เดือนชนเดือน เป็นสิ่งที่ใครหลายๆคนไม่ว่าใครก็คงไม่อยากจะเจอกับสภาพการณ์แบบนี้ แต่ก็ไม่รู้วิธีที่จะสามารถหลุดออกมาได้ และถ้าเป็นเรื่องของการออมเงินก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกันเลย เมื่อแต่ละเดือนเงินยังไม่พอที่จะใช้ แถมยังมีภาระรายจ่ายส่วนตัว ไหนจะหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบอีก แล้วจะนำเงินส่วนไหนมาเป็นเงินออม หลายคนคิดว่าค่อยออมรอให้ภาระค่าใช้จ่ายหมดไปก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปภาระที่มีก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายก็ยังไม่มีเงินออม ลองคิดสมมติเล่นๆดูนะว่าถ้าชีวิตของเราอยู่ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเราประสบอุบัติเหตุ ถูกให้ออกจากงานกะทันหันแต่ไม่มีเงินออมเก็บไว้เลย เราอาจจะต้องขายสมบัติ เพื่อนำเงินมาใช้หรืออาจจะเกิดการกู้ยืมเงิน นอกจากเป็นหนี้โดยไม่ทันตั้งตัวแล้วยังต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงอีกด้วย มันจะดีกว่าไหมถ้าเรามีการเตรียมตัวไว้ก่อนด้วยการออมเงิน

เทคนิคการออมเงินแบบขั้นเทพที่แสนจะง่าย

วันนี้ทางเรามี 3 วิธีในการออมเงินเพื่อแก้ปัญหาเดือนชนเดือนที่ใครได้รู้เป็นต้องร้องว้าวแน่นอน

1.ฝากเงินกับคนที่ไว้ใจ

หากใครที่คิดว่าการเก็บเงินไว้ที่ตัวเองนั้นไม่ปลอดภัยเพราะชอบเพลินหยิบเงินไปใช้จ่ายง่ายๆหรือที่เรียกง่ายๆว่าเก็บเงินไม่อยู่ จนไม่มีเงินเหลือให้ออม ทางออกที่น่าสนใจในตอนนี้ก็คือ การฝากเงินไว้กับคนใกล้ตัวให้มาช่วยดูแล เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง วิธีนี้ทำให้เราถอนเงินมาใช้จ่ายได้ยากขึ้นเพราะก่อนจะถอนออกก็จะถูกตั้งคำถามว่าจะนำไปซื้อ จ่ายอะไร เท่าไหร่ ทำให้เรามีเวลาทบทวนเรื่องการใช้เงินมากขึ้น ในบางครั้งการที่เราฝากเงินกับคนที่ไว้ใจเหตุผลก็อาจจะเพราะต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น เราอาจจะมีคนในครอบ ครัวเป็นข้าราชการก็มักจะฝากเงินไว้ที่สหกรณ์เพื่อจะได้รับผลตอบแทนมากกว่าเงินฝากทั่วไป แล้วที่สำคัญดอกเบี้ยจากสหกรณ์ไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย

2. ตัดบัญชีออมเงินอัตโนมัติ

โลกของเราตอนนี้อะไรๆก็ใช้ระบบออนไลน์กันไปหมดแล้ว รวมถึงการออมเงินที่ให้เราออมได้ง่ายๆ แค่เพียงปลายนิ้วของเรา เริ่มต้นด้วยการเปิด “บัญชีการออม” แยกออกมาต่างหาก เช่น บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง บัญชีฝากประจำ บัญชีกองทุนรวม โดยเปิดใช้บริการธนาคารออนไลน์ ตั้งคำสั่งซื้ออัตโนมัติโดยโอนเงินจากบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีการออมทุกสิ้นเดือน เราก็จะจำกัดตนเองให้ใช้เงินตามจำนวนที่เหลืออยู่ในบัญชีเงินเดือนเท่านั้น การออมรูปแบบอัตโนมัตินั้นเป็นการสร้างวินัยการออมเงินได้อย่างมาก และยังเป็นการป้องกันการลืมได้อีกด้วย บางเดือนเราอาจจะได้รับเงินพิเศษเข้ามาก็สามารถออมเงินแบบออนไลน์ไปเก็บสมทบเพิ่มเติมได้อีกด้วย

