การออมเงินทุกคนคงเข้าใจกันดีอยู่แล้วว่ามีความสำคัญต่อเราอย่างไร และคงไม่มีข้อโต้แย้งว่าการออมเงินนั้นเป็นเรื่องที่สมควรที่จะทำกันตลอดอย่างสม่ำเสมอในทุกๆช่วงอายุ เพื่อนๆทุกคนเองต่างก็ทราบกันอยู่แล้วใช่ไหมคะว่า การที่เรามีเงินออมมาก หรือยิ่งเราเริ่มออมเร็วมากเท่าไหร่ยิ่งเกิดผลดีกับเราในอนาคต นั่นคงเป็นเพราะเราไม่สามารถจะบอกได้ว่าวันข้างหน้าจะมีความจำเป็นฉุกเฉินด้านการเงินอะไรเกิดขึ้นกับตัวเราที่ทำให้เราจำต้องใช้เงิน และก็ยังไม่สามารถบอกได้อีกด้วยว่าต้องใช้จำนวนเท่าไหร่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องออมเงินกัน และต้องออมอย่างสม่ำเสมอกันไปตลอดทุกช่วงอายุค่ะ

คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านนั้นคงเคยได้มีโอกาสสอนลูกในเรื่องของการออมเงิน และฝึกให้ลูกรู้จักรักการออมเงินกันตั้งแต่ยังเล็กกันไปบ้างแล้วใช่ไหมคะ นั่นเป็นเพราะว่าคุณพ่อคุณแม่เองต่างก็ทราบกันดีว่าการออมเงินนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรกระทำ เพราะหากเราออมเงินในวันนี้ เราก็จะได้ใช้ประโยชน์จากเงินออมของเราในวันข้างหน้า นอกจากนี้ก็ยังคงเห็นด้วยว่าการออมนั้นยิ่งถูกฝึกกันตั้งแต่เล็ก ก็ยิ่งเกิดเป็นประโยชน์แก่บุคคลนั้นในวันข้างหน้า คุณพ่อคุณแม่ทุกยุคทุกสมัยจึงเริ่มฝึกกับลูกๆของตัวเองเพื่อหวังจะให้เขามีนิสัยรักการออมติดตัวไป เพื่อจะได้ไม่ลำบากในอนาคต

การฝึกสอนลูกให้มีนิสัยรักการออมและรู้คุณค่าของเงินนั้น พูดกันเผินๆคุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจรู้สึกว่าไม่น่าจะยาก แต่เวลาลงมือฝึกลูกกันจริงๆก็อาจไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลยนะคะ เนื่องจากลูกยังเล็กเกินกว่าที่จะอธิบายให้เข้าใจในทันทีค่ะ การฝึกนั้นต้องอาศัยเวลา และความอดทนที่ต้องประสานกันของทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูกเป็นอย่างมากจึงจะเห็นผลเกิดผลค่ะ วันนี้เรามาดูวิธีสอนลูกออมเงินตั้งแต่ยังเด็กกันค่ะ เพื่อต่อจากนี้การสอนลูกๆจะไม่เป็นเรื่องที่อธิบายยากกันอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ

