บางทีเราอาจจะกังวลว่า การวางแผนการเงินจะยากเกินไปรึเปล่า เพราะมีเยอะมากค่าใช้จ่ายต่างๆมากมาย แต่การคิดเช่นนี้ทำให้เรารู้สึกยากเข้าไปอีกเพราะเราไม่ได้วางแผนอย่างดีในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น ให้เรามาดูว่า มีอะไรบ้างที่จะช่วยเราให้ประสบความสำเร็จเมื่อเราวางแผนอย่างดี นี่จะส่งผลดีกับเราอย่างไรบ้าง บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่ออยากให้ทุกคน มีการวางแผนอย่างดีและส่งผลดีกับตัวเราเองมากๆ ซึ่งมีวิธีมากมายเลยทีเดียว ให้เราดูด้วยกันดังต่อไปนี้

5 ขั้นตอนที่จะวางแผนให้ประสบความสำเร็จ

ให้เรามาดูว่ามีอะไรบ้างที่จะช่วยเราวางแผนเพื่อจะประสบความสำเร็จ

1.ติดตามการใช้จ่ายและทำงบดุล

หลายๆคนคงทราบกันดีว่า การบริหารจัดการรายรับ-รายจ่ายเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องทำเพื่อเตรียมตัวพร้อมสำหรับการเดินตามเป้าหมาย ซึ่งในสมัยนี้ มีแอปพลิเคชั่นการเงินมากมายให้เลือกใช้ที่ง่าย สะดวก บันทึกได้ทุกที่ทุกเวลาบนโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ช่วยให้เรารู้สถานะทางการเงินของเราได้อย่างละเอียด ก็คือ การทำงบดุลส่วนบุคคลนั่นเอง

2.แปลงเป้าหมายชีวิตเป็นเป้าหมายการเงิน

ทุกๆคนมีความต้องการ มีเป้าหมายในชีวิตที่อยากจะบรรลุให้ได้ ความตั้งใจเหล่านั้นอาจหมายถึงการมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย การมีบ้านให้ครอบครัว การไปท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิต หรือจะเป็นการมีรถสักคัน ซื้อของที่อยากได้จริงๆ การจะไปให้ถึงเป้าหมายชีวิตในหลายข้อจำเป็นต้องใช้เงินเป็นปัจจัยสำคัญ หากเราปรับเป้าหมายในชีวิตต่างๆ เหล่านั้นให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยการแปลงให้เป็นเป้าหมายทางการเงิน เส้นทางไปสู่เป้าหมายก็จะชัดเจนขึ้นนั่นเอง

3.หาเครื่องมือบรรลุเป้าหมาย

เมื่อเรามีเป้าหมายแบบนี้ และอยากที่ะบรรลุเป้าหมายเป็นเป้าหมายทางการเงินด้วย ดังนั้นเราต้องหาวิธีที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จได้ด้วยเครื่องมือต่างๆ คือการทำบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี ผลิตภัณฑ์การเงินประการแรก คือ เครื่องมือในการเก็บเงินที่มีประสิทธิภาพมากๆ และเป็นการสร้างวินัยในการออมเงินอีกด้วยหากต้องการเก็บเงินซื้อรถยนต์ เก็บเงินดาวน์บ้าน ออมเงินเพื่อการศึกษาลูก เก็บเงินซื้อของในอนาคต เช่น คอมพิวเตอร์ หรือแท็ปเล็ต เป็นต้น การเปิดบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีน่าจะเป็นตัวเลือกที่ช่วยได้ดีเลย ทุกคนมีเป้าหมายที่ทำให้เป้าหมายสำเร็จเป็นจริงแต่เราต้องมีความตั้งใจมากๆ ความตั้งใจเหล่านั้นอาจหมายถึงการมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย การมีบ้านให้ครอบครัว การไปท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิต หรือจะเป็นการมีรถสักคัน ซื้อของที่อยากได้จริงๆ การจะไปให้ถึงเป้าหมายชีวิตในหลายข้อจำเป็นต้องใช้เงินเป็นปัจจัยสำคัญ หากเราปรับเป้าหมายในชีวิตต่างๆ เหล่านั้นให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยการแปลงให้เป็นเป้าหมายทางการเงิน เส้นทางไปสู่เป้าหมายก็จะชัดเจนขึ้น

