หลังโควิดผ่านพ้น ใครที่กำลังมองหาวิธีการออมเงิน เพื่อเริ่มต้นกันใหม่แบบเห็นผลได้ไม่ยาก หรือสำหรับวัยเริ่มทำงานที่ต้องการสร้างหลักปักฐานในชีวิต และยังคิดไม่ออกว่าจะไปถึงเงินแสนแรกด้วยวิธีไหนดี

วันนี้เราจะขอแนะนำวิธีเก็บเงินก้อน แบบได้ 100,000 บาทมานอนกอดภายใน 1 ปี!  ซึ่งเคล็ดลับนี้ก็เริ่มได้ไม่ยากค่ะทุกคน ลองค่อยๆทำตามกันดูได้ และรับรองเลยว่าทำแล้ว จะเข้าใกล้ 1 แสนบาทที่ฝันไว้ใกล้ขึ้นอีกแน่ๆ มาดูกันเลยจ้า

สร้างแรงบันดาลใจและเป้าหมายที่เริ่มได้จริง

การมีเป้าหมายที่ชัดเจน ย่อมช่วยให้เรามุ่งมั่น และมีแรงบันดาลใจเพื่อจะทำสิ่งนั้นให้อย่างสำเร็จ ดังนั้น หากเราอยากมีเงินออมให้ได้ 1 แสนบาท ใน 1 ปี เราก็ต้องตอบให้ได้ค่ะว่า เก็บเงินก้อนนี้ไปเพื่ออะไร บางคนอาจมีเป้าหมายดาวน์รถ หรือรวบรวมเพื่อดาวน์บ้าน ถ้าเราใช้แรงบันดาลใจนี้ มากระตุ้นการออมอย่างมีวินัย และไม่กดดันตัวเองจนเกินไป คิดเป็นปีต่อปี ปีนี้รวมปีหน้า เราก็จะไม่เครียดเกินไปด้วย

บางคนก็อาจเริ่มด้วยการซอยเป้าหมายให้เป็นเรื่องง่ายๆที่เริ่มได้จริง เช่น หารออกมาว่าเพื่อไปถึงเป้าหมายได้ใน 1 ปี เราต้องเริ่มออมเงินอย่างน้อยวันละ 275 บาท หรือ เลือกออมเป็นรายเดือน โดยการตัดเข้าบัญชีแบบอัตโนมัติ หรือบัญชีเงินฝากประจำ ที่ขั้นต่ำเดือนละ 8,300  บาท เมื่อรวมกับดอกเบี้ยประมาณ 1-2.5 % เงินเก็บให้ครบแสนบาทของเราก็เป็นจริงได้ไม่ยากค่ะ

ตัดทิ้งรายจ่ายฟุ่มเฟือยที่ฉุดรั้ง

วัยทำงานเพื่อให้ตาตื่นและสมองแล่น หลายคนติดกาแฟกันใช่มั๊ย แต่เคยคิดกันบ้างรึป่าวว่า กาแฟสดแบรนด์ดังที่เขาขายๆกันเนี่ย เป็นตัวหารเงินเก็บเราไปอย่างไม่น่าเชื่อ  คิดๆดูแล้ว บางคนกินกาแฟแก้วละเกือบร้อยบาท ปีนึงก็ 3-4 หมื่นเลยนะ! หากเราขยับลงมาหน่อย ให้ตกราคาแก้วละประมาณ 25-35 บาท หรือชงแบบสำเร็จรูปที่ออฟฟิศ ก็ช่วยประหยัดไปได้เดือนละหลายพัน และได้เงินเหลือไปออมอย่างไงล่ะ

แต่ละคนก็คงมีรายจ่ายฟุ่มเฟือยที่แตกต่างกันไป คงฟันธงไม่ได้ว่าควรลดตรงนี้เพื่อไปเพิ่มตรงไหนนะคะ แต่อย่างที่ยกตัวอย่างไปแบบกลางๆ ในเรื่องกาแฟ ถ้าเราเอารายจ่ายที่ว่าไปคิดออกมาเป็นปี ก็จะเห็นตัวเลขที่มองข้ามไป. กระซิบหน่อยด้วยว่า บุหรี่นอกจากจะทำลายสุขภาพแล้ว ยังทำลายเงินในกระเป๋าหนักด้วยนะ เช่น คนที่สูบสัปดาห์ละ 4 ซอง ปัจจุบันตกซองละ 93 บาท ปีนึงก็ 17,856 บาทเลย บางคนสูบมากกว่านี้ก็หนักกว่านี้แน่ค่ะ นี่ยังไม่รวมตัวเลขค่าเหล้า+เบียร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแฟชั่นเลย สรุปว่า ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยได้ เงินแสนเราก็ถึงง่ายกว่าค่ะ