สอนให้รู้ว่าเงินได้มาอย่างไร

เด็กเล็กๆนั้นจะอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ ชอบเกิดข้อสงสัย และมีคำถามมากมายมาถามกันได้ทั้งวัน จนบางครั้งในบางคำถามอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่เองก็ไม่รู้จะอธิบายคำตอบให้ลูกฟังอย่างไรให้เข้าใจได้ใช่ไหมคะ จึงตอบเป็นคำตอบแบบง่ายๆ สั้นๆเพื่อให้เด็กได้เข้าใจ ซึ่งบางครั้งก็ไม่ได้บอกเป็นเรื่องจริงให้พวกเขาฟัง อาจเป็นเพราะคุณพ่อคุณแม่มองว่าลูกๆนั้นยังเล็กเกินจะอธิบายให้เข้าใจ ซึ่งความเป็นจริงแล้วนั้น เราควรให้ข้อมูลความจริงกับเด็กๆค่ะ อาจมีเข้าใจบ้างหรือไม่เข้าใจบ้าง เดี๋ยวเขาก็จะมีคำถามต่อมาอีกเรื่อยๆตามประสาค่ะ แต่การที่เราใช้ความจริงในการสอนกับเด็กๆนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ใหญ่ควรทำนะคะ เพราะเด็กเล็กๆนั้นเมื่อได้ข้อมูลอะไรมา เขาก็จะจำติดสมองไปตลอดเลยล่ะค่ะ ซึ่งหากเป็นข้อมูลที่ผิดๆรับเข้าไปแล้วนั้น วันข้างหน้าเกิดได้ข้อมูลที่ถูกต้องมา ตัวเขาเองก็จะสับสนทำให้เกิดภาวะการจำผิดจำถูกสลับกันไปค่ะ

ในเรื่องของเงินนั้นก็เช่นกันค่ะ คุณอาจเคยได้ยินคำถามจากลูกๆว่า เงินมาจากไหน? บางท่านอาจตอบเอาเงินมาจากธนาคาร หรือบางทีคุณอาจเคยใช้การกระทำมาเป็นคำตอบให้ลูกๆกันไปแล้วแบบไม่รู้ตัว เช่น คุณอาจเคยพาลูกๆของคุณไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม หากคุณเองไม่ได่ใส่ใจในรายละเอียดเรื่องการสอนให้ลูกรู้จักเงิน พวกเขาก็จะเข้าใจกันไปว่า พอไม่มีเงินเดี๋ยวธนาคารก็จะให้ หรือพอเงินหมดก็เดินไปที่ตู้เอทีเอ็มเดี๋ยวจะมีเงินออกมาเอง ซึ่งความเป็นจริงแล้วคุณควรจะอธิบายที่มาของเงินกว่าจะออกมาถึงมือคุณให้เขาเข้าใจค่ะ ว่าเงินนั้นได้มาจากการทำงาน และหากลูกยังเล็กก็อาจเกิดข้อสงสัยในเรื่องการทำงานให้ได้เงิน คุณอาจใช้วิธีง่ายๆเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับเขาค่ะ เช่น คุณอาจให้ลูกทำอะไรง่ายๆบางอย่างแล้วได้รับค่าจ้าง เช่น อาจให้กับของเล่นเข้าที่ อาจให้ช่วยงานบ้านเล็กๆน้อยตามวัย ฯลฯ แล้วให้เงินจำนวนหนึ่งแก่เขาจะทำให้เขาจะเข้าใจว่าเงินได้มาอย่างไรได้ง่ายมากขึ้นค่ะ

สอนให้รู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัด และตั้งงบประมาณการซื้อของง่ายๆ

การสอนลูกให้รู้จักการใช้จ่ายอย่างประหยัดนั้น คุณอาจใช้โอกาสตอนไปเดินซื้อของใช้ตามห้างในการสอนเขาในเรื่องนี้ หรือแบบง่ายๆก็อาจสอนผ่านการเล่นกิจกรรม หรือเล่นบทบาทสมมุติกับเขาค่ะ เช่น คุณอาจเล่นเกมซื้อขาย หรือบทบาทสมมุติในการซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยตั้งงบประมาณให้เขาจำนวนหนึ่ง แล้วสอนให้เขาเลือกซื้ออย่างคุ้มค่าภายใต้งบประมาณที่จำกัดอยู่ โดยที่คุณอาจสอนให้เขาจัดลำดับสิ่งของตามความจำเป็น ดูว่าของอันไหนนั้นแพงเกินไปร่วมไปด้วยยิ่งดีค่ะ