4.จัดทำแผนที่และออกเดินทาง

การจะไปให้ถึงจุดหมายที่เป็นสถานที่เราสามารถขับรถเดินทางตามผู้อื่นไปยังสถานที่นั้นได้ แต่สำหรับเป้าหมายทางการเงิน เราไม่สามารถลอกเลียนเส้นทางไปสู่เป้าหมายการเงินของใครได้ เพราะแต่ละคนย่อมมีสถานะทางการเงินและความพร้อมไม่เท่ากัน เพราะคนเราไม่เหมือนกัน เราต้องมีเป้าหมายชัดเจนไม่ตามคนอื่น เพราะว่าถ้าเราทิ้งทุกอย่างแล้วตามเป้าหมายคนอื่นอาจเสี่ยงที่จะไม่ประสบความสำเร็จได้ด้วยเพราะเราก็ไม่รู้ว่าเป้าหมายของเขาจะสำเร็จหรือไม่ ดังนั้น เราต้องตามเป้าหมายของเราเองและตั้งใจสุดๆ สถานะทางการเงินเป็นสิ่งจำเป็นในการนำมาใช้ออกแบบแผนสำหรับบรรลุเป้าหมายการเงิน โดยปัจจัยพื้นฐานที่นำมาคิดได้อย่างคร่าวๆ คือ ฐานเงินเดือน ภาระรายจ่าย และหนี้สิน จากนั้นจึงนำมาคิดกับเป้าหมายและแปลงเป็นงบประมาณรายเดือน

5.ติดตามความคืบหน้าและปรับแผนตามความเหมาะสม

เมื่อรเาได้วางแผนไปแล้วและออกเดินทางสู่เป็าหมายสิ่งที่เราไม่ควรลืมเลยก็คือ การติดตามความคืบหน้าว่าตอนนี้เรามาอยู่จุดใดของแผนที่แล้ว เราเข้าใกล้เป้าหมายที่วางไว้แล้วหรือยัง ซึ่งการติดตามความคืบหน้าควรแบ่งการติดตามออกเป็นแต่ละเดือนว่าสามารถทำตามงบประมาณที่ตั้งนั่นเอง

วางแผนการเงินส่วนบุคคลอย่างไร?

ให้เรามาดูว่า การวางแผนการเงินส่วนบุคคลนั้นเป็นอย่างไร ดังนี้

1. บทนำ

เมื่อเราพูดถึงการเงิน คนส่วนใหญ่พวกเขาคิดว่ายากมากเกี่ยวกับการคิดคำนวนตัวเลขเหล่านี้ เช่น ค่าเงินบาท อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ดัชนีราคาหลักทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งหลายคนก็คิดว่าเป็นเรื่องของคนที่เรียนมาด้านการเงิน หรือ เศรษฐศาสตร์ ที่จริงแล้วการเงินเป็นทักษะของชีวิตอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่จะต้องดำรงชีวิตอยู่ในสังคมโลก คำว่า ทักษะหมายถึงความชำนาญ ซึ่งเกิดจากการนำไปปฏิบัติบ่อยๆ ซึ่งถ้าคนที่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด การใช้ทักษะนี้ก็เปรียบเสมือน การมีวินัย เพราะบางคนอาจมองว่าการใช้เงินนั้นง่ายจะตายไป แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าตลอดช่วงชีวิตของคนนั้น เราควรเรียนรู้วิธีของการหาเงิน การใช้เงิน การทำให้เงินงอกเงย และการทำให้มีเงินใช้อย่างเพียงพอบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ และเป็นไปตามอัตภาพของแต่ละบุคคล สถานการณ์เช่นนี้จะช่วยทำให้แต่ละบุคคลเกิดความมั่นคงทางการเงิน ลดความเสี่ยงในการดำรงชีวิต ในเชิงสังคม ปัญหาอาชญากรรมซึ่งสาเหตุหลักของการกระทำผิดส่วนใหญ่มีแรงจูงใจมาจากปัญหาทางการเงินก็จะลดลง ในเชิงเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประชาชนในระดับจุลภาค ก็จะมีส่วนช่วยให้ระบบเศรษฐกิจในระดับมหภาคมีความแข็งแกร่งในระดับรากฐานไม่ต้องพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก

