ความรู้สึกของเพื่อนๆต่างกันมั้ยคะระหว่างอยู่บ้านเช่ากับอยู่บ้านของตัวเอง ? ตัวผู้เขียนเองคิดว่าต้องต่างกันแน่นอนใช่มั้ยคะ? การเช่าบ้านอยู่มันให้ความรู้สึกอิสระตรงที่ว่า ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมาย ถึงเวลาสิ้นเดือนก็จ่ายค่าเช่าไป ถ้าต้องเปลี่ยนที่ทำงาน หรือ เจ้าของบ้านเจ้าเล่ห์ เพื่อนบ้านที่ไม่ดี เราจะย้ายเมื่อไหร่ก็ย้ายได้ ไม่ต้องทนอยู่ แผนการในอนาคตยังไม่แน่นอน และยังไม่อยากมีภาระเรื่องหนี้สิน การเช่าบ้านก็น่าจะดีกว่า

ส่วนการอยู่บ้านของตัวเองก็จะให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป บางคนอาจจะรู้สึกอิสระตรงที่ว่าจะทำอะไรตามใจชอบได้ทุกอย่าง ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายมากหน่อยในตอนแรก และต้องมีภาระในการผ่อนหนี้กับทางธนาคารอีกหลายปีแต่มันก็ไม่เสียเปล่า เพราะเมื่อผ่อนจบบ้านก็จะเป็นกรรมสิทธิ์ของเรา และเราจะอารมณ์แบบว่า รู้สึกมีความภูมิใจลึกๆที่ในชีวิตนี้เราสามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้ มันบ่งบอกได้ว่า เรามีความอดทน มีวินัยในการใช้จ่ายขนาดไหน สำหรับหลายคนการมีบ้านเป็นของตัวเอง ก็ทำให้รู้สึกอุ่นใจ และมั่นคงกว่า

ส่วนเพื่อนๆที่ยังไม่แน่ใจ และยังลังเลอยู่ว่า สำหรับตัวเองระหว่างเช่าบ้านอยู่ กับการซื้อบ้านเป็นของตัวเองไปเลยแบบไหนดีกว่ากันน๊า ! วันนี้ดิฉันได้หาข้อมูลมาให้พิจารณากันคร่าวๆก่อนค่ะว่า เพื่อจดได้ตัดสินใจได้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน อย่างน้อยเพื่อจะตัดสินใจได้ถูกต้องเราต้องรู้ข้อมูลก่อนว่า การเช่าบ้านมีข้อดีและปัญหาอะไรบ้าง ?, การซื้อบ้านมีข้อดีและปัญหาอะไรบ้าง ?, ความแตกต่างในเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร?, การดูแลรักษาแตกต่างกันด้วยมั้ย? ดิฉันขอเพื่อนๆอ่านและพิจรณาไปด้วยกันทีละขั้นตอนนะคะเพื่อเราจะได้คำตอบที่ถูกใจที่สุดค่ะ.

ข้อดีและปัญหาในการเช่าบ้าน

ในตัดสินใจไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามเราต้องรู้ก่อนว่ามันมีข้อดีและปัญหาอะไรบ้าง? การเช่าบ้านอยู่ก็เหมือนกันข้อดีก็มีเยอะและปัญหาก็มีเยอะ ด้วยเช่นเดียวกัน บทความนี้ ฉันอยากชวนเพื่อนๆมาดูข้อดีปัญหาในการเช่าบ้านค่ะ

ข้อดีของการเช่าบ้าน คือเราสามารถเลือกได้ ว่าเราจะอยู่แถวไหน? อยู่ใกล้ที่ทำงาน ใกล้สถานีรถไฟฟ้า หรือว่าใกล้ห้างสรรพสินค้า ถ้าเราไม่ชอบวุ่นวายในการตกแต่งบ้านเราก็เลือกบ้านที่เขามีทุกอย่างให้พร้อมไม่ต้องเสียเวลา เสียเงินไปหาซื้อ เองเราก็ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไป เพียงแต่อาจจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อซื้อความสะดวกสบาย ถึงแม้บางคนอาจจะมองว่า การเช่าบ้านอยู่เป็นการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่าเป็นการสิ้นเปลืองหรือมองว่าเราไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ แต่อย่างน้อยการเช่าบ้านอยู่ในช่วงที่เรายังไม่พร้อม ก็ทำให้เราไม่ต้องติดกับดักของการเป็นหนี้สิน ถ้าเราใช้จ่ายอย่างประหยัดอย่างน้อย ช่วงที่เราอยู่บ้านเช่าก็จะทำให้เรามีเงินเก็บ พอที่จะซื้อบ้านของตัวเองได้ในอนาคต

ปัญหาของการเช่าบ้าน ถ้าเราไม่เลือกให้ดีในตอนแรกปัญหาที่รบกวนใจ ทำให้รำคาญไม่รู้จักจบจักสิ้นคือ เจอเจ้าของบ้านที่ไม่มีน้ำใจและเป็นคนหัวหมอ เจ้าเล่ห์เราไม่รู้กฎหมายเกี่ยวกับสัญญาเช่า  ไม่ศึกษาให้ละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆไม่ว่าจะเป็น ค่าประกัน ค่าเช่า และค่าปรับในกรณีจ่ายค่าเช่าล่าช้า ค่าความเสียหายของใช้ในบ้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในสัญญาซึ่งจะทำให้เราถูกเอาเปรียบได้ง่าย.

