เมื่อเราต่างพูดถึงเรื่องของการวางแผนทางการเงินแล้ว คำนี้สำหรับใครบางคนก็คงจะคิดว่าการวางแผนทางการเงินเนี่ยเป็นเรื่องที่ไกลตัว หรือมีความคิดที่ว่าการวางแผนทางการเงินน่ะมันเป็นเรื่องของคนรวยเท่านั้น! ยิ่งถ้าคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนด้วยนี่ จะคิดว่าตัวเราเองนั้นปกติก็ได้เงินเดือนน้อยอยู่แล้ว เลยไม่มีเงินที่จะเก็บเงินเลย

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลยค่ะ การวางแผนทางการเงินนั้นสามารถทำได้ทุกวัย ไม่ว่าจะอยู่สถานะไหนเราก็สามารถวางแผนทางการเงินได้เช่นกันค่ะ ถ้าจะให้พูดตามตรงแล้วล่ะก็ ยิ่งไม่มีเงิน ก็ต้องรีบวางแผนทางการเงินให้โดยเร็วที่สุดค่ะ เพราะถ้าหากเรานั้นไม่รีบวางแผนให้ดีๆ หรือไม่รีบวางแผนตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อนๆจะหลุดจากวงโคจรความจนได้อย่างไร หากเพื่อนๆเริ่มมีความคิดดีๆที่จะวางแผนทางการเงินแล้ววันนี้เรามีเคล็ด(ไม่)ลับดีๆ 5 สูตรสู่ความสำเร็จมาบอกเพื่อนๆกันค่ะ จะเป็นยังไงมาอ่านบทความนี้ดูนะคะ

เคล็ด(ไม่)ลับที่ 1 เงินออมคือจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จ!

วิธีการออมเงินเนี่ยแหละค่ะเป็นพื้นฐานของการเก็บเงินที่ใครๆต่างก็รู้จัก และแถมยังเป็นวิธีที่ง่ายเหมาะกับทุกวัย โดยการเริ่มต้นของการเก็บเงินเลยก็คือ การตั้งเป้าหมายที่แน่นอนและก็ต้องชัดเจนด้วย โดยการเก็บนั้นเปลี่ยนความคิดการเก็บเงินของเพื่อนๆให้เป็นเก็บก่อนใช้ สมมุติว่าถ้าเงินเดือนของเพื่อนๆออก ก็ควรแบ่งเงินไว้สักประมาณ 10% ของเงินเดือน เงินที่แบ่งมาจากเงินเดือน 10% นี้คือเพื่อมาเก็บเป็นเงินออมของตัวเราเอง หรือว่าถ้าเพื่อนๆคิดว่าวิธีที่บอกมาอาจจะทำให้เพื่อนๆมีเงินไม่พอใช้ในแต่ละเดือน คุณอาจจะสร้างวิธีการเก็บเงินที่เป็นสไตล์ของคุณเองก็ได้ อย่างเช่น การกำหนดกฎกติกาต่างๆในการเก็บเงิน อย่างเช่น การเก็บแต่เหรียญ ใช้แต่แบงค์ แน่นอนว่าถ้าเราซื้อของอะไรมา

ถ้าเราไม่ได้ให้เงินพอดีกับสินค้า เราก็จะได้รับเงินทอนมา ซึ่งเงินทอนนั้นก็อาจจะเหลือแต่เหรียญ หรือมีทั้งเหรียญทั้งแบงค์ เมื่อได้เงินทอนที่เป็นเหรียญเราก็เก็บใส่กระเป๋าและห้ามนำออกมาใช้อีกเลยค่ะ เราจะนำเหรียญออกจากกระเป๋าตังค์ก็ต่อเมื่อ เราเอาไปจ่ายให้กับเจ้ากระปุกออมสินของเราค่ะ หรืออีกวิธีคือการเก็บแต่แบงค์ 50 เมื่อเรามีแบงค์ 50 เราก็ห้ามใช้อีกเช่นเคยค่ะ เพราะเจ้ากระปุกออมสินจะเก็บไว้เป็นค่าขนมแทน TT ทางที่ดีสำหรับการออมนะคะคือการสร้างนิสัยการออมให้เป็นนิสัยค่ะ แรกๆอาจจะยาก เราอาจจะเริ่มจากน้อยๆก่อนก็ได้แล้วค่อยเพิ่มเงินในการเก็บมากขึ้น ถึงแม้ว่าวิธีนี้อาจจะไม่ค่อยเห็นผลได้เร็วนัก แต่จะช่วยให้เราเห็นถึงคุณค่าของเงินว่ากว่าเราจะเก็บเงินกระปุกนี้มาได้มันไม่ง่ายเลย เพราะฉะนั้นเวลาเพื่อนๆจะใช้เงินก็ควรคิดให้ดีๆก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ

เคล็ด(ไม่)ลับที่ 2 การบริหารเงินฝาก!

