เนื่องจากประมาณ 2 ปีมานี้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายตามหมู่บ้านทั่วประเทศในเรื่องของบัตรสวัสดิการรัฐหรือที่ภาษาชาวบ้านเข้าใจคือ "บัตรประชารัฐหรือบัตรคนจน" ซึ่งบัตรนี้มีประโยชน์มากมายในกับประชาชนครัวเรือนหลายครัวเรือนในการจับจ่ายใช้สอย และแน่นอนว่าเราต่างได้ยินหลายคนพูดว่า "ใช้กับยังไง?" หรือ "จะได้บัตรนั้นอย่างไร?" แน่นอนว่าทุกคนต้องอยากรู้มากขึ้นถึงเรื่องนี้ เช่น วิธีใช้, เงื่อนไขของบัตร, การเปลี่ยนบัตรเนื่องจากมีปัญหาต่อการใช้งาน เป็นต้น

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน คือ บัตรที่ออกโดยกรมบัญชีกลาง ตามนโยบายของรัฐ ที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายบางอย่างเท่านั้น สิทธิที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับก็คือ วงเงิน 200-300 บาทต่อเดือน ( ใครรายได้มากกว่า 30,000 บาท / ปี ได้วงเงิน 200 บาท ใครรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท / ปี ได้วงเงิน 300 บาท ) ใช้สำหรับนำไปซื้อสินค้าต่าง ๆ ในร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าอื่นๆที่เราสะดวกไปซื้อ โดยสินค้าที่จำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐและสามารถใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจ่ายได้ แล้วการมีบัตรสวัสดิการช่วยเราลดค่าใช้จ่ายอะไรบ้างให้เรามาดูดังต่อไปนี้...

การมีบัตรสวัสดิการรัฐช่วยให้เราลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่ทางรัฐสนับสุนนเราจะมาดูกันว่า บัตรประชารัฐหรือบัตรคนจนสามารถนำมาใช้จ่ายกับสิ่งของดังต่อไปนี้ได้…

1. อาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ประจำวัน

เนื้อสัตว์ทุกชนิด ไข่สด ผักและผลไม้ ข้าวสาร ข้าวเหนียว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง เช่น ปลากระป๋อง
น้ำปลา น้ำซีอิ๊ว ซอสถั่วเหลือง ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก น้ำส้มสายชู เกลือ เครื่องปรุงแต่งรสอาหารสำเร็จรูป ผงชูรส น้ำตาล น้ำมันพืชนมสด นมเปรี้ยว นมถั่วเหลือง น้ำผลไม้พร้อมดื่ม นมข้นหวาน น้ำดื่ม น้ำแข็ง สบู่ ผ้าอนามัย แชมพู ครีมนวดผม แป้งผงโรยตัว ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน มีดโกนหนวด/ใบมีดโกน กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า ยากำจัดยุงและแมลง น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยารีดผ้า ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ถ่านไฟฉาย หลอดไฟฟ้า

2. สินค้าเพื่อการศึกษา 5 รายการ

-เครื่องแบบนักเรียน -เครื่องเขียน เช่น ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บรรทัด เป็นต้น -สมุด -แบบเรียน หนังสือเสริมความรู้ -อุปกรณ์การศึกษา

3. วัตถุเพื่อเกษตรกรรม 3 รายการ

-ปุ๋ยเคมี -ปุ๋ยอินทรีย์ -เมล็ดพันธุ์พืช

4. ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม

คนละ 45 บาท / 3 เดือน

การมีบัตรสวัสดิการรัฐช่วยให้เราลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

บัตรนี้ยังสามารถข่วยเราในการจ่ายค่ารถโดยสารได้อีกด้วย ให้เรามาดูกันว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง…

1. สามารถลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเรื่องค่าโดยสารรถเมล์และรถไฟฟ้า

ซึ่งแน่นอนว่านี่ก็จะมีเงื่อนไขอยู่ว่าแต่ละบัตรก็จะใช้ไม่เกิน 500 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งก็หมายความว่า 1 คน 1 บัตร 1 ครั้งต่อเดือน คุณสามารถไปต่างจังหวัดได้แต่ในเรื่องของการเดินทางก็จะมีข้อแม้อยู่เดี๋ยวตอนท้ายของหัวข้อนี้เราจะบอกว่ามีข้อแม้อะไรบ้างเพราะมีบัตรคนจนอีก 2 แบบที่ไม่เหมือนกันในเรื่องของค่าโดยสาร

2. สามารถนำไปจ่ายค่าโดยสารรถบขส.