ข้อดีและปัญหาในการซื้อบ้าน

การมีบ้านเป็นของตัวเอง ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งเราสามารถให้เช่าหรือขายต่อได้ในอนาคต เพราะราคาของที่ดินและบ้านมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลาถ้าเรามีเงินฝากเงินในธนาคารและเรามีความพร้อมในการผ่อนกับธนาคาร การซื้อบ้าน ก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เราสามารถเอาไว้เก็งกำไรได้

ข้อดีของการซื้อบ้านที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ เรามีที่อยู่เป็นของตัวเองซึ่ง ให้ความมั่นคงของทุกคนในครอบครัว ไม่ว่า ค่าเช่าบ้านจะมีราคาเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ เราก็ไม่เดือดร้อน เพราะเรามีบ้านเป็นของตัวเอง เราสามารถ ทำอะไรกับบ้านของเราก็ได้ แล้วจะตกแต่งแบบไหน และเลือกจะอยู่แถวไหน แล้วก็สามารถทำได้ด้วย ข้อดีอย่างหนึ่งของการมีบ้านเป็นของตัวเองก็คือ เราไม่ต้องเจอปัญหาวุ่นวาย ไม่รู้จักจบจักสิ้นที่เกิดขึ้นกับการเช่าบ้านและที่สำคัญเราสามารถนำเอาค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้าน ไปขอการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ปัญหาของการซื้อบ้าน คือ เมื่อเรามีบ้านเป็นของตัวเองแล้วเราต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น เราต้องมีเงินดาวน์ก้อนใหญ่และต้องมีภาระในการผ่อน เงินต้นและดอกเบี้ยให้กับธนาคาร ซึ่งต้องใช้เวลา 20-30  ปี รวมทั้ง ภาระค่าใช้จ่ายในบ้านอีก เฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นถ้าเรามีบ้านเป็นของตัวเองถ้าเรายังไม่มีความพร้อมเรื่องค่าใช้จ่ายและบริหารเงินไม่ดีการมีบ้านก็อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเราก็ได้

เราอาจจะไม่มีเงินส่งธนาคารอาจจะค้างค่างวด ในที่สุดเราอาจจะถูกยึดบ้านก็ได้ ซึ่งการซื้อบ้านไม่ได้หมายความว่าถ้ามีเงินก็ซื้อได้เลย การซื้อบ้านใหม่ปัญหาอาจจะไม่มีมาก แต่ถ้าเราซื้อบ้านมือสอง เราต้องมีความรอบคอบและมีความรู้ในการตรวจสอบบ้านด้วย เราต้องเช็คหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็น สภาพที่ดิน โครงสร้างของบ้าน  หลังคา และอายุของบ้าน มีเจ้าของมาแล้วกี่คน?

ความแตกต่างในเรื่องค่าใช้จ่าย

ไม่ว่าจะเช่าบ้าน หรือ มีบ้านเป็นของตัวเอง ต่างก็ยังมีค่าใช้จ่ายด้วยกันทั้งนั้น ค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้าน ส่วนใหญ่แล้วค่าเช่าในแต่ละเดือน ค่าเบี้ยประกันภัย ที่เราจะต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งถ้าเราใช้มากเราก็จ่ายมากถ้าเราประหยัดเราก็จ่ายน้อยแต่การเช่าบ้านอยู่ทำให้เราประหยัดในเรื่องค่าใช้จ่ายของการ ซ่อมแซม บำรุงรักษา ตัวบ้านเมื่ออยู่นานๆไปไม่ว่าบ้านเช่าหรือบ้านของตัวเองย่อมมีการสึกหรออยู่แล้ว ถ้าเช่าบ้านค่าไม่ต้องจ่ายในส่วนนี้ เจ้าของบ้านจะเป็นผู้จัดการดูแลทั้งหมด

ค่าใช้จ่ายเมื่อมีบ้านเป็นของตัวเอง ไม่ได้มีแค่ราคาบ้านเท่านั้น แต่คุณจะต้องมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง เช่น ค่าจอง และทำสัญญาหรือค่ามัดจำ ซึ่งคุณจะต้องจ่ายให้กับผู้ขายก็เป็นการรับประกันว่าเราต้องการซื้อบ้านนั้นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการจองก่อนก่อสร้างหรือว่าหลังก่อสร้างเสร็จแล้ว ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้ มักจะมีราคาเป็นหลักหมื่นขึ้นไป ต้องมีเงินดาวน์ที่เราจะต้องเตรียมเงินสดจ่ายค่าส่วนนี้ประมาณ 5-10%ของราคาบ้าน ถ้าราคาบ้านสูงเราก็ต้องจ่ายค่าดาวน์มากขึ้นด้วย คุณต้องจ่ายค่าประเมินราคาเมื่อขอสินเชื่อ เมื่อผ่อนบ้านจบแล้วก็ต้องมีค่าโอนกรรมสิทธิ์ด้วย ค่าใช้จ่ายอีกอย่างหนึ่งของคนมีบ้านที่ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ ค่าเบี้ยประกันภัยบ้าน เนื่องจากเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตการทำประกันภัยสำหรับบ้านก็ช่วยปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินของเราได้