เมื่อผ่านเคล็ด(ไม่)ลับที่ 1 มาแล้ว เพื่อนๆบางคนอาจจะไม่อยากเก็บเงินไว้ในกระปุก แล้วคำถามที่ตามมาก็คือ นอกจากกระปุกแล้วเราควรเก็บเงินไว้ที่ไหน ยิ่งถ้าปัจจุบันนี้ค่าครองชีพสูงมากกว่าแต่เก่ามากๆ เพราะฉะนั้นเราถึงต้องวางแผนการเก็บเงินของตัวเราเองให้ดี แล้วเมื่อพูดถึงครองชีพ เพื่อนๆรู้จักคำนี้กันไหมคะ คำว่า เงินเฟ้อ คือ สภาวะที่ข้าวของต่าง ต่างมีราคาที่มันสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ค่าเงินของเรานั้นลดลงไปด้วย หรือถ้าจะให้สรุปง่ายๆ สมมุติเรามีเงิน 50 บาท ตอนแรกซื้อของได้ 2 อย่าง แต่เมื่อเงินเฟ้อเริ่มเกิดขึ้น เราซื้อของชิ้นเดิม แต่เราไม่สามารถซื้อ 2 ชิ้นได้แล้ว เราซื้อได้แค่ชิ้นเดียว โดยอัตราเงินเฟ้อเพื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 3% ต่อปี นั่นก็แปลว่า เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี เงิน 100 บาทของเรา ค่าของมันจะเหลือ 97 บาท และถ้าหากว่าเรายังไม่วางแผนอะไรเกี่ยวกับเงินของเรา ผ่านไปปีแล้วปีเล่า ค่าเงินของเราก็จะต่ำลงเรื่อยๆ อาจจะทำให้เพื่อนๆมีเงินไม่พอตอนเกษียณอายุก็เป็นได้

ดิฉันจะหยิบยกเรื่องผลตอบแทนจากการฝากเงินไว้ที่บัญชีออมทรัพย์มาให้เพื่อนได้เห็นนะคะว่าเป็นยังไง ผลตอบแทนจากการฝากเงินไว้ที่บัญชีออมทรัพย์ ซึ่งเราได้ดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอัตราดอกเบี้ยที่ได้จากการฝากไว้ที่บัญชีออมทรัพย์ยังคงน้อยกว่าเงินตราเงินเฟ้ออย่างเห็นได้ชัดเลยแหละค่ะ ซึ่งก็แปลว่า เราใช้ชีวิตแบบขาดทุนอยู่ พูดง่ายๆเลยค่ะ ยิ่งออมยิ่งจน เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆจะมองหาบัญชีเงินออมที่ไม่ขาดทุน เพื่อนๆควรหาบัญชีเงินออมที่ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เพื่อนๆคงอยากรู้ล่ะสิคะว่าบัญชีเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์มีอะไรบ้าง บัญชีเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ เช่น ฝากประจำ 36 เดือน หรือ 24 เดือน อัตราดอกเบี้ยจะดีกว่าเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ แต่ว่าเราก็ต้องยอมรับในเงื่อนไขของสถาบันการเงินด้วย ตัวอย่างเช่น ต้องฝากเงินสม่ำเสมอทุกเดือน ต้องมีเงินขั้นต่ำในการฝาก หรือสามารถถอนได้เมื่อถึงครบกำหนดเท่านั้น ดังนั้น เราต้องเริ่มมองหาการลงทุนหรือการออมเงินที่ได้ให้ผลตอบแทนอย่างน้อยมากกว่าเงินเฟ้อ เพื่อเป็นการรักษาอำนาจซื้อของเงินไว้นั่นเองค่ะ

เคล็ด(ไม่)ลับที่ 3 การลงทุนผ่าน LTF/RMF!

