ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนงานแต่ละคนคงจะมีเหตุผลของตัวเองในใจอยู่แล้วใช่มั้ยคะ? บางคนอาจจะรู้สึกว่าทำงานที่เดิมมานานแล้ว เบื่อ เซ็ง บรรยากาศก็เดิมๆ รู้สึกว่างานไม่ค่อยตื่นเต้น ท้าทาย ไม่มีโอกาสได้พัฒนาตัวเองเท่าที่ควร หรือ เงินเดือนขึ้นช้ามาก! โบนัสก็ไม่มี สวัสดิการก็งั้นๆ งานก็ยุ่ง วุ่นวาย ปัญหาเยอะ ไม่มีเวลาให้กับตัวเอง และครอบครัว ทั้งหมดทั้งมวล นี้ก็คือ เหตุผลที่ทำให้หลายๆคนอยากเปลี่ยนงาน เพราะคิดว่าถ้าได้ที่ทำงานใหม่ เพื่อนใหม่ บรรยากาศใหม่ๆ ปัญหาน่าจะน้อยลง  อะไรๆอาจจะดีขึ้น แต่อย่าลืมข้อเท็จจริงที่ว่า เราไม่สามารถล่วงรู้ถึงอนาคตได้ ว่าถ้าเปลี่ยนงานไปแล้วจะได้ดีกว่าเดิม หรือแย่กว่าเดิม จริงๆแล้วความรู้สึกเบื่อ เซ็ง มันเป็นเรื่องปกติของการทำงาน หลายคนเคยผิดหวังเพราะเรื่องนี้มาแล้ว ดังนั้นในบทความนี้ เราอยากให้แง่คิดบางอย่างกับเพื่อนๆ ได้คิด และถามตัวเองให้แน่ใจ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนงาน เช่น เราชอบงานใหม่จริงๆมั้ย?  งานใหม่เงินเดือนมากกว่าเดิมรึเปล่า ? เป้าหมายของชีวิตเราคืออะไร ? เราพร้อมเข้าสู่สังคมใหม่มั้ย? เสียงของคนรอบข้างมีผลต่อการตัดสินใจของเราหรือเปล่า ?  อ่านแล้วค่อยๆคิดตามไปด้วยกันทีละคำถามนะคะ

เราชอบงานใหม่จริงๆมั้ย?

งานที่เราทำเป็นประจำ ทุกวัน และทำมานานหลายปี คงจะทำให้เรามีประสบการณ์ค่อนข้างมาก เข้าใจลักษณะ รู้ระบบ ระเบียบ วิธีในการทำงาน และวิธีแก้ปัญหา แก้ไขสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ตอนแรกๆเราอาจจะรู้สึกชอบ ตื่นเต้นกับมัน รู้สึกเป็นงานที่ท้าทายความสามารถได้เป็นอย่างดี แต่พอเริ่มทำไปนานๆชักเริ่มรู้สึกเบื่อ อยากเปลี่ยนไปทำงานแบบอื่นบ้าง จะได้พัฒนาตัวเอง ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ และมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่านี้ ความรู้สึกนี้มักจะเกิดขึ้นกับ คนรุ่นใหม่ๆและคนที่พึ่งเรียนจบและทำงานไปได้ ซัก 2-3 ปี  เราควรถามตัวเองบ่อยๆก่อนตัดสินใจเปลี่ยนงานอีกว่า เราชอบงานใหม่จริงๆมั้ย? ตอนแรกๆเราอาจจะตื่นเต้น ถ้าเราได้ไปทำงานนั้นจริงๆเราจะชอบมากกว่างานที่ทำอยู่ในตอนนี้รึเปล่า เราจะแน่ใจได้ยังงัยว่า เมื่อทำไปแล้วเราจะไม่รู้สึกเบื่ออีก?ถ้าคุณยังไม่แน่ใจอีกลองจินตนาการ ว่าคุณจะเป็นยังงัย ในอีก 10 ปี หรือ 20 ปีข้างหน้าถ้ายังทำงานเดิมอยู่ อาจจะสังเกตหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงานที่ทำมาก่อนว่า พวกเขาชอบงานที่ทำมั้ย เขาดูมีความสุขกับงานที่ทำหรือเปล่าบางคนอาจจะไม่ชอบแต่ทำไมเขายังทำต่อไปได้หล่ะ?