เราควรที่จะมีจุดประสงค์ในการเห็นความสำคัญของความรู้พื้นฐานด้านการเงิน ในเรื่องการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ที่จะช่วยให้ประชาชนในระดับบุคคล มีความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประชากรของประเทศรู้จักพึ่งตนเองได้ ส่งผลให้ประเทศไทยของเรามีความมั่นคงในที่สุดนั่นเอง

2. รู้จัก “การวางแผนการเงินส่วนบุคคล”

ความหมาย “การวางแผนการเงินส่วนบุคคล” คือ การวางแผนการเงินส่วนบุคคล หมายถึง การทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการดำเนินชีวิต ของบุคคลโดยผ่านการบริหารและการวางแผนทางการเงิน ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับแต่ละบุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องตั้งแต่การวางแผนข้อมูลทางการเงินของบุคคล กำหนดวัตถุประสงค์ ตรวจสอบฐานะการเงินในปัจจุบัน กำหนดกลยุทย์และแผนทางการเงินเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวในอนาคต อาจสรุปได้ว่า การวางแผนการเงินส่วนบุคคลช่วยเชื่อมช่องว่างทางด้านการเงินระหว่าง เราอยู่ ณ ที่ใดในปัจจุบัน กับ เราต้องการไปที่ใดในอนาคต ภายใต้เงื่อนไขข้อจำกัดเฉพาะของแต่ละบุคคล

6วิธีสร้างความมั่นคงการเงินในยุคที่เปลี่ยนแปลงมีอะไรบ้าง?

ให้เรามาดูว่ามีอะไรบ้างที่เราจะต้องสร้างความมั่นคงการเงินในยุคที่เปลี่ยนแปลงดังนี้

1.ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

เมื่อเราได้บันทึกว่าแต่ละเดือนเรามมีเราได้เข้ามาเท่าไหร่ และจ่ายออกไปเท่าไร จะทำให้เรารู้สถานะทางการเงินของตัวเอง ความมั่นคงทางการเงินเกิดจากการที่เรามีรายได้มากกว่ารายจ่าย หากรายจ่ายของเราสูง ให้พิจารณาตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก ซึ่งนี่ช่วยเราเพราะจะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นด้วยว่าเราจำเป็นต้องมีอะไรในชีวิตบ้าง เราก็ต้องตรวจสอบอย่างนี้เป็นประจำนั่นเอง

2.สำรองเงินเผื่อยามฉุกเฉิน

ทำไมเราต้องมีเงินสำรองไว้ตอนฉุกเฉิน เพราะว่าบางทีเราอาจมีปัญหา เช่น ตกงาน เข้าโรงพยาบาล ซ่อมรถ หรือเหตุอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้เงินกะทันหัน โดยปกติแล้ว ควรมีเงินสำรองไว้เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3-6 เดือน หากเราเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เสริมด้วยอาจจะเตรียมเงินเผื่อไว้อย่างน้อย 3 เดือน หากมีรายได้เพียงทางเดียว ไม่มีรายได้เสริม ควรเก็บเงินไว้ให้พอค่าใช้จ่าย 6 เดือน แต่หากเรามีรายได้ไม่แน่นอน หรืออยู่ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี หางานลำบาก อาจจะเก็บเงินสำรองมากกว่านี้  เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินนี้ควรเก็บไว้ในบัญชีหรือกองทุนที่ถอนออกมาใช้ได้สะดวก เน้นรักษาเงินต้นมากกว่าทำผลตอบแทนที่สูง นี่ก็จะช่วยเราอย่างมากเพราะเราไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นนั่นเอง