3. วางแผนใช้เงินรายวันหรือรายสัปดาห์

วิธีนี้เราจะทำการแยกรายได้ให้ชัดเจน จะแบ่งออกเป็นกี่ประเภทก็ได้แล้วแต่เรา ในที่นี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เงินออมและค่าใช้จ่าย อาจจะแยกย่อยเป็นหนี้สิน บันเทิง การกิน โดยแบ่งเงินให้เรียบร้อยตั้งแต่วันที่เงินเดือนออก ตัวอย่างเช่นเรากำหนดสัดส่วน 30:70 แสดงว่าเราจะต้องนำไปออมก่อน 30% ของเงินเดือน ส่วนที่เหลืออีก 70% ของเงินเดือน เป็นรายจ่ายที่เราจะต้องนำมาแบ่งใช้รายวันหรือรายสัปดาห์ เพื่อจะได้มีเงินใช้ ครบทั้งเดือน หากแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ใช้เงินเหลือก็สามารถนำมาหยอดกระปุกเพื่อเพิ่มเงินออมได้อีกด้วย หลายคนอาจจะสงสัยว่าควรจะออมเงินวิธีไหนถึงจะดีที่สุด นี้มองว่ามันไม่มีวิธีไหนดีที่สุด เพราะแต่ละคนก็มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น วิธีการออมเงินก็ขึ้นอยู่ว่าเราจะนำมาใช้กับตัวเองยังให้เหมาะสมกับสไตล์การใช้เงินของตัวเอง อาจจะใช้หลายวิธีผสมกันก็ได้ เพราะไม่ว่ายังไงเราก็มีเป้าหมายเดียวนั้นคือการออม

9 วิธีการออมเงินง่ายๆสำหรับมือใหม่

1.เก็บก่อนใช้

วิธีนี้เป็นวิธีการเริ่มต้นง่ายๆ ใครก็ทำได้เห็นผลง่าย แต่ต้องบังคับตัวเองไม่ให้เอาเงินส่วนนี้ไปใช้ วิธีการ: เมื่อเงินเดือนออก แบ่ง 10% ของเงินเดือนเพื่อเป็นเงินออมทันที และเงินก้อนนี้เพื่อการออมอย่างเดียวห้าม เอาออกมาใช้เด็ดขาด ส่วนที่เหลือก็แบ่งไว้เพื่อจ่ายหนี้ จ่ายค่าใช้จ่ายรายเดือนต่างๆ และใช้จ่ายประจำวัน วิธีการออมเงินแบบนี้เป็นวิธีที่จะสามารถช่วยเราสร้างวินัยในการออมเงินได้ในระดับหนึ่ง

2.พกเงินน้อยลง

หากเป็นอีกคนที่ใช้เงินเก่ง เก็บเงินไม่อยู่ มีเท่าไหร่ใช้หมด พกเงินเยอะก็ใช้เยอะนี้แหละจุดเสีย วิธีการ: พกเงินติดตัวจำนวนน้อยกว่าที่เคย อาจจะใช้ระบบการคำนวณค่าใช้จ่ายรายวัน ว่าเราใช้เงินต่อสัปดาห์เท่าไหร่ แล้วพกให้พอดี และเตือนตัวเองอยู่เสมอว่านี่คือเงินที่ต้องใช้ทั้งอาทิตย์ไม่ใช่แค่ 1 วัน แล้วถอนเงินเป็นรายสัปดาห์แทนที่จะถอนเมื่อเงินหมด

3.งดใช้บัตรเครดิต

จำกัดการใช้บัตรเครดิตเพื่อชำระค่าใช้จ่ายประจำเดือนเท่านั้น แทนที่จะใช้บัตรเครดิตในการซื้อสินค้า วิธีการ: ใช้บัตรเครดิตเพื่อการชำระค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ผ่อนสินเชื่อ ไม่ใช้บัตรเครดิตในการช้อปปิ้งสินค้าฟุ่มเฟือย หรือสินค้าจุกจิก เพราะแบบนั้นจะทำให้เราเผลอใช้บัตรเครดิตบ่อยมาก ทำให้มียอดจุกจิกเต็มไปหมด