การที่เพื่อนๆสามารถเก็บเงินได้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเลยแหละค่ะ แต่อย่างไรก็ตามการที่เราฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เพราะว่ายังไงดอกเบี้ยที่เราได้ก็ยังไม่ชนะเจ้าเงินเฟ้อ ที่มีอัตราดอกเบี้ยตั้ง 3% ต่อปี และถึงแม้เพื่อนๆไปฝากเงินไว้กับบัญชีเงินฝากประจำแล้ว แต่ยังไงก็คงไม่ชนะไอเจ้าเงินเฟ้ออยู่ดี อ่อนแอก็แพ้ไป TT เพื่อนๆถึงต้องมาทำความรู้จักกับเจ้านี่เลยค่ะนั่นก็คือ การลงทุนในสินทรัพย์การเงินประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากการฝากเงิน โดยการวางแผนการเงิน ด้วยการลงทุนที่สะดวกและเป็นประโยชน์แก่เราเราไม่ควรมองข้ามค่ะ นั่นก็คือ การลงทุนผ่านกองทุนรวม โดยการลงทุนผ่านกองทุนรวมก็มีข้อดีอยู่ นั่นก็ได้แก่ มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลายที่ให้เราเลือกลงทุนได้อย่างสบาย ทำให้สามารถกระจ่ายความเสี่ยงในการลงทุนได้ง่ายกว่าการลงทุนอื่นๆ และไม่ต้องใช้เงินลงทุนที่สูงด้วย มีผู้จัดการกองทุนที่คอยบริหารจัดการกองทุนรวมอยู่ เป็นต้น สิ่งที่เพื่อนๆต้องพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในการทุนรวมเลยก็คือ ระยะเวลาการลงทุน เป้าหมายการลงทุน และระดับความเสี่ยงที่เราจะได้รับในแต่ละการลงทุน

การลงทุนในกองทุนรวมที่มนุษย์เงินเดือนไม่ควรจะพลาดเลยก็คือ การลงทุนในกองทุนรวม LTF และ RMF เพื่อที่จะใช้ประโยชน์ทางภาษี โดยเราสามารถซื้อ RMF ได้ 15% ของรายได้ของเราเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและประกันชีวิตแบบำนาญแล้วไม่เกิน 500,000 บาท และสามารถซื้อ LTF ได้ 15% ของรายได้ของเรา จำนวนเงินสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่เพื่อนๆจะตัดสินใจซื้อกองทุนรวมประเภทไหนก็แล้วแต่ ควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ดีๆก่อนที่จะเลือกลงทุน ซึ่งเพื่อนๆสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Fund Fact Sheet (หนังสือชี้ชวน) หรือ www.morningstarthailand.com   ของกองทุนที่คุณสนใจ โดยจะบอกถึงรายละเอียดการลงทุนที่สำคัญ เช่น อัตราผลตอบแทนย้อนหลัง ประเภทของธุรกิจที่กองทุนนั้นๆเลือกลงทุน หรือกลยุทธ์การลงทุน รวมไปถึงค่าธรรมเนียมการจัดการต่างๆและอัตราความเสี่ยง

เคล็ด(ไม่)ลับที่ 4 การลงทุนด้วยประกัน!

หากเพื่อนๆมีความคิดที่จะลงทุนด้วยประกันแล้วล่ะก็สิ่งที่เราต้องทำเราก็คือกำหนดเป้าหมายปและวัตถุประสงค์ในการทำประกันให้ชัดเจน ตัวอย่างเช่น เพื่อคุ้มครองรายได้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงแก่ครอบครัว เพื่อการออมเงินระยะยาว เป็นหลักประกันสุขภาพ หรือการสร้างมรดก เมื่อเราเลือกเป้าหมายการทำประกันที่ชัดเจนได้แล้วเราจะสามารถซื้อประกันที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเราได้มากที่สุด เช่น หากเราต้องการคุ้มครองรายได้และสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว ความต้องการดังกล่าวเหมาะกับการทำปรเกันแบบตลอดชีพที่สุดค่ะ หากต้องการออมเงินระยะยาว เราก็สามารถเลือกทำประกันแบบำนาญหรือแบบสะสมทรัพย์ก็ได้ค่ะ หากต้องการประกันที่เกี่ยวกับสุขภาพ เราก็สามารถเลือกซื้อประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงได้ค่ะ เป็นต้น

ผ่านกันไปแล้วนะคะสำหรับการเลือกซื้อประกันตามความต้องการของเรา นอกจากนี้นะคะเรายังสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่มีค่าสูงสุดถึง 100,000 บาท หรือว่านำเบี้ยประกันสุขภาพไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งเมื่อเรานำเงินเบี้ยประกันสุขภาพรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000 บาท และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ 15% ของรายได้ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท สามารถมาลดหย่อนภาษีได้เหช่นกันค่ะ จะเห็นได้ว่า ‘วางแผนการเงินดี มีชัยไปกว่าครึ่ง’ จริงๆค่ะ

เคล็ด(ไม่)ลับที่ 5 ดีที่สุดของการลงทุนคือการลงทุนให้กับตัวของคุณเอง!

