เพื่อเราจะรับมือได้เราก็ต้องหาความรู้ใส่ตัวกันเอาไว้บ้างจริงมั้ยคะ? เพราะเชื่อว่าทุกวันนี้ใครๆก็ใช้บริการจากธนาคารกันอยู่ทั้งนั้น และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของการให้บริการของธนาคารก็ส่งผลต่อผู้ใช้บริการอย่างเรามาเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ และทุกวันนี้สิ่งที่เป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของธนาคารก็คือ เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เข้ามามีส่วนในการพัฒนาและเติบโตของธนาคารในด้านต่างๆ จึงเป็นเหตุผลที่ทำวันนี้ธนาคารไม่ได้มีการให้บริการในแบบเดิมแต่จะมีการปรับเปลี่ยนการให้บริการแบบใหม่อยู่เรื่อยๆ คุณลองไม่ได้ทำธุรกรรมใดๆที่ธนาคารสักหนึ่งเดือนดูสิ แล้งหลังจากหนึ่งเดือนก็ลองไปใช้บริการอีกครั้งจะเห็นเลยว่ามีการเปลี่ยนแปลงในการให้บริการไปเรื่อยๆ ดังนั้นบทบาทของธนาคารก็จะมีการพัฒนาไปเรื่อยๆเราจึงต้องตามให้ทันเพราะว่ายังไงธนาคารก็เป็นตัวกลางที่เป็นผู้ถือเงินในจำนวนมากๆของใครหลายๆคนอยู่ แต่เมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามาใหม่ๆมากขึ้นก็แค่มีการเปลี่ยนการใช้บริการทางระบบต่างๆมากขึ้นเท่านั้น

คุณคงอยากรู้แล้วว่าเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงของธนาคารแล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร?อะไรบ้างที่เริ่มเข้ามาจากเทคโนโลยีสมัยใหม่? นั่นก็คือ Online Banking , Mobile Banking , การสนับสนุนการไม่ใช้เงินสด เรามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันค่ะ

Online Banking

หลายคนคงรู้จักและใช้บริการ Online Banking กันอยู่แน่ๆ ช่องทางการบริการทางนี้เป็นช่องทางที่เปิดกว้างไม่จำกัด เพราะธนาคารไม่ว่าสาขาไหนก็สามารถใช้บริการผ่านทาง Online Banking ได้และยังสะดวกมากด้วยเพราะสามารถใช้บริการผ่านทางแอปพลิเคชั่นได้ และด้วยความสะดวกแบบนี้แหละจึงเป็นที่นิยมอย่างมากจากผู้ใช้บริการที่เป็นคนรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่ต้องการฝากเงินไว้ที่ธนาคารเท่านั้นแต่อยากให้ธนาคารนั้นช่วยให้ตัวเองมีไลฟ์สไตน์ในการใช้จ่ายในแบบของตัวเองมากกว่า

Online Banking  ถือว่าเป็นทางเลือกใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่แท้จริง เพราะอะราเรามาดูที่ความเข้าใจของคนส่วนใหญ่กันก่อนว่า เราเข้าใจกันว่า ธนาคาร คือ สถานที่ออมเงิน แต่เกิดจุดเปลี่ยนที่ความเข้ใจเมื่อเกิดธนาคารออนไลน์เกิดขึ้นซึ่งมีชื่อว่า Simple Bank Fin tech สัญชาติอเมริกา ที่มีการก่อตั้งธนาคารออนไลน์ที่ไม่มีสาขาออกมา เพราะ Simple Bank นี้ได้สร้างการบริการทางการเงินในรูปแบบแอปที่มีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย และไม่ได้เป็นเพียงแค่ธนาคารเพื่อฝากเงินเท่านั้น แต่จะเกี่ยวข้องและเน้นในเรื่องการใช้จ่ายมากกว่า ซึ่งผู้ใช้บริการส่วนมากจะมีบัตรเดบิตที่การันตีด้วย Visa และหลังจากนั้นไม่นานก็มีธนาคารออนไลน์หลายๆสัญชาติเกิดขึ้นมามากมาย เช่น Go Bank , Ally , USAA , Vitual Wallet by PNC เป็นต้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามธนาคารออนไลน์เหล่านี้ก็เป็นรายย่อยของสถาบันธนาคารรายใหญ่ที่คอยสนับสนุนอยู่ทั้งนั้น และเหล่าธนาคารรายใหญ่ก็ยังคงเป็นตัวกลางของการถือเงินของเราอยู่เพียวแต่มี Online Banking เข้ามาเพื่อเสริมการบริการให้กับลูกค้าให้มีความสะดวกมากขึ้นและลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนการใช้บริการในแบบของตัวเองได้มากขึ้นช่วยให้มีอิสระมากขึ้นในการใช้จ่ายเงินค่ะ แต่แล้ว Online Banking ก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถสร้างความสะดวกให้เท่านั้น ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆต่อมาอีกด้วยที่สะดวกยิ่งกว่า

