำลังผ่อนสินเชื่อรถยนต์อยู่แต่ยังไม่เกิดปัญหายังสามารถจ่ายไหวก็ดีไป แต่ใครที่กำลังล้มลุกคลุกคลานผ่อนไม่ไหวค้างชำระมาบ้างแล้วเรามีทางออกมาบอกด้วยนะ ทางออก คือ สินเชื่อรถยนต์แบบโปะ เรียกอีกอย่างว่าการรีไฟแนนซ์รถยนต์ก็ไม่ได้นะเพราะมีความเกี่ยวข้องกัน  ถ้าคิดจะขอหนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่าแล้วคิดไม่ออกว่าจะขอจากสถาบันการเงินไหนดี บทความมีสถาบันการเงินมาให้คุณได้เลือกและเปรียบเทียบสองสถาบันการเงินด้วยกันระหว่าง ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารกรุงศรีฯค่ะ พร้อมแล้วไปดูกันเลย

สินเชื่อรถช่วยได้จากกสิกรไทย

สินเชื่อรถยนต์จากธนาคารกสิกรไทยที่จะนำมาบอกให้คุณได้รู้จักกันในบทความนี้ไม่ใช่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์แต่เป็นสินเชื่อรถยนต์สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องเงินและต้องการเงินด่วนๆเพื่อมาจัดการปัญหา ธนาคารกสิกรไทยจึงมีทางออกให้กับลูกหนี้โดยมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ชื่อว่า สินเชื่อรถช่วยได้ สินเชื่อรูปแบบนี้ช่วยอะไรได้บ้างล่ะ? มาดูรายละเอียดกัน

  • ให้วงเงินกู้ 90% จากราคาประเมินรถยนต์
  • ระยะเวลาการผ่อนชำระสบายๆยาวนานถึง 72 เดือน
  • อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่เริ่มต้นที่ 0.69%
  • รถยนต์อายุ 16 ปี กู้ได้

สินเชื่อรถช่วยได้นี้มีให้คุณเลือกสองแบบด้วยกัน คือ แบบโอนเล่มทะเบียน กับ แบบจำนำเล่มทะเบียน ทั้งสองแบบต่างกันอย่างไหร่?

แบบโอนเล่มทะเบียน

นี่คือ การขอสินเชื่อใหม่มาปิดสินเชื่อเก่าและโอนเล่มทะเบียนจากสถาบันการเงินเดิมมายังสถาบันการเงินใหม่ หรือ การรีไฟแนนซ์นั่นเอง คุณสามารถนำเงินก้อนจากรีไฟแนนซ์มาผ่อนชำระรถยนต์กับสถาบันการเงินใหม่ในระยะเวลาที่นานขึ้นจำนวนเงินผ่อนชำระน้อยลง หรือ จะนำเงินก้อนนั้นมาโปะหนี้รถก็ได้ซึ่งจะทำให้ปิดหนี้ได้เร็วยิ่งขึ้น

แบบจำนำเล่มทะเบียน

ตัวนี้คือการนำรถยนต์ที่คุณเป็นเจ้าของมาแลกเงินก้อนโดยไม่ต้องโอนเล่มทะเบียนมาเป็นของสถาบันการเงินรถยนต์ยังเป็นของคุณอยู่ เงินก้อนที่กูไปนั้นสามารถนำไปใช้จัดการปัญหาทางการเงินอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ

คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ

  • ต้องมีอายุ 20 – 70
  • มีอายุการทำงาน 6 เดือนขึ้นไป ถ้าเป็นเจ้าของกิจการต้องดำเนินกิจการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี
  • ต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ปลอดภาระหนี้สินแล้ว หรือ มีการขอสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จากสถาบันการเงินอื่นอยู่แล้ว
  • ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน

สินเชื่อรถช่วยได้ของธนาคารกสิกรไทยนั้นมีทางเลือกให้คนมีรถและมีปัญหาทางการเงินหลักๆอยู่สองทางเลือกอย่างที่ได้อธิบายไปแล้ว คุณกำลังมีปัญหารูปแบบไหนก็สามารถเลือกทางออกที่ใช่ได้เลยค่ะ

สินเชื่อกรุงศรี คาร์ ฟอร์ แคช โปะ

สินเชื่อรถยนต์จากธนาคารกรุงศรีฯหลายคนคงคุ้นเคยกับสถาบันการเงินในเครือของธนาคารกรุงศรีที่ชื่อว่า กรุงศรี คาร์ ฟอร์ แคช แน่นอนใช่ไหม? สินเชื่อรถยนต์ที่จะมาแนะนำให้ได้รู้จักกันในบทความก็มาจากสถาบันการเงินนี้นี่แหละ ซึ่งมีชื่อว่า กรุงศรี คาร์ ฟอร์ แคช โปะ ไม่ว่าคุณกำลังขาดสภาพคล่องทางการเงินจากเรื่องอะไรแค่มีรถยนต์ก็มีทางออกได้แล้ว เพราะสินเชื่อตัวนี้จะช่วยให้คุณมีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้นแถมช่วยลดภาระหนี้สินได้อีกด้วย สินเชื่อนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง?

