ในปัจจุบันหากเราจะพูดถึงเรื่องของการเกษียณอายุ ช่วงอายุที่ทุกคนเข้าใจนั่นก็คืออายุที่อยู่ระหว่าง 55-60 ปีนั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่องค์กรต่างๆทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนโดยส่วนใหญ่ที่เราเคยทำงานมาตั้งแต่ในช่วงวัยหนุ่มสาวนั้น ถึงคราวเป็นอันต้องยุติบทบาท ตำแหน่งหน้าที่การงานของเราให้สิ้นสุดลงใช่ไหมคะ เมื่อเราได้ผ่านพ้นชีวิตในช่วงวัยทำงานกันมาหลายสิบปีแล้ว ช่วงเวลาถัดจากนี้นั่นคือช่วงเวลาที่เราเรียกกันว่าช่วงของชีวิตเกษียณอายุค่ะ

คนทุกคนต่างล้วนวาดฝันช่วงเวลาแห่งการเกษียณอายุของตัวเองไว้ได้อย่างมีสุขในแบบฉบับที่แตกต่างๆกันไปตามสิ่งที่ตนเองชอบใช่ไหมคะ เพราะเราทุกคนเข้าใจกันดีว่ามันเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิตที่เราจะสามารถใช้เวลาพักผ่อน ทำอะไรที่อยากจะทำ และใช้ชีวิตในบั้นปลายนี้ให้มีความสุขอยู่กับครอบครัวและคนที่เรารักได้อย่างเต็มที แต่เป็นที่น่าเสียดาย เพราะมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของจำนวนคนที่เข้าสู่ชีวิตเกษียณนี้สามารถที่จะใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างมีความสุขตามแบบที่ตัวเองวาดฝันเอาไว้ แต่ส่วนใหญ่นั้นความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนั้น ชีวิตเกษียณไม่ใช่อย่างที่เคยวาดหวังเอาไว้เลย

สาเหตุของคนส่วนใหญ่ที่เกษียณแต่ไม่ได้ชีวิตที่สุขสบายอย่างที่ตั้งใจนั่นเป็นเพราะมีการวางแผนการเกษียณที่ไม่ดีพอ ไม่รัดกุม หรือคิดวางแผนได้ช้าเกินไป และไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในช่วงที่กำลังอยู่ในวัยทำงานค่ะ เพราะช่วงที่อยู่ในวัยทำงานนั้นมีเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เข้ามาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไป ค่าใช้จ่ายด้านสังคม ค่าใช้จ่ายในการสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัว ฯลฯ ที่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญในช่วงเวลาขณะนั้นมากกว่านั่นเองค่ะ  จึงทำให้เรามองไปในเรื่องของการเก็บเงินเพื่อวางแผนเกษียณของตัวเองแล้วเห็นว่ายังเป็นเรื่องที่ไกลตัวค่ะ ทำให้เราไม่จริงจัง และคิดผ่อนผันการวางแผนออกไปก่อน เพราะคิดแค่เพียงว่า “อีกนาน ยังไม่ต้องรีบก็ได้”   จากการที่เรามองว่าการวางแผนการเกษียณเป็นเรื่องที่ไกลตัวนั้น มันจึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนส่วนใหญ่มีชีวิตหลังเกษียณที่ไม่มีความสุขเหมือนกับที่ตั้งใจไว้ ซึ่งสิ่งที่เราควรจะเปลี่ยนความคิดใหม่ในแบบที่ถูกต้องนั่นก็คือ ยิ่งคิดวางแผนเกษียณใด้ไวแค่ไหน เรายิ่งมีโอกาสจะได้ใช้ชีวิตในแบบอย่างที่เราวาดฝันได้มากเท่านั้นค่ะ ในวันนี้หากคุณเองเป็นคนหนึ่งที่อยากจะใช้ชีวิตเกษียณแบบมีความสุข สิ่งที่ควรเริ่มลงมือทำในตอนนี้เลยนั่นก็คือ การวางแผนเกษียณอายุก่อนที่จะเกษียณอายุนั่นเองค่ะ ในส่วนของสิ่งที่ต้องทำก่อนจะเกษียณอายุที่เอามาฝากกันนี้จะมีอะไร อย่างไรบ้างนั้น เราจะมาติดตามไปพร้อมๆกันเลยได้ค่ะ