ในความเป็นจริงนะคะเป้าหมายของการสร้างฐานะดีๆเนี่ย ไม่ใช่การที่เรามีเงินจำนวนมากๆ แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการพัฒนาศักยภาพของตัวเราให้สูงที่สุดเท่าที่เราจะสามารถรับรู้ได้ แท้จริงแล้วเรื่องของการพัฒนาตนเองคือเป้าหมายที่สำคัญมากๆค่ะ เพราะตัวของเราเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุดแล้ว เพื่อนๆอาจจะสงสัย แล้วเราจะลงทุนให้กับตัวเราเองอย่างไรได้บ้าง ซึ่งเรามีคำตอบให้ค่ะ เราสามารถลงทุนให้กับตัวเองได้ดังนี้

  1. การที่เราเป็นผู้ให้และรู้จักการแบ่งปันค่ะ เพราะการที่เราสามารถให้ผู้อื่นได้นั่นหมายความว่า เรารู้สึกว่าถ้าเราได้ให้ผู้อื่นไป เราก็ไม่เดือดร้อนอะไรจริงไหมคะ? เราจึงพร้อมที่จะให้และแบ่งปันกับผู้อื่น  ยิ่งให้ก็ยิ่งมี และที่สำคัญเราไม่รู้หรอกว่าการให้และแบ่งปันแก่ผู้อื่นของเรานั้นจะไปเปลี่ยนชีวิตของใครบางคนขนาดไหน เราอาจสามารถช่วยใครด้วยเงินหรือสิ่งของเพียงน้อยนิดของเราก็ได้ ในท้ายที่สุดสิ่งดีๆ ก็จะสะท้อนกลับมาสู่ตัวเราเองค่ะ
  2. การพัฒนาตนเองคือเป้าหมายที่สำคัญที่สุดเหนือดเป้าหมายอย่างอื่นอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นแล้วเราควรลงทุนให้กับการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองตลอดเวลา เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรามีโอกาสได้เรียนกับคนเก่ง คนดี และเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตด้วย เราจะได้รับแรงบันดาลใจจากคนเหล่านี้ เพราะแค่คำพูดบ้างคำ ประโยคบางประโยค อาจเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาลเลยก็ได้
  3. เมื่อตัวเรานั้นเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุด ดังนั้นเราควรใส่ใจและกันมาลงทุนให้กับสุขภาพของตัวเราเองด้วยจงลงทุนและดูแลสุขภาพของตัวเราเป็นอย่างดีด้วย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนๆลองคิดตามนะคะ จะมีปนระโยชน์อะไรถ้ามีเงินเป็นพันล้าน ร่ำรวยล้นฟ้า แต่มีสุขภาพที่ไม่ดีไปแล้ว เท่ากับว่าเงินทองที่หามาได้มากมาย ต้องเอาไปจ่ายเป็นค่ารักษาไม่ว่าจะเป็นค่ายารักษาโรค ค่าหมอ ซึ่งนั่นไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่ประสบความสำเร็จได้แล้วค่ะ

วางแผนทางการเงินมีความสำคัญ

การวางแผนทางการเงินนั้นมีความสำคัญในชีวิตของเรามาก หากวางแผนการเงินไม่ดีตั้งแต่แรกๆ สุดท้ายก็ต้องจบด้วยการยืมเงิน กู้เงิน เป็นหนี้เป็นสิน หากเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางแผนการเงินตั้งแต่ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่สุขภาพของการเงินเท่านั้นที่ดีค่ะ แต่สุขภาพจิตใจของเราก็ดีด้วยถ้าเราไม่ได้เป็นหนี้ หรือไปติดเงินใคร ไม่ต้องมานั่งเครียดว่าเดือนนี้จะมีเงินคืนไหม เพราะฉนั้นการวางแผนการเงินไม่ยากเลยค่ะ แล้วดิฉันได้บอก 5 เคล็ดไม่ลับแก่เพื่อนๆกันแล้ว สำหรับใครคนไหนที่คิดจะเริ่มวางแผนทางการเงินตอนที่อ่านบทความนี้จบดิฉันขอเป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะเพื่อสุขภาพการเงินที่ดีของเรา ขอบคุณค่ะ