Mobile Banking

การพัฒนาของการบริการจากธนาคารไม่หยุดอยู่แค่ที่ Online Banking แต่เพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้าโดยการกำเนิด Mobile Banking ขึ้นมาซึ่งเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนมากพอสมควร ปัจจุบันมีผู้คนจำนวนมากที่เข้าไปใช้งานแอปพลิเคชั่นของธนาคารบนโทรสัพท์มือถือสมาร์ทโฟนในทั่วโลกมากกว่า 1.2 พันล้านคน ถือว่าได้รับความนิยมมากจริงๆ ในอนาคตอีกไม่ไกล แอปพลิเคชั่นของธนาคารนี้จะสามารถทำให้ผู้คนทำธุรกรรมต่างๆได้ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจ SME ก็ไม่ต้องเดินทาไปที่ธนาคารแต่สามารถทำธุรกรรมผ่านทางแอปพลิเคชั่นได้เลย

เมื่อปี ค.ศ. 2010 เป็นการถือกำเนิดแอปพลิเคชั่น Mobile Banking ครั้งแรกบนโลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่สมารืทโฟนกำลังได้รับความนิยมและมีการพัฒนาอย่างมาก และ Mobile Banking นี้เข้ามาทดแทน SMS Banking ที่ทำได้แค่แจ้งเตือนเงินเข้า เงินออกก็เท่านั้น แต่กลับกลายมาเป็นแอปพลิเคชั่นที่สามารถทำรายการต่างๆได้มากขึ้นผ่านทางการใช้อินเทอร์เน็ตแล้วที่สะดวกมาก็คือ สามารถทำได้บนมือถือที่อยู้ติดมือติดตัวของเราทุกคนนั่นเอง แลสามารถใช้บริการได้ 24 ชม. ซึ่งสถิติการใช้ แอป Mobile Banking ของธนาคารในประเทศไทยนั้น 3 อันดับของธนาคารที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด คือ

  • K Plus ธนาคารกสิกรไทย

  • SCB ธนาคารไทยพานิชย์

  • Bualuang M Banking ธนาคารกรุงเทพ

การมาของ Mobile Banking นั้นไม่ใช่มาเล่นๆแต่เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของหลายคนเลยก็ว่าได้นับตั้งแต่ปี 2012 จนถึงทุกวันนี้ไม่มีธนาคารไหนที่ไม่มีแอปพลิเคชั่นเพื่อให้ลูกค้าได้ใช้บริการเลย มีสถิติระบุไว้ว่า ตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเริ่มต้นการใช้ Mobile Banking ของทั่วโลก ประเทศไทยของเราติดอยู่ในอันดับที่ 12 โดยเฉลี่ยที่มีคนใช้งาน Mobile Banking 24% ของจำนวนประชากร ส่วนอันดับหนึ่งนั้นได้แก่ประเทสศเกาหลีใต้มีประชากรใช้งาน Mobile Banking อยู่ที่ 47%

