ถ้าพูดถึงเรื่องการวางแพลนเพื่อไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ  นอกจากพวกตั๋วเครื่องบิน แหล่งท่องเที่ยว ไปจนถึงเสื้อผ้าและอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็น อีกสิ่งนึงซึ่งจะขาดไปไม่ได้ก็คือ การแลกเงินเพื่อใช้จ่าย-ช้อปปิ้งในยามเจอสิ่งของที่ถูกใจ  หรือเผื่อไว้ในสถานการณ์ฉุกเฉินค่ะ ในวันนี้เราจึงอยากแนะนำเทคนิคง่ายๆ ที่สายเที่ยวต้องรู้ ว่าควรจะต้อง ‘แลกเงินยังไงให้คุ้มกว่า!’

มือใหม่สายเที่ยวเมืองนอกไม่ต้องปวดหัวกันอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ ว่าเราควรจะต้องเตรียมตัวยังไงดี  เพราะบทความนี้ จะนำเสนอเทคนิคซึ่งช่วยให้เราสามารถแลกเงินไปต่างประเทศได้อย่างง่ายดายและได้เรทดีๆ อีกด้วย มาติดตามกันเลยค่ะ

เช็คอัตราการแลกเปลี่ยน

สิ่งแรกๆซึ่งจะต้องทำก็คือ การตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนของเงินไทย กับ สกุลเงินต่างประเทศที่เรากำลังอยากได้ หรือวางแผนจะไปเที่ยวค่ะ เพื่อดูว่ามีอัตราการแลกประมาณเท่าใด เรตสูงสุดจะได้เท่าไหร่ ต่ำสุดประมาณไหน และมีโอกาสที่จะเพิ่มหรือลดลงไปมากกว่านี้รึป่าว โดยควรเช็คล่วงหน้าก่อนไปเที่ยวจริงๆ สัก 1-2 เดือน เพื่อให้ได้อัตราการแลกที่คุ้มที่สุดก่อนจะออกเดินทางค่ะ

ส่วนวิธีในการเช็คนั้นก็ทำได้ในหลายช่องทาง ทั้งการไปสอบถามกับธนาคารด้วยตนเอง  การตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ของธนาคาร หรือ  เว็บไซต์/แอพพลิเคชั่นของร้านรับแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศซึ่งมีความน่าเชื่อถือและกำลังได้รับความนิยม อาทิ Super Rich, Grand Superrich, Value Plus Currency Exchange, 12 Victory หรือ Siam Exchange เป็นต้น

เปรียบเทียบในหลายๆ แห่ง

ถึงแม้ว่าทุกแห่งจะบอกว่าตนให้ ‘เรตดีที่สุด’ เพื่อนๆก็อย่าพึ่งไปคล้อยตามกันนะคะ โดยไม่ได้ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าร้านนั้นจะให้เรทดีๆในสกุลเงินที่เราต้องการแลกมั้ย. จึงอยากแนะนำให้ต้องควรลองเปรียบเทียบจากทั้งในเว็บของธนาคารกับผู้ที่รับแลกเปลี่ยนสกุลเงินในหลายๆ แห่งก่อน  ส่วนการจะไปแลกที่สนามบิน หรือ ต่างประเทศเลยก็จะมีการบวกค่าบริการที่ค่อนข้างสูงด้วย ถ้าต้องแลกในจำนวนที่เยอะก็จะได้แบบไม่ค่อยคุ้มไปอย่างน่าเสียดายค่ะ

หลีกเลี่ยงช่วงวันเสาร์-อาทิตย์

เพราะตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex Market) จะหยุดในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ค่ะ หากจะใช้อัตราการแลกเปลี่ยนในช่วงปิดตลาด(วันศุกร์) สำหรับทางสถานรับแลกเงินแล้วก็จะถือว่าเป็นความเสี่ยงอยู่ เพราะหากเปิดตลาดมาในวันจันทร์ แล้วมีอัตราการแลกเปลี่ยนที่ผันผวนขึ้นทางร้านก็จะขาดทุนได้ ในหลายๆแห่งจึงมีการบวกค่าส่วนต่าง (Mark-up) เข้าไปด้วยอีกนิดนึง เพื่อกันความเสี่ยงของทางร้านเอง ดังนั้น หากหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่น่าเข้าไปแลกเงินกันในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นะคะ