เมื่อเรามีบ้านเป็นของตัวเองค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอีกอย่างคือ ค่ามิเตอร์ไฟฟ้า และมิเตอร์น้ำประปา ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านแล้วเราจะมีค่าใช้จ่ายในการตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งสวน ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีต้องมีเงินสดสำรองเอาไว้เพราะจำเป็นจะต้องมีการทยอยซื้อเข้าบ้านเรื่อยๆ จะเห็นได้ว่าการมีบ้านเป็นของตัวเองมีค่าใช้จ่ายมากกว่าการเช่าบ้านอยู่ค่อนข้างมากค่ะ.

ความแตกต่างในการดูแลรักษา

โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่เช่าบ้าน อยู่มักจะไม่ได้ให้ความสำคัญ กับการดูแลรักษาบ้านมากสักเท่าไหร่ เพราะชีวิตประจำวันก็ยุ่งอยู่แต่กับการทำงาน เมื่อมีปัญหา เกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นตัวบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำประปา เราจะแจ้งเจ้าของบ้านให้เข้ามาดูเรื่องนี้คนเช่าไม่ต้องรับผิดชอบและไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย แต่ก็อยู่กับนิสัยของคนเช่าด้วยว่าเป็นคนที่ชอบดูแลรักษาข้าวของเครื่องใช้หรือไม่ด้วยค่ะ

สำหรับคนที่มีบ้านเป็นของตัวเอง ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างเราต้องซื้อเองทั้งหมด เราก็อยากจะใช้ทุกอย่างให้คุ้มค่า และอยู่กับเราไปนานๆ เราจำเป็นจะต้องดูแลรักษาอย่างดี เราจะมีการคอยเช็ค คอยตรวจสอบ และทำความสะอาดอยู่เสมอ ข้าวของเครื่องใช้ที่มีราคาแพงว่ามีปัญหาเกิดขึ้นแล้วก็ต้องรีบตามช่างซ่อมแซมเราจะไม่ปล่อยเอาไว้

ในส่วนของตัวบ้าน ก็เช่นเดียวกันเมื่ออยู่ไปนานๆ มันก็มีการสึกหรอเราต้องหมั่นคอยตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นสีของบ้าน หลังคาบ้าน ท่อระบายน้ำ ตรวจสอบคอนพื้นคอนกรีต รอบบ้าน ที่จอดรถ ทางเท้า ได้ทำการตรวจดูปลวกและแมลงด้วย ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างมันมีอายุการใช้งานของมัน ถ้าเราให้การเอาใจใส่ดูแล ใช้อย่างระมัดระวังมันก็จะอยู่กับเราไปนาน แน่นอนว่าการที่ใครคนนึงจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลังมันมาพร้อมกับ ความรับผิดชอบหลายอย่างเลยทีเดียว.

เลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

ทุกคนต่างมีความชอบและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันบางคนก็ชอบอิสระ ไม่ชอบวุ่นวาย และชอบความสะดวกสบาย ไม่ว่าไปที่ไหนหิ้วแค่กระเป๋าใบเดียวก็ไปได้แล้ว และไม่อยากมีความรับผิดชอบมากมาย และไม่อยากมีภาระในเรื่องค่าใช้จ่ายทางเลือกที่เหมาะก็คือ การเช่าบ้านอยู่ที่จะทำให้คล่องตัวมากขึ้นถ้าย้ายงานก็สามารถย้ายบ้านตามได้ด้วย

ส่วนบางคนก็มองว่าการเช่าบ้านเป็นการสิ้นเปลืองและอยากมีอนาคตที่มั่นคง พร้อมที่จะลงหลักปักฐานอยู่ที่ใดที่หนึ่งแล้ว เขาก็มองว่า จะมีบ้านของตัวเอง เป็นสิ่งที่จำเป็นและมองว่าการมีบ้านถือเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจของตัวเองและรู้ว่า ตัวเองมีความพร้อม และมีศักยภาพพอที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งหนี้สินที่จะตามมา การซื้อเป็นของตัวเองตัวเองถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุดไม่ว่าเพื่อนๆจะมีความคิดและ ไลฟ์สไตล์แบบไหน ดิฉันก็หวังว่า ข้อมูลที่ได้ให้กับเพื่อนๆไป ก็คงจะช่วยให้เพื่อนๆตัดสินใจได้นะคะว่า ระหว่างเช่าบ้านอยู่กับซื้อบ้านเป็นของตัวเองแบบไหนดีกว่ากันคะ!