แนวการสอนลูกดังกล่าวข้างต้นนี้ นอกจากจะสร้างความสนุกสนานให้กับลูกๆ ได้แล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวอีกด้วยค่ะ และที่สำคัญลูกๆจะได้รับประโยชน์จากการสอนได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ ช่วยให้เขารู้จักการใช้จ่ายอย่างประหยัด รู้จักการจัดอันดับความจำเป็นในการใช้จ่าย และยังเป็นการเพิ่มทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ในเรื่องของการคิดเลขให้กับลูกๆได้อีกด้วยค่ะ

สอนให้รู้จักการออมเงินด้วยการให้เงินรายสัปดาห์

โดยส่วนมากคุณพ่อคุณแม่มักจะคิดฝึกลูกในเรื่องการบริหารเงิน โดยเริ่มจากการให้ค่าขนมแก่เขาเป็นรายสัปดาห์ใช่ไหมคะ นับว่าเป็นความคิดที่จะเริ่มต้นฝึกประสบการณ์จริงกับเขาได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ แต่คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านก็ยังอดสงสัยกันไม่ได้ว่า แล้วลูกต้องอายุเท่าไหร่ล่ะ อายุในช่วงไหนจึงจะเหมาะสมที่จะสามารถฝึกและเริ่มให้ค่าขนมเป็นรายสัปดาห์ได้ ซึ่งคำตอบที่ได้รับนั้นคุณพ่อและคุณแม่ในแต่ละบ้านคงต้องพิจารณาจากเหตุการณ์ ความเหมาะสม ความพร้อมของสภาพการณ์ลูกๆในแต่ละครอบครัวค่ะ จึงไม่มีคำตอบที่ตายตัวชัดเจนออกมาได้

นอกจากที่คุณพ่อคุณแม่จะฝึกลูกๆให้บริหารเงินด้วยการให้ค่าขนมเป็นรายสัปดาห์แล้วนั้น สิ่งสำคัญที่ขาดเสียไม่ได้เลยนั่นก็คือ การฝึกให้ลูกๆสามารถบริหารเงินได้โดยการแบ่งเงินออกมาเพื่อการออมในแบบที่ถูกต้องไปด้วยค่ะ เพราะความเป็นจริงชีวิตเราเองก็ยังต้องแบ่งเงินออกจากรายได้เพื่อใช้ในการเก็บออมใช่ไหมคะ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คุณควรสอนพวกเขาในเรื่องการแบ่งรายได้เพื่อการเก็บออมในแบบที่ถูกต้องด้วยเช่นกันค่ะ คือ การเก็บก่อนใช้นั่นเอง ไม่ใช่การใช้เหลือแล้วค่อยมาเก็บ ส่วนจะต้องออมเท่าไหร่นั้น โดยปกติหลักการออมที่ถูกต้องแนะนำไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 10% ของรายได้ค่ะ ซึ่งหากเด็กๆยังเล็กอาจจะไม่เข้าใจในเรื่องของเปอร์เซ็นต์ที่ควรจะหักออมได้ คุณก็อาจตั้งเป็นจำนวนเงินตายตัวให้กับเขาปฏิบัติไปก่อนก็ได้ค่ะ และเมื่อเขาปฏิบัติได้ดีคุณพ่อคุณแม่ก็อย่าลืมที่จะให้กำลังใจกับลูกๆของคุณกันด้วยนะคะ เพื่อเขาได้จะเกิดทัศนคติดที่ดีต่อการออมในอนาคตค่ะ