และอีกอย่างหนึ่งที่ตามมากับ Mobile Banking ก็คือ Al และ Bots ซึ่งก็จะมาแทนที่ Call Center แบบเดิมๆ ซึ่งจะดีกว่าอย่างไร? คือโปรแกรมนี้สามารถตอบคำถามลูกค้าได้ทันทีเป็นการแชทเพื่อตอบคำถามซึ่งสะดวกและรวดเร็วมากกว่าการโทรไปที่ Call Center ซึ่งใช้เวลามากกว่า และยังสามารถทำธุรกรรมต่างๆผ่านทางโปรแกรมนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกับการโทรไปที่ Call Center เช่น การเช็คยอดคงเหลือ ขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ปรึกษาการลดหย่อนดอกเบี้ย และธุรกรรมทางการอีกหลายอย่างที่ทำให้คุณไม่ต้อเสียเวลาเดินทางไปที่ธนาคารเอง และโปรแกรมนี้ก็ยังน่าสนใจตรงที่สามารถจดจำการใช้ยริการของลูกค้าได้อย่างดีตามเคสส์ต่างๆ และทุกวันนี้ธนาคารหลายแห่งก็เห็นความสำคัญที่จะต้องพัฒนาระบบ Al และ Bots ต่อไปเพื่อให้การบริการของตัวเองเป็นที่น่าดึงดูดต่อลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

เทรนด์อีกอย่างหนึ่งก็คือ Voice Payment โปรแกรมนี้ทำให้คุณสามารถสั่งจ่ายเงินด้วยเสียงของคุณ แล้วมันดียังไง? โปรแกรมนี้จะมาอยู่ใน Mobile Banking ซึ่งสามารถใชเสียงเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการได้ซึ่งไม่ต้องวุ่นวายจากการใส่พาสเวิร์ดอีกต่อไป ซึ่งสร้างความปลอดภัยให้คุณอีกขั้นหนึ่งนอกเหนือากการสแกนลายนิ้วมือแล้วการใช้เสียงก็ถือว่าให้ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยที่มากขึ้นแก่เราที่เป็นผู้ใช้บริการมากๆค่ะ ซึ่งธนาคารหลายแห่งก็พัฒนาระบบนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการรักษาความปลอดภัยของธนาคารครั้งใหญ่ก็ว่าได้ค่ะ

ธนาคารเริ่มการไม่ใช้เงินสด

การเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากการที่โลกเราเริ่มเข้าสู่ยุคดิจิตอลและโลกของเงินดิจิตอล และตามสถิติประเทศที่เริ่มใช้งเนดิจิตอลประเทศแรกก็คือ ประเทศเดนมาร์ค ซึ่งเริ่มเลิกใช้เงินสดและมาใชเงินดิจิตอลตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปัจจุบันประชาชนในประเทศเดนมาร์คเกือบทั้งหมดแทบจะไม่ใช้เงินสดเลย แล้วจากผลสำรวจก็แสดงให้เห็นว่าประเทศอื่นๆก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเพื่อเข้าสู่โลกเงินดิจิตอลด้วยเหมือนกัน ซึ่งปัจจุบันมีดีไวซ์ที่มีการพัฒนามาเพื่อรองรับการไม่ใชเงินสดจากสถาบันการเงินด้วย เช่น Token Ring , E – Wallet  แต่เมื่อไม่มีการใช้เงินสดแล้วธนาคารจะเป็นอย่างไร? ในฐานะสถาบันการเงินหลักเมื่อมีการไม่ใช้เงินสดแล้วก็ค้องพรอ้มปรับเปลี่ยนโดยการพัฒนาหรือลงทุนในเทคโนโลยี fin tech เพื่อยังคงดึงดูดความสนใจของลูกค้าอยู่ต่อไปซึ่งการทำอย่างนี้ทางธนาคารเองก็ไม่ได้เสียผลประโยน์อะไรมากเพราะสดท้ายธนาคารก็ยังคงเป็นตัวกลางที่คุณจะต้องเอาเงินไปฝากไว้อยู่ดี

