เป็นที่ทราบกันดีว่าหากอยากมีเงินเก็บ หนึ่งในพฤติกรรมที่ควรปฎิบัติควบคู่ไปกับการออมก็คือ ความประหยัดนั่นเองค่ะ แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่เข้าใจคำว่า “ประหยัด” กันผิดๆอยู่ค่ะ จึงทำให้เกิดข้อสงสัยในใจว่า ทำไมประหยัดแล้วแต่เงินก็ไม่เห็นเพิ่มเยอะขึ้นมาเลย หรือหนักไปกว่านั้นก็คือยิ่งประหยัดเงินกลับยิ่งหดลง ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันน่าจะมีเยอะขึ้นสิ นั่นเป็นเพราะว่าการประหยัดที่ถูกต้องคือการใช้เงินเป็น อย่างคุ้มค่านั่นเองค่ะ ในวันนี้เราจึงนำบทความที่เกี่ยวกับแนวคิดที่เกี่ยวกับการประหยัดในรูปแบบยอดฮิตของผู้คนในทุกวันนี้ที่มีทำแล้วไม่ได้รวยขึ้นเลย แถมพาให้จนลงอีกต่างหากมาฝากกันค่ะ กับ “4 แนวคิดที่พาให้เงินไม่เพิ่ม แถมหดอีกด้วย” จะมีรูปแบบไหนกันบ้างนั้น เรามาติดตามไปพร้อมๆกันได้เลยค่ะ

อาหาร

อาหารเป็นข้อแรกที่เราจะขอกล่าวถึงกันค่ะ เพราะหลายๆท่านก็เข้าใจว่าการประหยัดในหัวข้อนี้ก็คือ การเลือกที่จะไม่รับประทานอาหารที่มีราคาแพงๆ ตามสวนอาหาร ตามภัตตาคาร หรือตามเหลาต่างๆ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการเข้าใจผิดแต่อย่างใดเลยค่ะ เพราะอาหารดีๆไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงก็ได้ค่ะ แต่บางคนก็เลือกประหยัดในเรื่องของอาหารมากจนเกินไป โดยคำนึงถึงแต่เรื่องราคาค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว และไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่นๆร่วมด้วยในการตัดสินใจเลือกอาหารรับประทาน เช่น ถูกหลักโภชนาการไหม? มีคุณค่าหรือเปล่า? สดสะอาดและถูกหลักอนามัยไหม? จึงเกิดผลตามมาที่ทำให้ต้องจ่ายหนักกว่าเดิมไปกับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากผลของการเลือกบริโภคอาหารที่เน้นแต่ราคาถูก เพียงเพราะแค่อยากประหยัดนั่นเอง กลายเป็นว่า คิดจะประหยัด แต่กลับกลายเป็นจ่ายหนักกว่าเดิม ที่สำคัญยังเกิดผลเสียต่อร่างกายเราทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอีกด้วย ไม่คุ้มกันเลยใช่ไหมคะกับการคิดประหยัดลักษณะนี้ อย่าลืมว่าสุขภาพดีๆนั้น มีเงินเท่าไหร่ก็หาซื้อไม่ได้ค่ะ ฉะนั้นหากคุณคิดอยากจะมีเงินเพิ่มจากการประหยัดก็ควรปรับเปลี่ยนแนวคิดในเรื่องนี้กันเสียใหม่ให้ถูกต้อง แล้วจะพาเงินคุณให้เหลือเพิ่มขี้นได้ตามที่ตั้งใจค่ะ

ข้าวของเครื่องใช้

ข้าวของเครื่องใช้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนเราในทุกวันเลือกที่จะประหยัดกันค่ะ จริงอยู่ที่ว่าของใช้ได้เหมือนกัน จะไปซื้อทำไมอันที่ราคาแพงกว่า เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นที่เราจะนำมาบอกเล่าเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันเสียใหม่ค่ะ เพราะเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่เราไม่ควรเอาแต่พิจารณาแต่เรื่องของราคาที่ถูกเพียงเพื่อหวังว่าจะประหยัดได้เพียงอย่างเดียวค่ะ แต่ควรจะต้องคำนึงถึงคุณภาพร่วมเข้าไปในการตัดสินใจเลือกซื้อด้วย มิเช่นนั้นก็อาจจะกลายเป็นแค่ดูเหมือนจะประหยัด แต่แท้จริงแล้วคุณต้องควักเงินเยอะมากขึ้นอย่างที่ไม่รู้ตัวเลยล่ะค่ะ เป็นเพราะว่าผู้ผลิตรู้ถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ว่ามักจะเน้นไปที่สินค้าที่มีราคาถูกเพียงอย่างเดียว จึงเน้นที่จะผลิตสินค้าที่เน้นต้นทุนต่ำๆ วัสดุที่มีคุณภาพต่ำ เพื่อที่ลดต้นทุนให้มากที่สุด แล้วจึงนำมาขายให้เราในราคาที่ถูกได้นั่นเอง แต่ตัวสินค้านั้นไม่มีความแข็งแรง และคงทนต่อการใช้งาน จึงทำให้เราต้องซื้อซ้ำๆอยู่บ่อยๆ เพราะใช้ได้ไม่กี่ครั้งก็พังเสียหายซะแล้ว ซึ่งหากเรานำปัจจัยอื่นๆที่นอกเหนือจากเรื่องของราคาที่ถูกเพียงอย่างเดียว เช่น ในเรื่องของวัสดุที่ใช้ ความคงทนแข็งแรง เข้ามาร่วมใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อด้วย ก็จะทำให้เราได้ของใช้ที่มีคุณภาพดี และทนทานต่อการใช้งาน ถึงแม้จะมีราคาที่สูงกว่า แต่หากเทียบกันจริงแล้วของที่คุณคิดว่าดูเผินๆก็เหมือนๆกันแต่ราคาถูกกว่าตั้งเยอะนั้น อาจกลายเป็นแพงกว่าขึ้นมาได้ทันทีเลยล่ะค่ะ

