เมื่อเราพูดถึงเรื่องเงินๆทองๆยิ่งเป็นการวางการเงิน เราก็จะรู้สึกขัดๆเพราะคิดว่ามันยากและเราต้องมีระเบียบ การปรับตัวเพื่อจะไปวางแผนการเงินอย่างดีนั้นก็ต้องวางแผนอย่างดีโดยการคิดใคร่ครวญอย่างมีเป้ามหมายว่าเราจะวางแผนอย่างไรให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง ดังนั้นเราต้องสร้างวินัยกับตัวเองว่าจะตั้งใจเก็บเงิน  การพูดแบบนี้ดูเหมือนยากและเราอาจรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนหลายอย่าง แต่ความจริงมันช่วยเรามาก เราต้องนึกผลประโยชน์ที่เราจะได้รับไม่ใช่คิดถึงว่ามันยากและยุ่งยาก เพราะนี่จะส่งผลดีในอนาคตแน่นอนถ้าเราเคร่งครัดกับตัวเองในตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องประหยัดมากจนต้องห้ามกินห้ามใช้จนเกินไป เราก็ต้องรู้จักตัวเองว่าเราจำเป็นขนาดไหน ดังนั้น เราจะมาดูกันว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดเรื่องการเงินอย่างไรบ้าง?และเรื่องที่เราควรเข้าใจใหม่มีอะไรบ้าง?และมีอะไรที่สามารถช่วยเราให้จัดการการเงินไดง่ายขึ้นด้วย? ให้เรามาดูด้วยกันต่อไปนี้

7 เรื่องทางการเงินที่คนส่วนใหญ่ มักเข้าใจผิด

คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดการเรื่องอะไร? ให้เราดูว่ามีอะไรบ้างที่เราอาจจะเข้าใจผิดแบบนั้น

1.ไม่ยอมเสียค่าธรรมเนียม

เมื่อเราชำระค่าใช้จ่ายต่างๆล่าช้าทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียม เราก็ยอมจ่ายและบางทีเราอาจเสียค่าใช้จ่ายต่างก่อนกำหนด เช่น จ่ายล่วงหน้าก่อนเวลาเดดไลน์มาถึง หรือตัดให้มีการจ่ายโอนค่าต่างๆเหล่านี้โดยอัตโนมัติ แต่เราควรคำนึงและระวัง เพราะว่าบางทีอาจจะซ่อนมาตามบิลรายเดือนที่เราต้องจ่ายเป็นประจำด้วย ดังนั้นเราต้องให้ควาสนใจกับบิลต่างๆอย่างดีเพื่อเราจะไม่พลาดกับการจ่ายเงินโดยไม่จำเป็น

2.ไม่ควรเพิกเฉยต่อคะแนนจากบัตรเครดิต

การที่เราชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำและจ่ายช้านั้น จะทำให้เราจ้องมีภาระอีกจากดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมากแต่ถ้าเราทำบัตรเครดิตมาซื้อสินค้าต่างๆเป็นประจำเราจะได้ประโยชน์ เช่น การจ่ายผ่านบัตรเครดิตเพื่อซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลงตามโปรโมชั่นที่บัตรเครดิตร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าบางแห่ง ซึ่งในหลายๆครั้งเราก็จะพบว่า การสะสมคะแนนและคะแนนเหล่านี้สามารถนำไปรับเครดิตเงินคืนหรือจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษได้นั่นเอง

3.ไม่ใช้จ่ายเงินหุนหันพลันเล่น

พอพูดถึง คนรวย เราก็จะนึกได้ว่าพวกเขาใช้เงินฟุ่มเฟือยซื้อของแพงและใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่ ให้เราลองนึกดูกว่าเราจะรวยได้ก็ต้องขยันและใช้ความพยายามอย่างมากจริงไหม ดังนั้น พวกเขาจะต้องระวังการใช้เงินอย่างดีเพื่อจะมาถึงวันที่เขาร่ำรวย เราต้องยอมรับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น เราจะต้องเลียนแบบพวกเขาคือ ระวังการใช้จ่ายอย่างรวดเร็วแบบไม่ยั้งคิด ระวังที่จะใช้เงินฟุ่มเฟื่อยเกินไปและระวังเรื่องหนี้ พยายามที่จะไม่ก่อหนี้นั่นเอง