ซึ่งบทบาทของธนาคารนั้นก็จะต้องมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ ต่อไปนั่นก็คือการพัฒนา Digital Solutions ต่างๆเพื่อให้ลูกค้าเห็นว่าธนาคารสามารถให้อะไรที่มากกว่าแค่การทำธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น ซึ่งจะต้องทำให้การทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น โอนเงิน จ่ายบิล เติมเงิน โอนเงินเดือน และอื่นๆ ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวก รวดเร็ว และสามารถทำได้ทุกเรื่องทุกที่ทุกเวลาด้วย แล้วคุณอาจจะเห็นวันหนึ่งที่ธนาคารต่างๆมีบริการทุกอย่างรองรับการไม่ใช้เงินสดเลย คุณเองก็ต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของระบบธนาคารไปด้วยไม่ว่าคุณจะเป็นแค่คนทำงานธรรมดาๆ หรือเป็นนักธุรกิจก็ตาม เพราะการใช้บริการธนาคารนั้นมักลายเป็นวิถีชีวิตของทุกคนไปแล้ว และเรื่องเงินๆทองๆนั้นก็สำคัญต่อการใช้ชีวิตอย่างมากลองนึกภาพดูว่าเงินของคุณที่จับต้องได้วันหนึ่งจะกลายเป็นแค่ตัวเลขที่จับต้องไม่ได้อยู่ในหน้าจอเท่านั้นคงจะสะดวกมากเลยจริงๆนะคะ

สรุป

ถึงแม้ทุกวันนี้ประเทศไทยของเรายังไม่มีการใช้เงินดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบแต่ก็พัฒนาไปเรื่อยๆและแทรกซึมเข้ามาในวิถีชีวิตของคนเรามากขึ้นเรื่อยๆตนบางทีเราเองก็ไม่รู้ตัวเลยจริงๆ ดังนั้นการหาความรู้เพื่อเตรียมตัวรับมือกับการปรับเปลี่ยนก็เป็นแนวทางที่ดี แต่ทุกวันนี้ธนาคารของประเทศไทยก็ยังคงให้ความสำคัญกับการทำธุรกรรมที่ละเอียดซับซ้อน เช่น การขอสินเชื่อ การโอนกรรมสิทธิ์ การวางแผนการลงทุน ที่จะต้องมีการเซ็นส์เอกสารที่ลูกค้ายังต้องเดินทางมาติดต่อที่ธนาคารอยู่ แต่จะเห็นว่าธนาคารก็มีการปรับการบิการที่ดีมากขึ้นกับลูกค้าที่มาใบริการที่สาขาถึงที่อย่างดีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน มีการเอาใจใส่ดูแลลูกค้ามากขึ้น และรวดเร็วมากขึ้นโดยการจัดการคิวต่างๆ แต่จากนี้ยังไงก็ตามสิ่งพวกนี้ก็จะพัฒนาไปพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิตอลอื่นๆด้วยและจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และธนาคารก็มีการแข่งขันมากขึ้นในเรื่องของคุณภาพในการให้บริการที่อาศัยเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการให้บริการ โดยทางภาครัฐเองก็มีส่วนสำคัญที่การสนับสุนนให้การเงินดิจิตอลเติบโตมากขึ้นในประเทศไทยบ้านเรา

คุก็คงจะเห็นด้วยว่ายุคนี้อินเทอร์เน็ตคือสิ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจริงๆ เพื่อให้การใช้ชีวิตของคนเราง่ายมากขึ้น และสะดวกรวดเร็วที่สุดที่จะเป็นได้ โดยธนาคารเองก็ถือเป็นอีกหนึ่งระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามความก้ากน้าของอินเทอร์เน็ตที่ก้าวไกลและคาดกาณ์ว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะเปลี่ยนแปลงไปอีกเราต้องมาจับตาดูกันต่อไปค่ะเพื่อตาให้ทันการใช้บริการใหม่ๆที่จะเข้ามา