ทำอาหารทานเองที่บ้านก็ประหยัดกว่า

ใครที่ติดเพื่อน ติดเที่ยวสังสรรค์ หรือบุฟเฟ่ต์ ขอบอกเลยว่าลองปรับแผนกันหน่อยก็ดีเหมือนกัน เพราะจะช่วยให้เรามีเงินเหลือออมปีนึงได้เยอะขึ้น แค่คิดคร่าวๆ ว่าเที่ยวเล่นสรรค์ หรือกินบุฟเฟ่ต์ในห้าง ครั้งนึงเราต้องจ่ายอย่างต่ำ ไม่น้อยกว่า 500 บาทแน่ๆ หรือตัวเราเองกินข้าวนอกบ้าน มื้อนึงก็เกือบร้อย 3 มื้อ ก็ 120-300 บาทต่อวัน ถ้าเราเปลี่ยนเป็นชวนเพื่อนมาทำอาหารทานเองที่บ้านด้วยกัน และเราลงมือเข้าครัวให้บ่อยขึ้น ก็ประหยัดได้วันละเป็นร้อยเลยทีเดียว ทำได้ครบปี ก็ประหยัดไปกว่า 30,000 บาทแน่ะ!

ไม่สร้างหนี้เพิ่มโดยใช่เหตุ

สิ่งที่ตัดแขนตัดขาเป้าหมายเงินออมของเราที่สุด คือ หนี้! นี่แหละค่ะ. ใครมีหนี้เพิ่ม ก็ทำให้มีรายจ่ายในชีวิตประจำที่เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้น เพื่อให้เป้าหมายเงินแสนของเราในปีนี้ทำได้จริง ทางที่ดีก็ต้องไม่สร้างหนี้เพิ่มโดยใช่เหตุในช่วงปีนี้เลย ก่อนจะตัดสินใจผ่อนอะไรเพิ่ม (แม้จะ 0% นาน 10 เดือน)  หรือไปค้ำประกันใคร ก็ต้องชั่งน้ำหนักดูให้ด้วยว่า สิ่งนั้นจะขัดขวางเป้าหมายเงินแสนของเราแค่ไหน อยู่ในโหมดความจำเป็นหรือความต้องการ หากยอดอดใจรอต่อกันอีกสักนิด พอเราบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าได้สำเร็จ จะซื้อสดก็ไม่มีใครว่าแล้ว

เที่ยวแบบมีเงินเหลือ

การไปเที่ยวสักทริป หลังจากทำงานมานาน ก็ช่วยให้เรารู้สึกสบายปลอดโปร่งและได้พักผ่อนสมองกันบ้าง แม้จะอยู่ในช่วงเก็บเงินก็ใช่ว่าเราเที่ยวไม่ได้ แค่ลองลดราคาลงมาสักหน่อยอย่างการเที่ยวในประเทศ เพราะเอาเข้าจริงเมืองไทยบ้านเราหลายคนยังเที่ยวไม่ครบเลยด้วยซ้ำ บรรยากาศก็สวยไม่แพ้เมืองนอกเลย (ติดแค่ความร้อนนี่แหละ) ได้ทั้งรูปโพสต์ตอนไปเที่ยวแบบไม่อายใคร แถมมีเงินเหลือติดกระเป๋ากันด้วย. ออมได้ถึงเป้าหมายค่อยไปเที่ยวเมืองนอกก็ยังไม่สายค่ะทุกคน