อันนี้ก็เหมือนกันไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน ซึ่งก็มีเงื่อนไขในการใช้จ่ายอย่างเช่นไปได้จังหวัดไหนบ้าง

3. สามารถช่วยในการขึ้นรถโดยสารไฟฟ้า

เช่นเดียวกันกับทั้งสองก็จะมีราคาจำนวนวงเงินจำกัดแค่ 500 บาทต่อเดือน ซึ่งมีหัวเรื่องต่อไปเราจะมาดูว่าเราจะสามารถใช้บัตรเพื่อขึ้นรถเมล์รถไฟฟ้าหรือรถโดยสารต่างๆได้อย่างไรบ้าง และใช้ที่ไหนได้บ้าง

บัตรสวัสดิการรัฐนี้มีอยู่สองแบบอะไรบ้าง? และใช้อย่างไร?

การใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อซื้อสินค้าจะใช้วิธีรูดบัตรจ่ายกับเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ของร้านค้า ผู้ถือบัตรไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าจริง แต่กรณีที่ซื้อสินค้าเกินวงเงินในบัตร ก็จ่ายส่วนต่างเพิ่มเป็นเงินสดได้ค่ะ หรือถ้าสินค้าที่ซื้อมีราคาเกินกว่าเงินที่อยู่ในบัตร ก็เติมเงินเข้าไปในบัตรได้ผ่านบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Money ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งนอกจากจะเติมเงินเข้าไปในบัตรแล้วยังสามารถใช้บัตรทำธุรกรรมฝาก ถอน โอน ผ่านตู้ ATM / ADM ของธนาคารกรุงไทยได้ด้วย เหมือนการใช้บัตร ATM แล้วมีเงินในนั้นอยู่ 200/300 ใช้เกินก็จ่ายเพิ่ม แต่ถ้าใช้ไม่หมดก็ไม่มีการยกยอดไปเดือนถัดไป ดังนั้น บัตรทั้งสองมีความต่างอย่างไหนบ้าง ให้เรามาดูดังต่อไปนี้…. เปิดคนจนมีอยู่ 2 แบบก็คือ บัตรHybrid 2 Chips และ บัตร EMV

1. บัตรHybrid 2 Chips

บัดนี้ให้กับประชาชนสามารถใช้ได้ใน 7 จังหวัดกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่สามารถใช้บัตรนี้ได้เพื่อขึ้นรถเมล์หรือรถไฟฟ้าในกทม.ได้ 7 จังหวัดในกรุงเทพฯที่สามารถใช้ได้ได้แก่ กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, และนครปฐม. ผู้ที่มีบัตรนี้สามารถขึ้นรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วงทุกสถานีได้

2. บัตร EMV

บัตรตัวนี้ให้กับประชาชนนอกเขต 7 จังหวัดข้างต้นที่ไม่สามารถใช้เพื่อขึ้นรถเมล์หรือรถไฟฟ้าในกทม.ได้ บัดนี้ได้ออกมาเพื่อช่วยกันแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

ขอแตกต่างของบัตรสวัสดิการทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร?

ข้อแตกต่างของบัตร

1. บัตร EMV + ตั๋วร่วม (แมงมุม)

สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนในเขต กทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และ สมุทรสาคร โดยบัตรนี้ ไว้ใช้กับระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร ปล. รถเมล์ได้แค่ ขสมก. นะคะ เอกชนร่วมใช้ไม่ได้

2. บัตร EMV สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนในจังหวัดอื่นๆ (นอกเขต กทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และ สมุทรสาคร)

สำหรับบัตรนี้ จะไม่สามารถใช้กับระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร

ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่ข้อมูลความรู้เบื้องต้นที่เพื่อนๆสามารถลองอ่านแล้วนำไปใช้ได้อันที่จริงยังมีเรื่องของการออกบัตรใหม่อีกด้วยเพราะหลายครั้งก็มีกรณีที่จะเปลี่ยนแปลงที่อยู่หรือมาจากจังหวัดอื่นที่จะพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯหรือใน 7 จังหวัดที่ต้องการใช้บัตร EMV ดังนั้นถ้าในกรณีแบบนี้คุณสามารถติดต่อกับสำนักงานคลังจังหวัดพร้อมนำบัตรเก่ามาแสดงด้วยว่าคุณต้องการย้ายที่อยู่ซึ่งปกติแล้วกรณีแบบนี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่เนื่องจากว่าเป็นการต้องติดต่อกับสำนักงานคลังจังหวัดคุณอาจจะต้องเตรียมเอกสารบางอย่างเช่นกรณีถ้าคุณพักอยู่ที่บ้านญาติของคุณคุณก็จะต้องมีสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของบ้านสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้านโดยต้องอยู่ในเขตกรุงเทพฯหรือ 6 จังหวัดที่กล่าวไปแล้วพร้อมรับรองชื่อของพวกเขาได้พักอาศัยอยู่ในบ้านจริงและรายเซ็นพร้อมหลักฐานต่างๆ