เมื่อได้เห็นภาพความเป็นจริงของคนเหล่านั้นแล้ว มันคงจะไม่ยากเกินไปที่จะจินตนาการภาพในอนาคตของตัวเอง เมื่อคุณมองสถานการณ์ในปัจจุบันโดยอาศัยจินตนาการที่คุณอยากให้เป็นในอนาคต อาจจะทำให้คุณได้พบสิ่งใหม่ๆ ในที่ทำงานเดิมก็ได้ เพื่อเช็คความแน่ใจของตัวเองว่าจะชอบงานใหม่จริงๆหรือเปล่านั้น  อาจจะลองขอเปลี่ยนแผนกที่ทำงานดูก่อนมั้ย?  ถ้าเราทำงานใหม่แล้วรู้สึกไม่ชอบขึ้นมา ไม่มีความสุข มันจะส่งผลให้เราเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ ในที่สุดเราจะเสียใจ ผิดหวัง จะสูญเสียโอกาสมากกว่าได้โอกาส.

เงินเดือนมากกว่าเดิมหรือเปล่า?

ปัจจัยในการเปลี่ยนงานของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป แต่ที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง เมื่อเราคิดจะเปลี่ยนงานต้องคำนึงถึงเงินเดือนด้วย บางคนอาจจะรู้สึกว่า งานที่ทำอยู่ กับระยะเวลาที่ทำงาน รวมทั้งประสบการณ์ ความสามารถที่เรามี มันไม่คุ้มค่ากับเงินเดือนที่ได้รับ ถ้าเทียบกับ ลักษณะงานแบบเดียวกัน กับที่ทำงานอื่นที่ให้เงินเดือนสูงกว่า เราอาจจะคิดถึงการเปลี่ยนงานใหม่ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ต้องคิดด้วยว่า ตอนนี้เราทำงานที่เดิมได้เงินเดือนเท่าไหร่แล้ว เราทำงานมากี่ปี ถ้าเรายังทำงานที่เดิมต่อไป  โอกาสที่เงินเดือนเพิ่มขึ้นมีมั้ย สวัสดิการของที่ทำงานเดิมเป็นยังงัย เช่น เงินออมหลังเกษียณ โบนัส เงินโอที ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ วันหยุดพักร้อน ถึงแม้สิ่งเหล่านี้มันจะตีเป็นตัวเงินตรงๆไม่ได้ แต่มันจะช่วยให้เราทำงานอย่างมีความสุขได้ คุณอย่าลืมว่าเมื่อเปลี่ยนงานใหม่ต้องคิดถึงเรื่อง ความคุ้มค่าด้วย เพราะสิ่งที่เราทุ่มเทไปกับงานไม่ใช่แค่เพียงเวลาเท่านั้น เราต้องคิดถึงโอกาสในการเติบโต และความก้าวหน้าในงานอาชีพ และเรื่องอื่นๆที่สำคัญในชีวิตของเราด้วย ถึงแม้เราจะคิดถึงเงินเดือนเป็นหลักในการเปลี่ยนงาน เงินเดือนที่จะได้ต้องมากกว่าที่เดิมประมาณ 30-50%  เราต้องบวกค่าประสบการณ์ของเราไปด้วย

เพราะไม่มีใครสามารถรับประกันให้กับเราได้ว่า งานใหม่จะมั่นคง และตัวเองก็ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าเราจะทำงานนั้นได้จริงๆหรือเปล่า  นายจ้างและเพื่อนร่วมงานจะเป็นยังงัย การปลี่ยนงานแต่ละครั้งย่อมมีความเสี่ยงตามมาด้วยเสมอ   ถ้างานที่เราไปทำได้เงินเดือนมากกว่าที่เดิมก็จริง แต่โอกาสก้าวหน้า สวัสดิการ โบนัส วันหยุดพักร้อนไม่มี ถึงแม้เงินเดือนจะมากกว่าแต่ไม่มีความสุขคุณจะเลือกแบบไหน ? คุณอาจจะต้องพิจารณาจุดนี้เพิ่มเติมด้วยก็จะดีนะคะ

เป้าหมายชีวิตของเราคืออะไร?