3.วางแผนทางการเงินเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

เมื่อเรามีเป้าหมายทางการเงินซึ่งทุกๆคนจะต้องมีคือเป้าหมายการเกษียณและบริหารเงินเพื่อให้มีเงินใช้เพียงพอในวัยเกษียณจวบจนสิ้นลมหายใจ นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายอื่นๆ ที่ขึ้นอยู่กับแต่ละคน เช่น เงินเพื่อการศึกษาบุตร หรือเงินเพื่อซื้อบ้าน เราควรให้ความสำคัญกับเป้าหมายระยะยาวเหล่านี้ โดยเมื่อมีรายได้หรือเงินเดือนเข้ามา ให้หักเงินไว้ส่วนหนึ่งสำหรับเป้าหมายเหล่านี้ ก่อนที่จะนำเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่น นี่ก็จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

4.บริหารความเสี่ยงด้วยการทำประกัน

เราไม่รู้ว่าอนาคตหรือวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร แม้เราจะมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้แล้ว แต่บางทีอาจจะไม่พอ เราจึงควรทำประกันไว้บ้าง เช่น ประกันชีวิต สุขภาพ บ้าน และรถ โดยให้เลือกทำอย่างเหมาะสม เพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้ความกังวลลดน้อยลงด้วยนั่นเอง

5.ติดตามและปรับแผนตามสถานการณ์ส่วนตัว

พอเรามีแผนการเงินที่ได้เตรียมไว้อย่างดี แต่มันไม่มีเพียงเท่านี้เราต้องอย่าลืมที่จะติดตามและปรับเปลี่ยนแผนอยู่เสมอเมื่อเวลาผ่านไป เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสามารถบรรลุเป้าหมายของเราได้ เช่น หากเราทำตามแผนไม่ได้เพราะใช้จ่ายมากเกินไป ต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงอีก หรือหากสถานการณ์ของเราเปลี่ยน เช่น มีลูกเพิ่มขึ้นมาอีกคน เราต้องปรับแผนทางการเงินของเราใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็น การทำอย่างนี้จำให้แผนที่เราวางไว้อย่างดีก็จะทำให้มีโอกาสบรรลุเป้าหมายมากขึ้นนั่นเอง

6.พัฒนาตัวเองและหารายได้เสริม

หลายนที่มีรายได้ทางเดียว อาจจะพิจารณาหารายได้เสริมในเวลาว่างหรือให้เงินช่วยทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดรายได้ นอกจากนี้ยังควรพัฒนาตัวเอง ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนไป เพื่อโอกาสและความก้าวหน้าในชีวิตการงาน รวมถึงเพื่อให้มั่นใจได้ว่าความรู้ความสามารถที่เรามีจะยังใช้ได้อยู่ในอนาคต นักพูดและนักเขียนชื่อดังแนะนำไว้ว่า ความรู้ของเราควรจะเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ 3-5 ปีไม่เช่นนั้นแล้ว เราอาจจะตามคนอื่นไม่ทัน ดังนั้นให้เราพยายามพัฒนาตัวเองต่อๆไปก็จะเกิดผลดี

สรุป เมื่อเราวางแผนการเงิน เราจะประสบความสำเร็จอย่างไรบ้าง?

เราจะประสบความสำเร็จแน่นอนในอนาคต เพราะเราได้ตั้งเป้าหมายอย่างดีว่าเราอยากจะทำอะไรเราก็จะได้ทำมัน และส่งผลดีในอนาคตมากนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเรราให้มีความสุขมากขึ้น ปัญหาต่างๆก็จะลดลงไปถ้าหากเราทำตามนั่นเอง