เลือกร้านที่คนเข้าออกกเยอะๆ ก็ดีเหมือนกัน

ข้อดีของร้านรับแลกเปลี่ยนที่มีลูกค้าเข้าออกเยอะ คือ มีกำไรจากจำนวน volume ที่เข้ามา เขาจึงไม่ต้องมาโขกกำไรจากการคิดส่วนต่าง(spread) เอามากๆ  และเมื่อเป็นร้านที่มีทั้งคนไทยมาซื้อเงินต่างประเทศและนักท่องเที่ยวมาขายเงินตราต่างประเทศ  ทางร้านก็จะมีสภาพคล่องสูงทั้งสำหรับเงินบาทและเงินต่างประเทศ  เราจึงจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่โอเคและครบตามจำนวนที่ต้องการอีกด้วย

เล็งในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็ง

การวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศเราคงต้องคิดล่วงหน้ากันมาแล้วสักพัก ดังนั้น ก่อนช่วงวันเดินทาง 1-2 เดือน จึงควรเช็คข่าวสารความเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อค่าเงินบาทอยู่เสมอ แล้วถ้าเห็นในจังหวะที่ค่าเงินบาทเริ่มแข็ง การแลกเงินต่างประเทศในช่วงนั้นเก็บเอาไว้เลยได้ก็จะดีมาก เผลอๆตอนเวลาขายคืนยังอาจมีกำไรอีกนิดๆหน่อยๆด้วย

นอกจากนี้ เรื่องสถานการณ์ในแต่ละประเทศหรือเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ อย่างการก่อการร้าย หรือ ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ก็อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของตัวเราและมีผลต่ออัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงินด้วย จึงจำเป็นต้องวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้เพื่อเลือกช่วงเวลาและวิธีการแลกเงินให้เหมาะสมค่ะ

ธนบัตรใหญ่ๆ ได้เรทดีกว่าธนบัตรย่อยนะ

เชื่อหรือไม่! ธนบัตรในแต่ละประเภทก็จะมีเรทการแลกเงินที่ไม่เท่ากันด้วย โดยพวกแบงค์ใหญ่ๆ จะมีเรทที่ดีกว่า ดังนั้น เวลาไปเที่ยวต่างประเทศหลายคนจึงชอบแลกเป็นเงินแบบทั้งแบงค์ใหญ่และแบงค์ย่อยคละกันเพื่อความสะดวกในการจับจ่าย  แต่ในช่วงก่อนเดินทางกลับก็ควรจะใช้เหรียญต่างๆหรือแบงค์ย่อยๆ ให้หมดไปก่อน หรือแลกคืนเป็นแบงค์ใหญ่ แล้วเมื่อกลับไทยก็จะแลกคืนเป็นเงินบาทได้ในเรทที่ดีกว่ส่าค่ะ

แลกเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

อีกวิธีหนึ่งที่บางคนอาจจะยังไม่รู้ ก็คือ การแลกเงินบาทให้เป็นสกุลเงินอื่นก่อน แล้วค่อยไปแลกเป็นสกุลเงินที่ต้องการอีกที โดยสกุลเงินซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุด คือ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เช่น การแลกเงินบาทไทยจำนวน 40,000 บาทไทย เป็นเงินวอนประเทศเกาหลี จะได้จำนวน 1,314,950.14 วอน แต่หากแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯจะได้ 1173.74 ดอลล่าร์ เมื่อนำไปแลกเป็นเงินวอนเกาหลี ก็จะได้เพิ่มมาเป็นจำนวน 1,320,048.24 วอน  และพอกลับมาถึงไทยเราก็ยังสามารถแลกเงินดอลลาร์กลับมาเป็นเงินบาทได้ง่ายกว่าอีกด้วยค่ะ