ให้ดอกเบี้ยลูกเพิ่มเมื่อลูกออมเงินได้

การให้ดอกเบี้ยลูกเพิ่มเมื่อลูกออมเงินได้ เป็นการสร้างแรงจูงใจที่ได้ผลเพื่อสร้างนิสัยให้ลูกๆรักการออมได้เพิ่มมากขึ้นค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจให้เงินเพิ่มพิเศษกับลูกๆเมื่อเขาเก็บออมได้ถึงเป้าหมายที่กำหนดค่ะ เพื่อช่วยกระตุ้นให้เขาอยากจะเก็บเงินออมเงินให้ได้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งบางทีในชีวิตประจำวันของเขาอาจมีบางพฤติกรรมที่ควรปรับเปลี่ยนอยู่โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยทราบ การให้เงินพิเศษของคุณพ่อคุณแม่ตรงนี้ก็จะช่วยกระตุ้นการปรับพฤติกรรมของตัวเขาเองในการที่จะเก็บเงินให้เป็นระบบได้มากขึ้นด้วยค่ะ อีกทั้งยังเป็นการสอนพื้นฐานให้รู้ว่าการฝากธนาคารนั้นจะได้ดอกเบี้ยให้กับลูกๆอีกด้วย นอกจากนี้เขาจะได้เรียนรู้ว่าการออมเงินให้ได้ถึงเป้าหมายนั้น ควรต้องทำเป็นประจำ ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการปูพื้นฐานของนิสัยรักการออมที่ดีในอนาคตให้กับเขาค่ะ

สอนให้รู้ว่าของชิ้นไหนจำเป็นของชิ้นไหนแค่อยากได้

การสอนให้ลูกเก็บเงินเพื่อให้ได้สิ่งของที่ลูกอยากได้นับว่าเป็นวิธีที่ดีอย่างหนึ่งเลยค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยฝึกนิสัยการในเก็บออมให้กับลูกๆได้แล้ว ก็ยังทำให้พวกเขาใด้เพิ่มทักษะในอีกหลายๆเรื่องไปพร้อมๆกันอีกด้วยค่ะ เช่น การช่วยเหลือตัวเอง การพึ่งพาตัวเอง การการคิด การเลือก การตัดสินใจของตัวเอง ทำให้เกิดความภูมิใจในตัวเองค่ะ แต่เนื่องจากลูกๆเป็นวัยที่ยังเล็ก การฝึกฝนในเรื่องของการเก็บเงินเพื่อให้ได้สิ่งของที่เขาอยากได้นั้นพวกเขาจึงยังไม่สามารถแยกแยะได้ออกว่าอย่างไหนซื้อด้วยเหตุผล หรืออย่างไหนซื้อด้วยอารมณ์ค่ะ จึงต้องอาศัยคำแนะนำจากคุณพ่อคุณแม่ร่วมสอนไปด้วยค่ะว่าสิ่งไหนจำเป็น สิ่งไหนไม่จำเป็นในการตัดสินใจจะซื้อค่ะ ไม่อย่างนั้นเงินออมของลูกๆคงจะถูกเทลงไปกับขนมและของเล่นซะหมดเป็นแน่เลยล่ะค่ะ

เริ่มสอนวันนี้..ลูกน้อยเติบใหญ่..ไม่ลำบากแน่

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับวิธีการสอนลูกออมเงินตั้งแต่ยังเล็ก คงพอจะเป็นแนวทางการสอนให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้มองเห็นภาพกันได้ง่ายมากขึ้นนะคะ เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีแนวทางในการสอนแล้วการเริ่มต้นสอนลูกๆให้ออมในแบบที่ถูกต้องเป็นประจำตั้งแต่ยังเล็กก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ เด็กจะเกิดเข้าใจและรู้จักคุณค่าของเงิน วิธีการเก็บออม และการบริหารเงินได้ด้วยตัวเอง และการที่ได้รับการฝึกอย่างต่อเนื่องจากคุณพ่อคุณแม่นี้ก็ยังจะเป็นการช่วยสร้างนิสัยที่ดีในการออมให้กับลูกๆอีกด้วยนะคะ แม้ว่าการฝึกฝนนั้นจะต้องอาศัยความอดทน ความต่อเนื่อง ความสม่ำเสมอ และต้องอาศัยเวลาอย่างมากก็ตามเพื่อที่ลูกจะมีนิสัยที่รักการออมได้ แต่เมื่อลูกมีนิสัยที่รักการออมติดตัวก็นับเป็นเรื่องที่คุ้มค่ามากเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่เองก็จะเบาใจกับชีวิตในอนาคตของลูกๆเมื่อเติบใหญ่ได้ว่าลูกๆจะไม่ลำบากเป็นแน่ค่ะ