4.เก็บแบงค์ 50 บาท

วิธีการ: ได้แบงก์ 50 บาทมาเมื่อไหร่ เก็บเมื่อนั้น ซุกไว้ในมุมมืดของกระเป๋าตังค์ กลับบ้านก็เอาไปหยอดใส่กระปุก หรือกระป๋องที่เราเตรียมไว้ พอกระปุกเต็ม หรืออาจจะครบระยะเวลาที่เรากำหนด ก็นำเงินส่วนนี้ไปฝากธนาคาร  สมัยนี้แบงก์ 50 บาทก็เรียกได้ว่ายังเป็นแบงก์ที่ได้ไม่บ่อย คนใช้ไม่เยอะ คิดซะว่าเป็นของหายาก ต้องเก็บรักษา ถึงเดือน หรือทุก 2-3 เดือนก็เอาไปฝากธนาคาร แต่แนะนำให้นำไปฝากทุกๆเดือนจะดีที่สุดเพื่อป้องกันการนำมาใช้

5.เปิดบัญชีฝากประจำระยะยาว

ถ้าเราเป็นคนที่ใจอ่อนกับตัวเอง วิธีการบังคับตัวเองให้ออมเงินอีกอย่าง คือการเปิดบัญชีเงินฝากประจำระยะยาว อาจจะเริ่มที่ 5 ปีก่อน แล้วค่อยขยับขยายก็ได้

วิธีการ: เปิดบัญชีเงินฝากประจำ เริ่มต้นที่ฝากประจำเป็นเวลา 5 ปี แล้วฝากเงินจำนวนเท่าๆ กันในบัญชีนั้น ทุกๆ เดือน โดยใช้ระบบการตัดยอดเงินอัตโนมัติตามจำนวน และระยะเวลาที่เราต้องการ แล้วนำฝากเข้าบัญชีฝากประจำทุกเดือนเพราะว่าบัญชีเงินฝากประจำเราจะไม่สามารถนำเงินออกมาได้จนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลา การตั้งให้มีการตัดเงิน โอนเงินอัตโนมัติจะทำให้เราไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องไปโอนเงิน หรือฝากเงินด้วยตัวเอง ไม่ต้องทำบัตร ATM เพื่อป้องกันการกดออกมาใช้ แค่นี้เราก็มีเงินเก็บทุกๆ เดือนแน่นอนแล้ว

6.หยอดกระปุกออมสิน

บางคนหยอดกระปุกก็จริงแต่ก็แคะกระปุกมาใช้ตลอด แบบนี้ก็เก็บเงินไม่อยู่เหมือนกัน จริงๆ แล้วการหยอดกระปุกจะให้ดีเราควรทำการแบ่งกระปุกออกเป็นหลายๆจุดประสงค์ แต่ละกระปุกก็มีเป้าหมายที่แตกต่างกันไป

วิธีการ: หากระปุกออมสินมาหลายๆ ใบ นำกระดาษเขียนจุดประสงค์การเก็บเงินของแต่ละกระปุกมาแปะไว้ที่กระปุก เช่น สำหรับเที่ยวสงกรานต์ ซื้อนาฬิกาใหม่ ซื้อโทรศัพท์ใหม่ ซื้อแล็บท็อปใหม่ อย่าลืมที่จะแบ่งไว้สำหรับการออมเงินด้วย อาจจะแบ่งหยอดกระปุกวันละ 10-20 บาทต่อกระปุก หยอดโดยแบ่งจากจำนวนเงินที่เหลือใช้รายวัน ทีนี้ก็มีเงินสะสมเพื่อใช้ซื้อโน่นนี่แล้วยังมีแล้วแบ่งเงินหยอดกระปุกสำหรับการออมเงินอีก ได้ประโยชน์รอบตัวเลย

7.เอาชนะใจตัวเอง

สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการออมเงิน คิดว่าคงเป็นการเอาชนะใจตัวเองให้ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่เอาเงินในกระปุกออกมาใช้จ่าย แต่จะทำยังไงล่ะถึงจะบังคับตัวเองหรือสร้างวินัยในการออมเงินใหม่ได้?