4.ระวังการจ่ายเงินตามแผนการตลาด

ถ้าคุณรีบซื้อ รีบจ่าย ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะได้ของแถมนั่น นี่ นู่น เป็นต้น สารพัดวิธีการใช้เงินของพวกเขาคือ เขาจะเปรียบเทียบราคาสินค้า เขาจะดูภาพรวมทั้งหมด และเอาคุณประโยชน์ของสินค้าที่ซื้อมาเปรียบเทียบกับราคา ว่ามันเหมาะสมกับเงินที่เขาต้องจ่ายไปหรือไม่นั่นเอง

5.หวังผลระยะยาว

ให้เรามองการณ์ไกลมากกว่าคิดแต่ภาพภายหน้าระยะสั้นๆ ตัวอย่างที่เขายก เช่น Eric Schmidt อดีต CEO แห่ง Google เคยกล่าวว่า เขาจะไม่ซื้อขายหุ้นโดยติดตามความเคลื่อนไหวตลาดแบบวันต่อวัน แต่เขาใช้วิธีดูระยะยาวของมัน

6.ไม่มีแหล่งรายได้ทางทางเดียว

การที่เรามีรายได้จากหลายๆทางช่วยเราให้เราให้มีเงินเพิ่มขึ้นแน่นอน ผู้คนที่ร่ำรวยทั้งหลายไม่เคยพึ่งพาแหล่งรายได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจต่างๆ เพิ่มเติม การมีงานฟรีแลนซ์ก็ด้วย

7.พยายามไม่เหมือนคนอื่น

ชีวิตเราไม่จำเป็นต้องเลียนแบบใครก็ได้ ให้เราใช้ชีวิตให้เป็นตัวเองที่สุด ที่เรารู้สึกชอบโดยไม่มีใครบอกว่าต้องทำแบบนั้นแบบนี้ เราควรที่จะเจียมในเรื่องการอย่างได้อยากมี ให้สิ่งเหล่านี้มาเป็นอันดับรองแต่สำคัญที่สุดนั้นเราต้องเป็นตัวเอง เพื่อเราจะมีความสุขนั่นเอง

4 เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจใหม่กับการวางแผนการเงินมีอะไรบ้าง?

เราก็ได้รู้ไปแล้วว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจผิดอย่างไร หนึ่งในนั้นอาจเป็นเราก็ได้ที่เข้าใจผิด ดังนั้นเรามาดูว่าอะไรที่เราจะต้องทำความเข้าใจใหม่กับการวางแผนการเงิน

1.ต้องวางแผนการเงิน

บางคนที่มีรายได้ไม่ค่อยมาก หรือไม่ค่อยมีเงินพอกับค่าใช้จ่ายต่างๆ พวกเขาไม่ได้วางแผนการเงินอย่างดีนั่นเอง จึงทำให้พวกเขาคิดว่า ถ้าเราจนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องวางแผนหรอก แต่นั่นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องเลย ขอให้เลิกคิดแบบนี้เพราะไม่ได้ช่วยอะไรเผลอๆแย่กว่า เพราะฉะนั้น  เราต้องรีบวางแผนเลยเพราะการวางแผนแบบนี้จะทำให้เรารู้สถานะการเงินของเรานั้นเป็นอย่างไร?

จริงๆเรารู้อยู่แล้วว่าเงินไม่พอใช้ แต่มันไม่เพียงบอกแค่นั้นเราจะรู้อีกว่าเราใช้จ่ายอะไรไปแล้วบ้าง จะได้มาดูอีกทีว่าเราจำเป็นอะไรไม่จำเป็นอะไร หรือมีค่าใช้จ่ายอะไรที่เราต้องตัด แต่ถ้าเราเช็คแล้วว่ารายได้เราน้อยเกินไปที่จะพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เราก็จำเป็นต้องหางานเสริม ที่ทำในเวลาว่างก็ได้เพื่อให้รายได้นั้นพอสำหรับค่าใช้จ่ายด้วย และเหลือเก็บเพื่อใช้ยามฉุกเฉินหรือจำเป็นได้ด้วย

2.รวยแล้วไม่จำเป็นต้องวางแผนก็ได้ จริงหรือ!?