อย่างไรก็ตามถ้าคุณพักอยู่ในหอพักคอนโดหรือบ้านเช่า คุณสามารถแสดงบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของหอพักคอนโดหรือบ้านเช่านานๆทะเบียนบ้านเหล่านั้นที่สำคัญก็คืออาจจะให้เบอร์ที่ติดต่อได้ของเจ้าของคอนโดรายละเอียดการเซ็นสัญญาหรือรับรองว่าบุคคลคนนี้อาศัยอยู่ในหอพักคอนโดหรือบ้านเช่าของคุณจริงพร้อมลายเซ็น และข้อมูลสำหรับสถานศึกษาต่างๆถ้าเขาต้องการเอกสารทุกอย่างจะไม่เหมือนกันเพราะแต่ละคนมีคุณสมบัติแตกต่างกันแต่อย่างไรก็ตามเอกสารทุกชิ้นที่นำมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่จะต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องกำกับมาด้วย

และในกรณีที่บัตรสูญหายหรือชํารุด คุณจะต้องติดต่อสาขาธนาคารกรุงไทยจำกัดมหาชนด้วยตัวของคุณเองบอกพวกเขาว่าบัตรของคุณสูญหายหรือบัตรชำรุดหากเกิดจากบัตรเองที่อาจจะมีระยะเวลาการใช้มานานจะไม่มีการเรียกร้องค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด แต่ถ้าเกิดว่าเกิดจากเจ้าตัวทำบัตรชำรุดเองหรือทำบัตรหายอาจจะมีค่าใช้จ่ายในการออกบัตรใหม่ซึ่งปกติแล้วก็จะไม่เกิน 100 บาท

สรุป: บัตรสวัสดิการรัฐและการใช้ง่าย

รู้ได้รู้รายละเอียดกันไปแล้วว่าบัตรสวัสดิการรัฐมีการใช้จ่ายอย่างไรบ้างซึ่งแน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายสำหรับคนที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปีก็จะได้ 300 บาทต่อเดือนแต่ถ้าคนมีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปีจะได้คนละ 200 บาทต่อเดือน รายละเอียดของบัตรต่างๆก็จะอยู่ด้านบนอย่างที่อ่านกันไปเรื่องของการใช้รถโดยสารบัตรทั้ง 2 อย่างก็จะแตกต่างกันไป และที่สำคัญบัตรคนจนหรือบัตรสวัสดิการรัฐก็สามารถนำมาใช้ได้ง่ายๆไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์มาเก็ตหรือห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการกับรัฐบาล หรือคุณสามารถจะทำธุรกรรมฝากโอนก่อนจาก ATM ได้อีกด้วย และอีกอย่างนึงที่จะฝากบอกก็คือในเรื่องของการชำระซื้อของต่างๆนั้นก็จะมีรายการของแค่บางอย่างเท่านั้น ซึ่งก่อนที่จะซื้ออะไรก็อาจจะดูก่อนว่ามันอยู่ในสินค้าธงฟ้าหรือเปล่าที่แจ้งรายละเอียดไปด้านบนหรืออยากจะดูรูปเพิ่มเติมได้อีก ดังนั้นขอให้ทุกคนลองอ่านนะน้องศึกษาข้อมูลดูว่าจะใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดจากบัตรประชารัฐในการใช้จ่ายในทุกๆเดือนได้อย่างไร แนะนำว่าถ้าเพื่อนๆอ่านดูก็จะได้รับประโยชน์จากการใช้บัตรสวัสดิการรัฐในการใช้จ่ายใดๆและยังประหยัดค่าใช้จ่ายครัวเรือนอีกด้วย ถึงแม้จะช่วยได้ไม่มากที่สุดแต่ก็มากพอที่จะลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ อย่างที่บอกไปถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นเกี่ยวกับบัตรไม่ว่าจะบัตรชำรุดบัตรหายหรือคุณทำให้มันเสียหายเองก็มีวิธีแก้ไขด้วยไม่อยากให้คุณเงินตรวจสอบดูว่าบัตรของคุณโดยใช้การได้อยู่ไหมเพื่อที่จะให้ขึ้นและประหยัดเวลาที่จะใช้จ่ายบัตรในแต่ละเดือนด้วย