วิธีการ: สร้างเป้าหมายระยะยาวสำหรับการออมเงินให้ตัวเอง ว่าเราต้องการออมเงินเพื่ออะไร ซื้อบ้าน ซื้อรถ ดูแลครอบครัว การมีเป้าหมายชัดเจนในการออมเงิน จะช่วยเตือนตัวเองว่ามีออมเงินไปเพื่ออะไร หากเรามีเป้าหมายชัดเจนสำหรับการออมเงิน ว่าเราต้องการออมเงินไปเพื่ออะไร แม้ว่าจะเป็นการออมเงินเพื่อการมีเงินสะสม เพื่ออนาคตที่สุขสบาย แล้วเราก็ใช้เป้าหมายเหล่านี้มาเตือนเวลาเราคิดจะแคะกระปุกเอาเงินไปใช้ ว่าเราอุตส่าห์อดทนออมเงินเพื่ออะไรกันแน่ พอเรานึกถึงเป้าหมายแล้ว รับรองว่าไม่อยากนำเงินออมมาใช้แน่นอน

8.ไม่ยึดติดแบรนด์เนม

พวกเสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ของแบรนด์เนมก็ได้ เลือกยี่ห้อที่ราคาดี คุณภาพดี คุ้มค่ากับราคา ใช้งานได้นานๆ

วิธีการ: เลือกสินค้า ของใช้ที่คุณภาพ และความเหมาะสมของคุณภาพกับราคา โดยใช้จุดประสงค์ที่เราต้องการซื้อเป็นหลัก หากเราเป็นนักธุรกิจ อาจจะลงทุนเพื่อสั่งตัดชุดทำงานชุดเก่งสัก 2 ชุดที่ดูดี เผื่อต้องออกไปพบลูกค้า หรือเข้าประชุม ส่วนนอกจากนั้น อาจจะซื้อเสื้อโปโล หรือเสื้อเชิ้ตที่ดูดี ไม่ได้ต้องแพงใส่วันทำงาน

9.ลดค่าใช้จ่าย

วันๆ คนทำงานต้องกินต้องใช้ กาแฟ ขนมขบเคี้ยวแก้ง่วง ถ้าซื้อบ่อย ซื้อประจำ ก็เปลืองเงิน อะไรที่ลดได้ก็ลดถือซะว่าช่วยในการไม่เพิ่มน้ำหนักให้ตัวเองอีกด้วย

วิธีการ: ลดการซื้อกาแฟทุกวัน เปลี่ยนมาซื้อกาแฟผงชงเอง จริงๆแล้วหากเราทำกับข้าวเองอยู่แล้ว เราก็สามารถทำกับข้าวเพิ่มตอนกลางคืนแล้วนำที่เหลือใส่กล่องมารับประทานที่ออฟฟิศแทนได้ เป็นการลดค่าใช้จ่ายแถมได้กินคลีน กินอาหารดีๆ แล้วก็ไม่ได้เป็นการเพิ่มสิ่งที่เราทำประจำวันแต่อย่างใดเลยด้วย

ง่ายขนาดนี้ไม่ออมไม่ได้แล้ว

ข้าวของราคาแพง ค่าใช้จ่ายมีแต่จะเพิ่มขึ้น สินค้าก็มีแต่ขึ้นราคา แต่เงินเดือนไม่ยักขึ้นตาม สุดท้ายก็ต้องกู้หนี้ยืมสิน มีหนี้บัตรเครดิตพ่วงยาวเป็นวา เงินออมไม่ต้องพูดถึง จริงๆ แล้วการออมเงินไม่ได้เป็นเรื่องยากบางคนเป็นหนี้อยู่ก็ยังออมเงินได้ เพียงแต่ว่าเราจะต้องตั้งใจทำนิดนึง การออมเงินจริงๆแล้วง่าย เป็นคนเก็บเงินไม่เก่งก็ทำได้ จริงๆ แล้วคนทุกคนสามารถเก็บออมเงินได้ทุกคน เพียงแค่เราจะต้องตั้งใจสร้างวินัยในการออมเงินของเราให้ได้ก่อน ตั้งใจว่าจะเก็บเงินจริงจัง ตั้งเป้าหมายการออมเงินให้ตัวเอง แล้วใช้เป้าหมายนี้ในการเตือนตัวเอง เจาะจงเป้าหมายของตัวเองเพื่อที่เราจะสามารถทำได้ ลองนำไปทำตามกันดู สิ่งที่ควรสนใจคือความตั้งใจและความรับผิดชอบ เพียงแค่นี้ก็มีเงินเก็บง่ายๆแล้ว