ไม่จริงอย่างที่คิด อย่างที่เราได้รู้ไปว่า คนรวยบางคนอาจคิดว่า มีเงินเยอะแล้ว ใช้ๆไปก็ไม่หมดหรอก ก็ไม่ต้องมาวางแผนอะไร แต่นี่เป็นความคิดที่หลอกตัวเองและไม่ถูกต้องเลย ก็เป็นเรื่องจริงทีว่าเรารวยแล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไรมากกับเงินๆทองๆว่าจะพอกับค่าใช้จ่ายต่างๆไหม แต่การจะทำให้ทรัพย์สินหรือเงินทองที่มีอยู่สร้างผลตอบแทนที่งอกเงยขึ้นมาได้มากน้อยเท่าไหร่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนทางการเงินให้ดีด้วย ยังมีส่วนประกอบอื่นที่สำคัญในการวางแผนการเงินนอกจากการลงทุนอย่างเช่น เรื่องภาษี เรื่องการวางแผนมรดก เรื่องการทำประกันชีวิต ที่ก็ต้องเป็นคนรวยที่มีเงินมาก ๆ เท่านั้นที่ควรจะต้องกังวลเรื่องเหล่านี้เสียด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่มี รายได้จะน้อยหรือมาก ก็ไม่ควรนำมาเป็นข้ออ้างในการที่จะไม่วางแผนทางการเงินได้

3.เพิ่งเริ่มทำงานยังไม่เห็นต้องรีบวางแผนเลย

หลายคนอาจจะคิดแบบนี้ เพราะเมื่อก่อนเราไม่ต้องวางแผนอะไร เราขอเงินพ่อแม่มานานในช่วงที่เราเรียน พอเราเรียนจบหาเงินเองได้ มีรายได้ ก็อยากที่จะอิสระเพราะว่าเราหาเงินด้วยแรงของตัวเอง จึงทำให้เราคิดว่าไม่ต้องวางแผนก็ได้ ให้เป็นเรื่องของอนาคต แต่ว่าเป็นความคิดที่ไม่ถูกสักเท่าไหร่ ถ้าไม่เริ่มเราก็จะผลัดวันประกันพรุ่งได้ เพราะการวางแผนการเงินใม่ใช่ว่าชีวิตของเราจะไม่มีความสุข

เราจะใช้เงินหรือจะกินแบบได้ดั่งใจไม่ได้ แต่มันไม่จริงอย่างที่คิด เพราการวางแผนไว้แต่แรกๆนั้น คือตอนเริ่มทำงานนั่นเอง การที่เราเริ่มทำแบบนี้ยิ่งได้เปรียบเพราะส่งผลกับชีวิตเราอย่างมาก เพราะถ้าในอนาคตเรามีการจัดการอย่างดีเราก็จะไม่มีเรื่องกวนใจมาก เช่น ค่าใช้จ่ายน้อย ทำให้เก็บเงินได้มาก และเงินเก็บก็จะมีเวลาที่นานกว่าในการสร้างผลตอบแทนให้ในอนาคตนั่นเอง

4.มีแผนการเงินเป็นของตัวเอง

การวางแผนการเงินเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเราเองและเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ไม่สามารถทำตามคนอื่นได้ เพราะเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน นิสัยการใช้เงินต่างๆ ใช้ชีวิตก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคนอื่นจะมาตัดสินใจแทนเราไม่ได้ด้วยว่าควรทำแบบนั้นแบบนี้และเราก็ไม่ทำแบบนั้นด้วย สถานการณ์ของเราแต่ละคนแตกต่างกัน เราก็น่าจะรู้ตัวเองดีว่าเราเป็นคนอย่างไร และปรับการจัดการเงินแบบแผนของเราเอง ซึ่งบางทีสถานการณ์ของเราอาจไม่แน่นอนน่าจะมีการปรับเปลี่ยนด้วย ดังนั้น เราควรที่จะวางแผนการเงินของเราเอง

แอพที่ช่วยให้คุณจัดการเงินได้ง่ายขึ้นมีอะไรบ้าง?

