อาชีพเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สามารถนำไปประยุกต์สร้างเป็นอาชีพต่างๆ ได้มากมาย ซึ่งผู้เขียนขอแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มพนักงานบริษัทและกลุ่มอาชีพอิสระ

พนักงานบริษัทส่วนมากจะเป็นผู้ที่จบมาทางด้านคอมพิวเตอร์โดยตรงหรือไม่ก็ศึกษาด้วยตนเองและมีผลงาน ด้านคอมพิวเตอร์มาเสนอขณะสมัครงานด้วย หากเป็นงานที่เกี่ยวกับการวางระบบ การพัฒนาโปรแกรม โอกาสที่จะรับผู้ที่ไม่ได้จบมาโดยตรงจะค่อนข้างน้อยกว่า บางที่ให้ความสำคัญมาก เพราะผู้จบมาโดยตรงย่อมมีพื้นฐานสามารถอบรมเพิ่มเติมได้ไม่ยาก

ความหมายของคำว่า อาชีพคอมพิวเตอร์

งานอาชีพที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็หมายถึงงานบริการทางด้านคอมพิวเตอร์ต่างๆ และยังมีส่วนความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบความพิวเตอร์หรืออิเล็กทรอนิกส์และระบบสารสนเทศ ทั้งระบบฮาร์ดแวร์ (Hard ware) ซอฟต์แวร์ (Soft ware) และพิเพิลแวร์ (People ware) หรือบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์ และความรู้ทางด้านนี้สามารถนำไปใช้ได้อยู่ 2 กลุ่มทำงานหลักๆ คือ กลุ่มพนักงานบริษัท และกลุ่มอาชีพทำงานอิสระ

ขอบข่ายของงานอาชีพคอมพิวเตอร์

มันมีทั้งหมดอยู่ 4 ข้อด้วยกัน ให้เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง?

1. งานบริการสารสนเทศ

ซึ่งหมายความว่า เป็นข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ที่ผ่านการประมวลผลตามหลักวิชาการมาแล้ว และมีผู้บันทึกไว้ในรูปแบต่างๆ และเป็นประโยชน์เป็นส่วนผลลัพธ์ของระบบการประมวลผลข้อมูล เป็นสิ่งที่สื่อความหมายให้ผู้รับเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งโดยเฉพาะได้ หรือเป็นการยํ้าความเข้าใจที่มีอยู่แล้วให้มีมากยิ่งขึ้นและเป็นผลลัพธ์ของระบบถามและช่วยการค้นคว้า กล่าวคือบริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า หมายถึงงานบริการตอบคำถามที่ผู้ใช้บริการประสงค์จะได้คำได้แก่ หนังสือ หนังสืออ้างอิง และเครื่องมือช่วยค้นหาข้อเท็จจริงต่าง ๆ ช่วยค้นหาคำ ตอบให้ตามความต้องการของผู้ใช้ ส่วนใหญ่มักจะให้เฉพาะรายชื่อหนังสือที่มีคำตอบอยู่เท่านั้น

สำหรับบริการสารสนเทศ หมายถึง งานบริการที่ให้ข้อมูลอย่างละเอียดลึกซึ้ง ช่วยค้นหา ข้อมูลหรือเรื่องราวในสาขาวิชาต่าง ๆ ให้บริการหลายประเภท เช่น บริการจัดทำ ดรรชนีและสาระสังเขปบริการเลือกสรรสารสนเทศเฉพาะบุคคล บริการข่าวสารทันสมัย เป็นต้น

2. งานบริการด้านฮาร์ดแวร์

หมายถึง อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นโครงร่างสามารถมองเห็นด้วยตาและสัมผัสได้ (รูปธรรม)7 เช่น จอภาพ คีย์บอร์ด เครื่องพิมพ์ เมาส์ เป็นต้น ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ตามลักษณะการทำงาน ได้ 4 หน่วย คือ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU) หน่วยแสดงผล (Output Unit) หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage) โดยอุปกรณ์แต่ละหน่วยมีหน้าที่การทำงานแตกต่างกัน

3. งานบริการด้านซอฟต์แวร์

คิวงานทางด้านซอฟต์แวร์เป็นงานเกี่ยวกับโปรแกรมที่ใช้ทำงานต่างๆ เช่นการทำเอกสาร งานกราฟฟิก งานนำเสนอ อะไรต่างๆทำนองนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะเห็นทางธนาคารชอบใช้โปรแกรมแบบนั้นหรือ งานลงทะเบียนต่างๆ ซึ่งงานซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้…

1. ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน

ซอฟต์แวร์เป็นที่ใช้สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น Software สำหรับงานธนาคารการฝากถอนเงิน ซอฟต์แวร์ สำหรับงานทะเบียนนักเรียน ซอฟต์แวร์คิดภาษี ซอฟต์แวร์การให้บริการตามร้านต่างๆ

2. ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป

เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับงานทั่วไป โดยในซอฟต์แวร์ 1 ตัวมีความสามารถในการทำงานได้หลายอย่าง เช่น ซอฟต์แวร์งานด้านเอกสาร (Microsoft Word ) มีความสามารถในการสร้างงานเอกสารต่าง ๆ จัดทำเอกสารรายงาน จัดทำแผ่นพับ จัดทำหนังสือเวียน จัดทำสื่อสิ่งพิมพ์

งานบริการเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์

ถ้าเป็นงานเกี่ยวกับสายนี้ตามปกติแล้วบุคลากรทางด้านคอมพิวเตอร์พวกเขาจะต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในการใช้หรือควบคุมคอมพิวเตอร์ ถ้าปกติแล้วก็จะมีฝ่ายวิเคราะห์และออกแบบระบบงานและฝ่ายเกี่ยวกับโปรแกรม และฝ่ายปฏิบัติงานเครื่องและบริการและแต่ละหน่วยงานก็จะมีทั้งหัวหน้าและผู้ควบคุมทางคอมพิวเตอร์ซึ่งเรียกอีกอย่างก็คือโปรแกรมเมอร์นั่นเอง และหน้าที่ของพวกเขาส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ออกแบบและพัฒนาระบบทางคอมพิวเตอร์รวมถึงการสั่งงานในระบบคอมพิวเตอร์ด้วยในแต่ละอย่างก็จะมีความเกี่ยวข้องกับระบบของคอมพิวเตอร์เป็นหลักซึ่งแต่ละหน้าที่ก็จะมีบทบาทไม่เหมือนกันให้เรามาดูกันว่ามีหน้าที่รับผิดชอบประเภทไหนบ้างใหญ่ๆ ประมาณ 4 ขอบเขตใหญ่ๆ ดังนี้…

1. เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ

ตามปกติแล้วหน้าที่รับผิดชอบนี้จะเป็นผู้ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบการทำงานต่างๆให้ใช้ได้ตามปกติและไม่มีปัญหาขัดข้องเกี่ยวกับระบบแต่ถ้าสมมุติว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นมาก็จะต้องแจ้งระบบนี้หรือผู้เกี่ยวข้องโดยตรงให้เขาทราบเพื่อที่จะแก้ไขหน้าที่นี้ก็คล้ายๆกับการบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้อยู่พร้อมที่จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับคนที่ทำงาน นั่นเอง

2. บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบ

ปกติคนที่เป็นบุคลากรทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กลุ่มพวกนี้ก็จะมีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นนักวิเคราะห์และออกแบบระบบ หรือผู้บริหารฐานข้อมูลนักโปรแกรมระบบและพัฒนาโปรแกรมแบบประยุกต์ด้วย แล้วแต่นะถ้าพี่ก็จะทำหน้าที่ไม่เหมือนกันนักวิเคราะห์ก็ตามชื่อเลยพวกเขา มีหน้าที่ที่จะรวบรวมความต้องการหรือศึกษาหาข้อมูลว่ามีอะไรใหม่ๆ ไหมเพื่อที่จะเป็นสื่อกลางทำให้นักเขียนโปรแกรมสามารถทำงานออกมาให้ตรงกับเป้าหมายมากที่สุด และส่วนผู้ที่บริหารฐานข้อมูลพวกเขามีหน้าที่ออกแบบและดูแลระบบฐานข้อมูลอยู่ตลอดเวลา บำรุงรักษาแก้ไขปัญหาถ้าเกิดขึ้นส่วนนักพัฒนาโปรแกรมระบบและพัฒนาประยุกต์พวกเขาจะควบคุมระบบคอมพิวเตอร์แก้ไขเมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และนำผลวิจัยหรือวิเคราะห์ต่างๆออกมาเพื่อที่จะทดสอบ และเมื่อเกิดการทดสอบขึ้นเพื่อเขาจะแก้ไขถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นและบำรุงรักษาโปรแกรมนัดต่อๆไปและพัฒนาโปรแกรมให้มีความทันสมัยต่อไปขึ้นเรื่อยๆ

3. ผู้จัดการข้อมูลหรือศูนย์ประมวลผลคอมพิวเตอร์

ตำแหน่งนี้ตามปกติแล้วพวกเขาจะทำหน้าที่บริหารตามนโยบายหรือแผนการที่กำหนดไว้ซึ่งตลอดเวลาพวกเขาจะส่งเสริมหรือพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานที่พูดมาในตอนต้นให้เขามีความสามารถทำกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและโปรแกรมของคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยมากขึ้น

4. ผู้ใช้คอมพิวเตอร์

อันดับที่ 4 นี้ก็คือผู้ที่ต้องการนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานหรือผู้ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว พวกเขาเป็นผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไปและทำงานในหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์งานป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆซึ่งพวกเขาจะต้องมีความรู้พื้นฐานหรือเทคนิคในการใช้คอมพิวเตอร์ด้วยเช่นกัน