เป้าหมายในชีวิต คือ สิ่งที่เราต้องการ หรือผลลัพธ์ของเป้าหมาย สิ่งที่คาดหวัง หลังจากลงมือทำตามแผนจนสำเร็จแล้ว เป้าหมายมักจะเป็นสิ่งที่มาจาก ความต้องการ ความหวัง ความใฝ่ฝัน แต่ต้องไม่ใช่เพียงความเพ้อฝัน เท่านั้น เป้าหมายนี้ต้องสามารถบรรลุได้ และเป้าหมายไม่ได้บ่งบอกถึงความสำเร็จ แต่ละคนย่อมมีเป้าหมายในชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายในหน้าที่การงาน สุขภาพ รายได้ การท่องเที่ยว การเก็บเงินเพื่อลูกๆ เป้าหมาย สำหรับบางคนอาจจะเป็นสิ่งที่คิดไว้ในใจ เป็นแรงผลักดันให้ชีวิตดำเนินต่อไปอย่างมีคุณค่า มีความหมาย ไม่ว่าจะเป็น เป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เพื่อเราจะรู้จริงๆว่าเป้าหมายของชีวิตเราคืออะไร เราต้องตั้งคำถามตัวเองให้ชัดเจน เช่น เราต้องการอะไรจริงๆ  หลังจากทำตามเป้าหมายแล้วเราต้องถามตัวเองว่า สิ่งที่เราทำนั้นมีความสุขจริงๆหรือเปล่า  เป้าหมายในชีวิตของเราไม่จำเป็นต้องไปถามใคร หรือตอบใคร สุดท้ายจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับการลงมือทำ เมื่อเราคิดจะเปลี่ยนงาน เราต้องถามตัวเองก่อนว่า เป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร?  เราอยากเปลี่ยนงานเพราะอะไร? เช่นอยากได้เงินเดือนเพิ่ม อยากพัฒนาความรู้ความสามารถ อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ เมื่อเรารู้ถึงเป้าหมายในชีวิตของเราแล้ว เราจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า จะอดทนทำงานที่เดิม หรือว่า อยากจะเปลี่ยนงาน.

เราพร้อมเข้าสู่สังคมใหม่มั้ย?

มีใครบ้างที่ไม่กังวลกับการเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ การก้าวออกจากสิ่งเดิมๆและไปเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆที่ยังไม่คุ้นเคยเราจะต้องปรับตัวให้เข้ากับองค์กรใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างคนใหม่เขาจะใจดีกับเราหรือเปล่า  เพื่อนร่วมงานจะคุยกับเราดีมั้ย ลักษณะของานจะเป็นยังงัยน๊า ตัวเราเองเป็นคนปรับตัวให้เข้ากับอะไรใหม่ๆง่ายหรือเปล่า ถ้าเราเป็นคนปรับตัวยากเราอาจจะต้องคิดถึงจุดนี้เยอะๆหน่อย เพราะเมื่อเราเปลี่ยนงาน สิ่งที่เราต้องเจอแน่ๆ คือ…