รูดผ่านบัตรเครดิต หรือ ใช้บัตร ATM ในต่างประเทศ

การใช้บัตรเครดิตนอกจากจะได้ส่วนลดและสิทธิพิเศษต่างๆ ยังใช้แลกเงินต่างประเทศได้โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าปกติหากเทียบกับการนำเงินสดไปแลกเปลี่ยนสกุลเงินโดยตรง แถมยังปลอดภัยกว่าการพกเงินสดแบบเยอะ ๆ ไว้กับตัวค่ะ  นักท่องเที่ยวขาช้อปทั้งหลายจึงไม่ควรพลาดกันเด็ดขาด แต่จะต้องแจ้งทางธนาคารก่อนล่วงหน้า(ไม่เช่นนั้นระบบรักษาความปลอดภัยอาจเข้าใจผิดจนเป็นเหตุให้บัตรเครดิตถูกระงับได้) เช็คประเภทของบัตร โปรโมชั่น พร้อมเรทอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมให้ดีกันก่อน ไม่เช่นนั้นเผลอรูดเพลินแบบไม่ระวัง ก็อาจลมจับเอาตอนที่มีใบเรียกเก็บเอาได้

หรือ บางคนอาจเลือกวิธี กดตู้ ATM ที่ต่างประเทศเอาซะเลยสำหรับวงเงินเผื่อฉุกเฉิน(เงินจะถูกแปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐก่อนจะเปลี่ยนเป็นสกุลเงินสดในท้องถิ่นนั้นๆ)  เพราะในบางแห่งพอเรากดที่ประเทศเขาก็จะให้อัตราแลกเงินที่คุ้มกว่า แม้จะรวมค่าธรรมเนียมในการกดแล้วก็ยังถือว่าดีกว่าการแลกที่ไทย แต่วิธีนี้จะมีข้อจำกัดเรื่องวงเงินสูงสุดที่สามารถถอนได้ต่อครั้ง และควรต้องเช็คอัตราการแลกเปลี่ยนให้ดีก่อนตัดสินใจค่ะ

วางแผนเพื่อแลกเงินต่างประเทศในแบบคุ้มสุดและได้เรตดีๆ

โดยสิ่งที่เราจะต้องเตรียมไปด้วยตอนแลกเงินในต่างประเทศ คือ passport หรือ หนังสือเดินทางของตัวเราเองถือไว้ในมือ พอรับเงินสกุลที่ต้องการแลกมาแล้วก็ควรตรวจเช็คจำนวนและดูว่าธนบัตรไม่อยู่ในสภาพที่ฉีกขาดหรือชำรุดใดๆ.  ส่วนการแลกเตรียมไว้ก่อนจากที่ไทย ก็สามารถเช็คเรทจากธนาคารหรือร้านรับแลกเงินได้ง่ายขึ้นมากในสมัยนี้ หรือเพื่อความสะดวกบางคนที่ไม่อยากต่อคิวรอนานๆ ก็มีบริการโทรจองและส่งเงินให้ถึงสนามบิน หรือนัดรับตามสาขาต่างๆ ในหลายเครือแล้วด้วย

ขอฝากทิ้งท้ายกันไว้สักหน่อยด้วยว่า.. ถึงแม้การแลกเปลี่ยนสกุลเงินนั้นจะดูไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่ในทุกๆครั้งกลับแฝงมาด้วย “กำไร” และ “ขาดทุน” อยู่ค่ะ ดังนั้น จากเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่เราได้นำมาบอกกันจึงหวังว่าจะช่วยให้สายเที่ยว-สายช้อป สามารถแลกเงินต่างประเทศกันได้ในแบบที่คุ้มสุดและได้เรทดีๆนะคะ. สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ติดใจเนื้อหาสาระ  เคล็ดลับการเงินดีๆ  วิธีวางแผนการเงินในระยะยาว และสินเชื่อที่น่าสนใจ ก็สามารถแวะเวียนเข้ามาพูดคุยกันกับ MoneyDuck ได้ โดยเราก็มีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะช่วยคุณอยู่เสมอค่ะ!