1.วางเป้าหมายชีวิตให้ชัดเจน

ก่อนที่เราจะเริ่มเข้าสู่การวางแผนในการจะทำอะไรสักอย่างนั้น แน่นอนค่ะว่าสิ่งที่เราต้องมีเลยนั่นคือ “เป้าหมาย”  เพราะว่าเราจะได้รู้ว่าเราจะทำเพื่ออะไร ต้องการอะไร จากนั้นจึงค่อยนำเป้าหมายมาคิดหาขั้นตอน และวางแผนเพื่อหาวิธีการให้บรรลุสำเร็จไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ใช่ไหมคะ

ในการวางแผนการเกษียณนั้นก็เช่นกันค่ะ สิ่งแรกคุณต้องทำเลยนั่นคือ คุณต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนค่ะว่าคุณต้องการมีชีวิตเกษียณเป็นแบบใด เช่น อยากมีบ้านบนเนื้อที่ที่สามารถใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง อยากท่องเที่ยวไปทั่วโลก อยากมีเงินก้อนสัก 5 ล้าน ฯลฯ ในการตั้งเป้าหมายนั้น ขอคุณโปรดจำไว้ว่ายิ่งคุณตั้งเป้าหมายให้เห็นเป็นภาพได้ชัดเจนมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งจะเป็นแรงผลักดันให้คุณมีกำลังใจในการที่จะฟันฝ่าเพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมายที่คุณวาดหวังไว้ได้มากเท่านั้นค่ะ เพราะเมื่อยามใดก็ตามที่คุณได้นึก และเห็นภาพเป้าหมายที่ชัดเจนของคุณผุดขึ้นมาในสมอง คุณก็จะรู้สึกมีความสุข และเกิดกำลังใจขึ้นทุกครั้งที่ได้นึกถึง ถึงแม้ว่าอาจจะมีอุปสรรค หรือปัญหาใดๆเข้ามาระหว่างทาง คุณก็จะสามารถผ่านทุกสิ่งนั้นไปได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียวค่ะ

2.ออมเงินอย่างต่อเนื่อง

หลังจากที่เรามีเป้าหมายชัดเจนกันแล้วว่าชีวิตตอนเกษียณนั้นเราเลือกจะเป็นแบบใด สิ่งที่เราจะต้องเริ่มปฏิบัติกันต่อมานั่นคือ การออมเงินค่ะ เนื่องจากชีวิตเกษียณนั้นเป็นช่วงที่ร่างกายของเราเองไม่ได้มีความสามารถในการหารายได้ได้มากเหมือนตอนสมัยวัยทำงานที่ร่างกายนั้นยังแข็งแรงดี อีกทั้งบางคนอาจมีโรคประจำตัวที่เข้ามาคุกคามในชีวิต จึงนับเป็นช่วงวัยที่มีแต่รายจ่ายที่มากกว่ารายรับ การออมเงินที่มากพอเท่านั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องมีการเตรียมพร้อมที่ดี ยิ่งถ้าคุณวางแผนจะใช้ชีวิตเกษียณในแบบฉบับที่สะดวกสบายมากเพียงใด คุณก็ยิ่งจะต้องมีการออมที่มากกว่าคนที่คิดวางแผนเกษียณแบบที่ใช้ชีวิตธรรมดาๆมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