ประกัน

ไม่ว่าจะประกันรถ บ้าน ทรัพย์สินอื่นๆ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ฯลฯ ทุกคงก็คงทราบกันดีว่าถึงประโยชน์ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกเพราะหลายๆคนกลับมองว่าการซื้อประกันเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น สิ้นเปลือง และยังไม่มีความจำเป็นในตอนนี้ จึงทำให้ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยในการตัดสินใจซื้อ และผลสุดท้ายก็คือสายไปที่จะซื้อนั่นเอง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้องค่ะกับการมองว่าการซื้อประกันนั้นเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย หรือเป็นเรื่องที่สิ้นเปลือง เพราะแท้จริงแล้ว จุดประสงค์ของการมีประกันนั้นคือการลดความเสี่ยงทางด้านการเงินของเราที่เป็นผลที่มาจากความเสียหาย หรือสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันค่ะ จึงจัดเป็นแนวทางของคนมองการณ์ไกลในการคิดวางแผนการเงิน เพราะรู้สึกว่าเบี้ยที่จ่ายไปนั้นมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสียหายทางการเงินจากเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นที่ไม่อาจประเมินค่าเป็นตัวเงินออกมาได้นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นการคิดไม่ซื้อประกันเพียงเพื่อที่จะประหยัดเงินไว้ จึงเป็นแนวคิดที่อาจพาให้เงินเก็บทั้งหมดของคุณนั้นหมดไปในพริบตาจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียวเลยล่ะค่ะ เราจึงควรที่จะเปลี่ยนแนวคิดกันเสียใหม่กับการประหยัดเงินสำหรับในเรื่องนี้ค่ะ มิเช่นนั้นอาจเข้าข่ายที่ว่า เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายได้เลยค่ะ

การลงทุน

เมื่อเราจะกล่าวถึงเรื่องของการลงทุน ก็อาจทำให้หลายๆคนคิดไปถึงการลงทุนทางการเงินในรูปแบบของหุ้น กองทุนต่างๆ และก็จะเกิดความกลัวในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งความเป็นจริงแล้วนั้นไม่ว่าคุณจะใช้เงินเพื่อไปลงทุนในเรื่องใดๆก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆการลงทุนก็คือความเสี่ยงนั่นเองค่ะ เพราะถึงแม้จะนำเงินไปลงทุนขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง คุณก็ยังหนีไม่พ้นความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เพราะมีการลงทุนนั่นเองค่ะ จึงเรียกได้ว่าในทุกๆการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งหากคุณมีความต้องการที่จะทำให้เงินที่มีอยู่นั้นงอกเงยมากขึ้น การลงทุนจึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ และแน่นอนว่าคุณต้องเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงในการลงทุนนั้นๆไปด้วย คงไม่ดีแน่หากคุณมีแนวคิดกลัวความเสี่ยงจนไม่อยากจะลงทุนทำอะไร เพราะแนวคิดเช่นนี้มองเผินๆอาจดูเหมือนว่าเงินของคุณไม่ต้องเสี่ยงที่จะเสียไปกับภาวะขาดทุนจากการลงทุน แต่อย่าลืมว่ามันก็ไม่งอกเงยเพิ่มขึ้นเช่นกันค่ะ และที่สำคัญเงินของคุณจะหดค่าลงไปโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยผลจากอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป จึงเป็นการขาดทุนไปโดยปริยายทั้งๆที่คุณไม่ได้ทำการลงทุนอะไรเลย ดังนั้นคุณจึงควรเปลี่ยนแนวคิดในการลงทุนเสียใหม่ให้ถูกต้องค่ะ เพราะหากเลือกที่จะกอดเงินไว้นั่นคือคุณรอการขาดทุนเพียงอย่างเดียว แต่หากเลือกนำเงินไปลงทุน คุณก็ยังมีทั้งกำไรและขาดทุนเกิดขึ้น ซึ่งภาวะของการขาดทุนนั้นคุณสามารถควบคุมได้จากการศึกษาหาความรู้ให้ดีก่อนทำการลงทุนนั่นเองค่ะ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีเงินที่งอกเงยมากขึ้น และจะนำไปสู่ความมั่งคั่งทางการเงินในอนาคตได้แล้วล่ะค่ะ

เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับแนวคิดของการประหยัดรูปแบบต่างๆที่เป็นตัวคอยขัดขวางความมั่งคั่งของคุณในอนาคตที่ได้หยิบยกมาฝากทุกๆท่านกันในวันนี้ใน “4 แนวคิดที่พาให้เงินไม่เพิ่ม แถมหดอีกด้วย” คงพอทำให้ทุกท่านได้เห็นกันแล้วว่า หากเรายังคงมีแนวคิดแบบเดิมๆจะส่งผลเสียกับเราอย่างไรกันบ้าง ฉะนั้นหากคิดอยากจะประสบความสำเร็จทางด้านการเงิน มีเงินที่เพิ่มมากขึ้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับแนวคิดซะใหม่เป็นการด่วนเลยล่ะค่ะ เพราะเพียงแค่เปลี่ยนความคิด (ให้ถูก) ชีวิตก็เปลี่ยน (มั่งคั่ง) ได้แล้วล่ะค่ะ