  • ให้วงเงินกู้ 100% ของราคาประเมินรถยนต์
  • ดอกเบี้ยต่ำอยู่ที่ 0.27%
  • รถยนต์อายุ 15 ปี สามารถขอสินเชื่อได้
  • ระยะเวลาการผ่อนชำระสบายๆยาวนานถึง 84 เดือน

สินเชื่อกรุงศรี คาร์ ฟอร์ แคช โปะ เป็นสินเชื่อที่เข้าใจคนมีรถจริงๆเพราะมีรูปแบบของสินเชื่อให้เลือกใช้บริการสองแบบด้วยกันซึ่งคล้ายกับสินเชื่อรถช่วยได้จากธนาคารกสิกรไทยเลยค่ะ นั่นก็คือ แบบโอนเล่มทะเบียน กับ แบบไม่โอนเล่มทะเบียน คุณคงรู้ความหมายของรูปแบบของสินเชื่อทั้งสองอย่างไปแล้วนะคะจากหัวข้อก่อนหน้านี้ แต่เราจะมาดูรายละเอียดกันว่าสินเชื่อทั้งสองแบบจากกรุงศรี คาร์ ฟอร์ แคชนั้นมีเงื่อนไขยังไงบ้าง?

แบบโอนเล่มทะเบียน

แบบโอนเล่มทะเบียนมีเงื่อนไขดังนี้ สามารถใช้รถได้ตามปกติ อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3.18% - 15.00% ต่อปี ผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน

แบบไม่โอนเล่มทะเบียน

ส่วนแบบไม่โอนเล่มทะเบียนมีเงื่อนไขดังนี้ สามารถใช้รถได้ตามปกติ อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 12.00% - 18.00% ผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน

คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ

  1. ต้องมีอายุ 20 – 65 ปี
  2. มีรถยนต์เป็นของตัวเอง หรือ ขอสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มาก่อน
  3. ชาวต่างชาติสามารถขอสินเชื่อนี้ได้แต่ต้องมีอายุการทำงานมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป

สินเชื่อกรุงศรี คาร์ ฟอร์ แคช โปะ เป็นทางออกที่ดีสำหรับคนที่กำลังขาดสภาพคล่องทางการเงินจริงๆ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสถาบันการเงินอื่นๆเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วคงทำให้ใครก็ตามที่เป็นหนี้สินเชื่อรถยนต์อยู่เบาตัวมากขึ้น หรือใครที่ต้องการเงินด่วนไปจัดการเรื่องอื่นๆก็เป็นการสร้างหนี้ที่ไม่เป็นภาระหนักเลยค่ะ เปรียบเทียบกันแล้วระหว่างสินเชื่อจากกสิกร กับ กรุงศรี คุณคิดว่าสินเชื่อจากที่ไหนน่าสนใจมากกว่ากัน? มาดูกันที่บทสรุปเลยค่ะ

# ผ่อนรถไม่ไหวไม่ต้องเครียด...ยืดเวลาได้อีกเยอะ

จากรายละเอียดที่ได้พาคุณมาศึกษาในบทความนี้ของทั้งสองสถาบันการเงินที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์แบบโปะไปแล้วนั้น ทั้งกสิกรและกรุงศรีก็มีความคล้ายคลึงกันไม่น้อย แต่ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนมีอยู่สองเรื่องด้วยกัน คือ อัตราดอกเบี้ย และ ระยะเวลาในการผ่อนชำระ ต้องขอบอกตรงๆว่าสินเชื่อจากกรุงศรีน่าสนใจมากกว่าเพราะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ามีระยะเวลาการผ่อนชำระที่นานมากกว่า นี่คือความแตกต่างที่ชัดเจนแต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากสักเท่าไหร่นะ เอาเป็นว่าให้สินเชื่อจากกรุงศรีเป็นตัวเลือกแรกๆแล้วสินเชื่อจากกสิกรเป็นตัวสำรองละกัน  เพราะในความเป็นจริงแล้วการขอสินเชื่อนั้นต้องรอผลอนุมัติและมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ได้รับการอนุมัติจากสถาบันการเงินแรกที่ไปขอสินเชื่อก็ได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสถาบันการเงินที่สองที่เก็บเอาไว้เป็นแผนสำรองค่ะ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกให้สถาบันการเงินไหนมาก่อนหรือมาทีหลัง บทความนี้ก็ทำให้คนมีรถเห็นแล้วว่าทางออกของการผ่อนชำระสินเชื่อรถยนต์ไม่ไหวนั้นมีอยู่จริง ตอนนี้ถ้าคุณกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ก็ขอแนะนำทางเลือกที่ดีๆแบบนี้ แต่ถ้าใครยังไหวไม่มีปัญหาก็เก็บข้อมูลนี้เอาไว้ได้เป็นความรู้ไม่เสียหายนะ เพราะอนาคตไม่แน่นอนคุณอาจจะเจอปัญหาเข้าสักวันก็ได้ ใครจะรู้!