เรื่องของออมนั้น ไม่ใช่แค่เพียงแต่ออมๆไปเท่านั้น มีก็ออม ไม่มีก็เดี๋ยวไว้ก่อนก็ได้ บางเดือนอยากออม บางเดือนไม่เหลือออม ถ้าเป็นแบบนี้รับรองว่าการออมเงินเพื่อการเกษียณของคุณนั้นไม่มีทางจะคืบหน้าไปได้เลยล่ะค่ะ เพราะหากคุณจะสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายได้นั้น คุณจะต้องมีวินัยในการออมที่สูงมาก และมีความสม่ำเสมอต่อเนื่องจนกว่าจะไปถึงเป้าหมายค่ะ ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพเรื่องการรักษาวินัยในการออมกันนะคะ เพื่อให้คุณได้ทราบว่าความสม่ำเสมอในการออมจะพาคุณไปถึงเป้าหมายตอนเกษียณให้สำเร็จได้อย่างไร

ตัวอย่างเช่น คุณมีเป้าหมายที่จะมีเงินก้อน 5 ล้านบาทตอนเกษียณอายุ ในขณะที่ตอนนี้คุณมีอายุอยู่ที่ 25 ปี คุณมีช่วงเวลาของวัยทำงานอยู่ที่อีก 35 ปี การออมอย่างต่อเนื่องของคุณนั่นคือ 5,000,000 ÷ 35 = 142,858 ต่อปี หรือประมาณ 11,905 บาทต่อเดือนเป็นอย่างน้อย ที่คุณจะต้องออมในทุกๆเดือนเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายตอนที่อายุครบ 60 ปีนั่นเอง แล้วถ้าคุณออมบ้างไม่ออมบ้าง ไม่มีความสม่ำเสมอต่อเนื่องกันทุกเดือนมากเท่าไหร่ พอถึงกำหนดเวลาอายุครบ 60 ปี คุณก็ยิ่งห่างไกลเป้าหมายที่เคยตั้งใจไว้ 5,000,000 บาทมากเท่านั้นนั่นเองค่ะ การออมอย่างต่อเนื่องจึงเป็นบันไดที่จะพาให้คุณไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จได้ค่ะ

3.หารายได้มากกว่า 2 ทาง

การหารายได้เสริมให้กับตัวเราเองนับว่าเป็นไอเดียที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะสามารถช่วยให้เรารับมือกับแรงกดดันในเรื่องของการเก็บออมเงินเพื่อที่จะไปสู่เป้าหมายของการเกษียณได้เป็นอย่างดีค่ะ ทำให้เราเกิดสภาพคล่องด้านการเงินมากขึ้นในระหว่างที่เราเก็บออมเพื่ออนาคต นอกจากนี้การทำงานที่สร้างรายได้เพิ่มนอกเหนือจากรายได้ประจำที่เราได้รับนั้น อาจจะยังสามารถต่อยอดการทำงานไปได้อีกในอนาคตด้วยค่ะ และบางทีงานเสริมที่เราทำนั้นอาจทำให้เราถึงกับมีรายได้ที่แซงหน้างานประจำที่ทำอยู่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ค่ะ

การหารายได้เพิ่มขึ้นอีกทางที่นอกเหนือจากการทำงานและรอรับเงินเดือนเพียงอย่างเดียวนั้น นอกจากจะช่วยคุณให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาแล้ว ก็ยังจะทำให้คุณรู้สึกท้าทาย เกิดความภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง ทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา ทั้งยังเป็นการสร้างสีสันให้กับชีวิตในแต่ละวันของคุณเพิ่มได้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ ซึ่งงานที่คุณเลือกนั้นอาจจะเลือกจากความถนัด และความชอบตามสไตล์ของคุณเอง เพราะหากเราเลือกที่จะทำในสิ่งที่ชอบเพื่อหารายได้นั้น ก็มีโอกาสสูงที่ธุรกิจนั้นจะสามารถดติบโตและรุ่งเรืองได้ดีในอนาคตได้ค่ะ

4.มีเงินเก็บออม

นอกจากที่คุณต้องเก็บเงินไว้เพื่อการเกษียณแล้ว การมีเงินเก็บออมติดบัญชีเพื่อไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินนั้น ก็นับว่าเป็นเงินอีกกองหนึ่งซึ่งจำเป็นที่คุณเองควรจะต้องมีไว้ด้วยค่ะ เพราะหากเกิดอะไรขึ้นกับตัวคุณไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย การต้องตกงานแบบฉุกเฉิน หรือการขาดรายได้เนื่องจากสาเหตุใดๆก็ตาม คุณจะยังมีเงินในส่วนนี้สำรองไว้เพื่อใช้จ่ายดำรงชีวิต โดยที่ไม่ต้องไปดึงเงินที่เราเก็บไว้เพื่อการเกษียณนั้นออกมาใช้จ่ายค่ะ