มีช่องทางการเพิ่มรายได้เสริม

สมัยนี้ใครๆ ก็หาจ๊อบเสริมกันแล้ว เพื่อไม่ตรงเทรนด์ เราคงไม่อยากจำกัดแค่งานประจำอีกต่อไปกันแล้ว ยิ่งอยู่ในช่วงมีเป้าหมายการออม 1 แสนบาทภายใน 1 ปีนี้ด้วย ก็จึงต้องคว้าโอกาสจากยุคออนไลน์ที่เอื้อต่อการหารายได้เสริมให้มันเพิ่มสักทางกันนะคะ เช่น การขายสินค้า ผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม เสื้อผ้า งานแฮนเมด ได้แบบไม่ต้องมีหน้าร้าน ทำได้ช่วงวันหยุด หรือบางคนมีฝีมือในการทำขนม ก็รับออเดอร์ในออฟฟิศเราและใกล้เคียง แบบเลือกส่งเฉพาะวัน ก็ลองทำกันดูได้ค่ะ. พอเห็นตัวเลขที่ได้ไม่ใช่เล่นเข้ามา เราก็หมดปัญหา เงินเดือนเริ่มต้นแค่ 15,000 บาท จะออมได้ยังไง ด้วยการหารายได้เสริมเพิ่มเงินออมกันนะคะ เหนื่อยหน่อยแต่คุ้ม!

มีแหล่งพักเงินที่ดี

บัญชีเงินฝากแบบออมทรัพย์ที่เรามีอาจไม่พอ ถ้าอยากให้เงินครบแสนได้ภายใน 1 ปีนี้ ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ยที่ยังน้อยเกินไป นอกจากวิธีที่เราเลือกตัดบัญชีเพื่อเก็บออมทุกเดือนๆ แล้ว ยังมีตัวเลือกแหล่งพักเงินอื่นอีกอย่างการนำเงินไปกระจายเพื่อลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่นการซื้อกองทุนรวม ที่จะได้ผลตอบแทนสูงขึ้น 5-15 % หรือผลิตภัณฑ์การเงินอื่นที่เราถนัดและรับความเสี่ยงได้ค่ะ

แถมท้ายอีกนิดว่า ที่หลายๆคน ใส่ใจก้บเงินเก็บเป็นแบงค์กัน จริงๆแล้ว เศษเหรียญที่ติดกระเป๋าเรากลับมาในแต่ละวัน รวมๆแล้วก็มีไม่น้อยนะ ลองหยอดในกระปุกรวมๆไว้ก็กลายเป็นเป็นเงินก้อนใหญ่เหมือนกัน (หนักอีกต่างหาก) เผื่อว่าพอเราทุบกระปุกในปลายปี อาจมีตัวช่วยเป็นหลักพันหลักหมื่น งอกขึ้นมาเติมเต็มยอดเงินออมของเราให้ครบแสนได้ ใครจะไปรู้ หรือเอาเงินนั้นไปฝากบัญชีที่มีดอกเบี้ยสูงๆต่อ ก็ยิ่งงอกเงยต่อไปได้อีกแน่นอน

เงินออมที่แข็งแกร่ง ไปถึงหลักแสนได้ แบบไม่แสนสาหัส ที่เราต้องลงมือ!

เราคงอยากเริ่มเก็บเงินก้อน และออมเงินได้อย่างติดปีกกันสักตั้ง แบบให้ได้เงินแสน มานอนกอดภายใน 1 ปี หรือแม้แต่น้องๆ วัยทำงานที่กำลังเริ่มต้นก้าวสำคัญในเรื่องการเงิน ยิ่งเริ่มต้นเก็บออมได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งต่อดีมากขึ้นเท่านั้นค่ะ ดังนั้น ขออย่าปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หรือคิดว่าเงินเดือนแค่นี้จะเหลือตรงไหนมาเก็บ เพราะเงินหลักแสน เราไปถึงได้แบบไม่แสนสาหัสแน่ๆ แค่ลองสร้างเงินเก็บให้ได้ประมาณ 8,300 บาท / เดือน ก็จะครบ 100,000 บาทใน 1 ปีค่ะ ลองค่อยๆทำตามกันดูนะคะกับ 7 วิธีที่กล่าวไป ซึ่งใครหักเงินออมได้เป๊ะกับจำนวนนี้ ก็แสดงว่าคุณเก่งใช้ได้ แต่ใครทำดูแล้วยังไม่ถึงสักที ก็อย่าพึ่งท้อค่ะ ลองค่อยๆ ออมเงินด้วยวิธีที่ถูกต้องแบบนี้ไปเรื่อย เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินออมที่สร้างความอุ่นใจและอนาคตทางการเงินอันสดใสที่เรากำหนดได้ ..สู้สู้!