บางทีเมื่อเราวางแผนจัดการเงินให้เป็นระบบระเบียบอาจจะเป็นเรื่องยากด้วยในบางครั้ง ดังนั้น เราต้องพึ่งบางอย่างที่ช่วยเราได้มากขึ้นซึ่งก็คือ แอพที่สามารถ ช่วยให้เราจัดระเบียบมากขึ้นนั่นเอง ให้เรามีดู 4 แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ด้วยกัน

1.MONEY LOVER

เงินที่เราจ่ายออกไปเกิดจากที่ไหนกับใคร เเละเเนบภาพถ่าย ฟีเจอร์กันลืมสำหรับลูกหนี้ว่ายืมเงินเราไปเท่าไหร่เเละเหลืออีกกี่บาทที่ยังไม่คืนเรา รายงานสรุปค่าใช้จ่ายรายเดือนว่าเราใช้ไปเท่าไหร่แล้ว คาดการณ์อนาคตการเงินของเราล่วงหน้าได้ 3 เดือน ว่าเราต้องจ่ายอะไรบ้างโดยอ้างอิงจากบิลเเละการจ่ายเงินในทุกเดือนของเรา กระปุกออนไลน์เพื่อให้เราบรรลุถึงสิ่งที่อยากได้โดยเเยกเป็นกระปุกตามที่เราต้องการเก็บเงิน

2.WEPLE MONEY

บันทึกรายรับ-รายจ่าย เป็นรายเดือนแยกหมวดหมู่ชัดเจน ช่วยให้รู้ว่าเงินหายไปไหนอย่างไร สรุปรายรับรายจ่ายเป็นกราฟวงกลม ทำให้ดูได้ง่ายว่าได้ใช้จ่ายส่วนไหนไปมากน้อยเพียงไร ฟีเจอร์เก็บข้อมูลได้หลากหลาย เช่น ข้อมูลเบี้ยประกัน เงินกู้ ยอดหนี้

3.COINKEEPER

สามารถตั้งงบประมาณรายเดือนเพื่อคุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดช่วยให้เราบริหารเงินทั้งเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูยอดเงินเเละค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ภายในหน้าเดียว สามารถจำกัดวงเงินของเราได้ว่าช่วงเวลานี้ต้องใช้จ่าย รองรับทุกสกุลเงินทั่วโลก

4.MOBILLS

สามารถสร้างตารางรายรับ-รายจ่ายประจำเดือนได้ตามต้องการ มีระบบติดตามการใช้จ่าย ถ้าเราใช้จ่ายเกินที่วางเเผนจะมีการเเจ้งเตือน มีระบบแจ้งเตือนค่าใช้จ่ายประจำเมื่อถึงกำหนดที่ต้องชำระ

สรุป ทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับการเงิน?

เราต้องให้ความสำคัญการเงิน เพราะนี่ส่งผลกับเราในตอนนี้และกับอนาคตด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จำเป็นและไม่จำเป็นเราให้ตัวเองมีเงินเก็บมากขึ้นที่จะใช้ในอนาคตเผื่อเราวางแผนที่เราจะทำอะไรในอนาคตเราก็จะมีเงินนั้นไว้ ทำให้เราไม่ต้องเครียด สบายกว่าเดิมด้วยซ้ำและทำให้เราเห็นปัญหาที่แท้จริงว่าสิ่งที่เราประสบนั้นมันเกิดจากอะไร ดังนั้น เราอย่าคิดว่ามันยากที่ต้องจัดระเบียนมากมายแต่ถ้าเราคิดว่ายากมันก็จะยาก เราต้องลบความคิดนั้นและเริ่มทำจะได้รู้ว่ามันช่วยให้ชีวิตเรามีความสุขขึ้นนั่นเอง