เงินเก็บออมในส่วนนี้เราขอแนะนำว่า คุณควรจะมีเป็นอย่างน้อยที่ประมาณ 6 เท่าของรายได้ประจำค่ะ เช่น หากคุณได้รับเงินเดือน 20,000 บาท คุณก็ควรจะมีเงินออมในส่วนนี้ไว้เป็นอย่างต่ำอยู่ที่ประมาณ 120,000 บาทค่ะ ซึ่งหากคุณมีมากกว่านี้นั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีค่ะ เพราะไม่ว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้น ตัวคุณเองจะสามารถรับมือได้ทันท่วงทีโดยที่แผนการเกษียณที่คุณวางเป้าหมายเอาไว้นั้นก็ยังดำเนินต่อไปได้โดยไม่เกิดผลกระทบ ทำให้ตัวคุณเกิดความอุ่นใจ และมั่นคงในชีวิตได้มากกว่าคนที่ไม่ได้เผื่อเงินกองนี้เอาไว้เลยค่ะ

5.หาแหล่งลงทุน เพื่อผลตอบแทนระยะยาว

หลังจากที่เราทำการเก็บออมเพื่อจะเดินไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ในวัยเกษียณนั้น การมองหาแหล่งลงทุนต่างๆเพื่อให้เกิดผลตอบแทนระยะยาวนับว่าเป็นการสร้างมูลค่าเงินที่คุณเก็บออมให้เพิ่มพูนมากขึ้นได้อีกทางค่ะ ซึ่งคุณควรเลือกแหล่งลงทุนที่คุณได้ทำการศึกษาและหาข้อมูลมาก่อนที่จะไปลงทุนค่ะ ในปัจจุบันการหาแหล่งลงทุนให้กับเงินออมของคุณเพื่อให้เกิดผลตอบแทนนั้นมีอยู่มากมายหลายแบบค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าคุณยอมรับความเสี่ยงของการลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน เช่น หากคุณเป็นคนที่ชอบผลตอบแทนเยอะ และรับความเสี่ยงได้มาก คุณอาจเลือกที่จะลงทุนในหุ้น ทองคำ หรือคุณยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำมาก ถึงแม้จะได้ผลตอบแทนน้อยก็ไม่เป็นไร คุณอาจเลือกไปฝากประจำธนาคาร หรือชอบที่จะสร้างความมั่นคงในชีวิต และรู้ผลตอบแทนที่แน่นอน คุณก็อาจเลือกที่จะซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญ ฯลฯ จากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการหาแหล่งลงทุน เพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นให้กับเงินเก็บของคุณทั้งนั้นค่ะ ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล ที่จะหาแหล่งลงทุนที่แตกต่างกันไปค่ะ

เตรียมพร้อมก่อน รับรองเกษียณนี้มีชัยไปกว่าครึ่ง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 5 สิ่งที่ต้องทำก่อนจะเกษียณอายุที่เราได้นำมาฝากกัน คงทำให้เพื่อนๆได้กลับมาทบทวนตัวเองกันบ้างว่า แล้วเราอยากจะมีชีวิตในวัยเกษียณเป็นแบบไหน วันนี้คุณสามารถกำหนดอนาคตเกษียณของคุณได้เองค่ะ หากคุณมีการเตรียมพร้อมที่ดีมาแต่เนิ่นๆ แน่นอนว่ารางวัลแห่งความพยายาม ความมุ่งมั่น อดทนที่จะได้รับในวัยเกษียณของคุณนั้นนั้นย่อมสร้างความภูมิใจ และมีความสุขในการใช้ชีวิตจนใครๆก็ต้องอิจฉากันเลยล่ะค่ะ