  • การเดินทาง เมื่อเราเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ ทั้งบ้าน และที่ทำงานเดิมอาจจะไม่ได้อยู่ในเส้นทางเดียวกัน บางครั้งไกลกว่าเดิม เราอาจจะต้องเปลี่ยนเส้นทาง  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะศึกษารายละเอียดในการเดินทางก่อน ว่าจะใช้เส้นทางไหนได้บ้าง แต่ละเส้นทางใช้เวลาเท่าไหร่
  • เพื่อนร่วมงานใหม่  ต้องใช้เวลา ทำความรู้จัก คุ้นเคย เพราะแต่ละคนย่อมมีบุคคลิคที่แตกต่างกัน ถ้าเราเป็นคนที่เข้าหาได้ง่ายและเป็นมิตรกับทุกคน  ก็ไม่ต้องกังวลอะไรมาก แต่ถ้าต้องเจอกับคนที่ค่อนข้างเป็นระเบียบ เอาแต่ใจ คุณต้องปรับตัวมากหน่อย ถ้าต้องทำงานกับคนแบบนี้ ไปนานๆ เราจะทนไหวมั้ย เพราะการทำงานที่ไม่ราบรื่นจะทำให้เราไม่มีความสุขกับงานที่ทำเลย ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนงานเราต้องถามใจตัวเองก่อนว่าเราจะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้มั้ยเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องรู้สึกเสียใจที่หลัง
  • หัวหน้าคนใหม่ เราต้องเรียนรู้งานจากเขา เราต้องรู้จักสังเกต ลักษณะ บุคคลิค ส่วนตัว และการทำงานของเขาด้วย เพื่อจะปรับตัวและเรียนรู้งานให้ดีขึ้น เราต้องไม่มีอคติ ปรับตัวให้เร็ว เราพร้อมตรงจุดนี้มั้ย ถามใจตัวเองให้ดีก่อนด้วยนะ

ถึงแม้จะมีความกังวลในการเปลี่ยนงานใหม่ แต่เราสามารถทำงานใหม่อย่างมีความสุขได้ เพียงแต่เราต้องเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อเจอกันก็ยิ้มให้ และทักทายเอาไว้ก่อน ความสุภาพอ่อนโยน ให้เกียรติ นับถือ จริงใจ ควบคุมอารมณ์ เก็บความรู้สึกได้ดี ไม่แสดงอาการเร็วเกินไป  ขยันเรียนรู้  มีความรับผิดชอบ รู้จักวิธีสื่อสารที่ดี  ถ้าเรามีคุณลักษณะเหล่านี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปเพราะนิสัยแบบนี้ใครๆก็อยากทำงานด้วยอยู่แล้ว ถ้าเรามั่นใจว่าสามารถปรับตัวได้ เราก็พร้อมกับการเปลี่ยนงานใหม่

เสียงของคนรอบข้างมีผลต่อการตัดสินใจมั้ย?

เสียงของคนรอบข้างมีผลต่อการตัดสินใจในการเปลี่ยนงานของเรามั้ย เป็นที่เข้าใจได้ว่า เมื่อเราตัดสินใจจะเปลี่ยนงานใหม่ เพื่อนที่ทำงาน ต่างก็มีความเห็นต่างๆนานา  แต่ละคนก็มีคำแนะนำให้กับเรา เพราะหวังดีกับเรา บางคนก็อยากให้เราอดทนทำงานที่เดิมไปก่อน เพราะเราทุกคนต่างก็คุ้นเคยกันอยู่แล้ว บางคนอาจจะแนะนำให้เปลี่ยนงานใหม่เผื่ออะไรๆ มันอาจจะดีขึ้น เสียงเหล่านี้มีผลต่อการเปลี่ยนงานของเราหรือเปล่า เรารู้สึกลังเลมั้ย เราจำเป็นต้องเชื่อความคิดเห็นเหล่านี้มั้ย ราต้องถามใจตัวเองดีๆเพราะตัวเราเองคือคนที่ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเองทั้งหมด

เราสามารถทำงานอย่างมีความสุขได้

ไม่ว่าเราอยากจะเปลี่ยนงานด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เราเองต้องตอบคำถามในใจของตัวเองให้ได้ซะก่อนว่า เรามีเป้าหมายอะไรในการเปลี่ยนงานครั้งนี้ ? เราต้องการเงินเดือนมากกว่าเดิมหรือเปล่า ถ้าเงินเดือนได้มากขึ้นกว่าก็จริง แล้วคำถามต่อไปที่เราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า เราชอบงานใหม่จริงๆมั้ย เราพร้อมจะก้าวไปเผชิญกับ สังคมใหม่รึเปล่า ทั้งหัวหน้า และเพื่อนร่วมงาน เมื่อทุกคำตอบคือ ใช่  เราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีกแล้ว เมื่อเรามีความพร้อมในทุกด้าน เราก็มีความสุขกับสิ่งที่เลือกและมีความสุขกับสิ่งที่ทำเสมอ.