อาชึพใดบ้างที่สามารถทำได้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

สำหรับคนที่เลือกเรียนสายกันงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้นพวกเขาจบมาจะได้ทำอาชีพอะไรบ้าง ปกติแล้วเขาจะเป็นพนักงานบริษัท หรืออาชีพอิสระ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเมอร์ บริษัทที่จำหน่ายซอฟต์แวร์ หรืออาจารย์สอนคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาชีพแบบอิสระ มีหลายอย่างให้เลือกไม่ว่าจะเป็นบริการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ หรือออกแบบกราฟฟิกสื่อต่างๆ หรือจัดตั้งศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์  หรือนักเขียน internet Cafe หรือการออกแบบสิ่งพิมพ์ต่างๆหลากหลายมาก

การทำอาชีพโดยทางคอมพิวเตอร์มีผลดีและผลเสียอย่างไรบ้าง?

มันนับว่าเป็นเครื่องมือที่ทันสมัยมากๆ ในปัจจุบันแต่มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียมันอาจจะหางานง่ายกว่าสามารถทำงานแบบอิสระได้เมื่อคุณอยู่ที่บ้านคุณอาจจะเป็นเจ้านายของตัวคุณเองก็ได้ดังนั้นการทำอาชีพที่เป็นอิสระเกี่ยวกับงานคอมพิวเตอร์ก็นับว่าดีเหมือนกันแต่ก็มีผลเสียด้วย

ให้เรามาคิดถึงผลดีกันเราจะได้รับประโยชน์หลายอย่างจากการทำอาชีพทางคอมพิวเตอร์หรือการเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากขึ้นเพราะมันทั้งทันสมัยทันเหตุการณ์และเราสามารถติดต่อสื่อสารได้ทั่วโลกและมันยังช่วยให้เรารู้สึกได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นเนื่องจากสื่อที่ทันสมัยต่างๆโดยใช้โปรแกรมและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมมากในการช่วยเราค้นหาข้อมูลที่เราอยากจะค้นหา

แต่ข้อเสีย เราอาจจะกลัวมากขึ้นเพราะว่าในปัจจุบันนี้มีพวกที่ก่ออาชญากรรมพวกเขาใช้เทคโนโลยีเพื่อ วางแผนในการทำร้ายหรือว่าแผนหลายๆอย่างมีการลักลอบใช้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่จริง แล้วหลอกลวงผู้คนเป็นจำนวนมากนี่ก็ทำให้เรารู้สึกกังวล แล้วบางกลุ่มถึงขั้นมีกระทบถึงด้านจิตใจของพวกเขาด้วย แต่ในด้านของธุรกิจแล้วอาจจะมีข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อมูลที่ไม่ควรเผยแพร่เช่นข้อมูลลูกหนี้การค้าข้อมูลหลายๆอย่างที่อาจเกิดความเสียหาย ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีหรือการทำอาชีพทางคอมพิวเตอร์รับว่าดีที่ควรจะหาข้อมูลก่อนที่จะทำอาชีพเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้คุณจะต้องเป็นคนที่เก่งในด้านนี้และมีความรู้มากพอสมควร

สรุป: การทำอาชีพและงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

เราได้รู้จักงานเกี่ยวกับทางด้านคอมพิวเตอร์ไปบ้างแล้วไม่ว่าจะเป็นระบบโปรแกรมต่างๆและปัจจุบันคุณสามารถหางานทำได้ถ้าคุณมีคุณสมบัติหรือเรียนมาทางด้านนี้ก็จะง่ายมากขึ้นสำหรับหลายคนที่อยากเป็นโปรแกรมเมอร์สามารถหางานผ่านทางอินเตอร์เน็ตก็ได้ไม่จำเป็นต้องไปสมัครงานตามที่ต่างๆ ซึ่งเป็นงานที่ง่ายมากในปัจจุบันซึ่งวัยรุ่นหลายคนก็สามารถทำได้ ถึงแม้การทำงานประเภทเหล่านี้คุณจะต้องเรียนจบจากสาขาเฉพาะทาง แต่คุณก็สามารถทำได้แน่นอนถ้าคุณเรียนทางสาขาสายอาชีพแบบนี้คุณก็จะสามารถพัฒนาโปรแกรมทางด้านคอมพิวเตอร์ในแบบที่คุณอยากให้มันเป็นและแบบที่ทันสมัยมากขึ้นที่ไม่ซ้ำกับใครได้ด้วยซึ่งเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สามารถใส่ความเป็นตัวคนลงไปได้ บทความนี้เป็นแค่ความรู้พื้นฐานในความรู้เบื้องต้นเท่านั้นคุณสามารถหาเพิ่มเติมได้ผ่านทางออนไลน์ คุณติศึกษาให้ละเอียดว่ามันมีอะไรบ้างที่คุณต้องเรียนรู้เพิ่มเติม